ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.66 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.66 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.50-32.70 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.66 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หรือแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์
โดยประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ 32.35-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.70 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ Sideways โดยแกว่งตัวในช่วง 32.60-32.70 บาทต่อดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของประธาน FED ในงาน Jackson Hole Symposium ส่งผลให้ทั้งเงินดอลลาร์และราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เช่นกัน
สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้น แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นแรงของราคาทองคำ และการอ่อนค่าลงบางส่วนของเงินดอลลาร์
สำหรับสัปดาห์นี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ตลาดควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมรอติดตามถ้อยแถลงของประธาน FED ในงานสัมมนาวิชาการ Jackson Hole Symposium ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ และค่าเงินบาทในระยะสั้น
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นายพูนมองว่า แม้เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น หลังสามารถแข็งค่าทะลุแนวรับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน แต่การแข็งค่าของเงินบาทอาจเริ่มชะลอลง และอาจยังไม่สามารถแข็งค่าทะลุโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ง่ายนัก เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายชัดเจน
ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังต้องรอติดตามรายงานเงินเฟ้อ และข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เพิ่มเติม
ที่สำคัญ Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ถ้อยแถลงของประธาน FED ในงาน Jackson Hole Symposium อาจไม่ได้ส่งสัญญาณต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ FED ที่ชัดเจนอย่างที่ตลาดคาดหวัง ซึ่งอาจทำให้ตลาดการเงินเผชิญความผันผวนสูงขึ้นหลังรับรู้ถ้อยแถลงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED
นายพูนย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ภายใต้ภาวะตลาดการเงินที่ยังมีความผันผวนสูง
หากเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นต่อ การแข็งค่าอาจถูกจำกัดบริเวณแนวรับแรกแถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่บริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ตลาดยังควรติดตามรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเคลื่อนไหวของหุ้นธีม AI/Semiconductor ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน และส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทได้เช่นกัน
ในเชิงเทคนิค หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ในกรอบรายสัปดาห์ เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น หลังสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
ส่วนในกรอบรายวัน เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า หรืออย่างน้อยอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าจะพลิกกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน จึงจะถือว่าแนวโน้มแข็งค่ากลับตัวเป็นแนวโน้มอ่อนค่าอีกครั้ง
สำหรับเงินดอลลาร์ Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า อาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ก่อนเผชิญความผันผวนสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้ถ้อยแถลงของประธาน FED ที่ Jackson Hole Symposium
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ยังมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk โดยอาจอ่อนค่าลงได้ หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าคาด และทำให้ตลาดปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED

