HomeMoney2knowค่าเงินบาท(24ส.ค.) เปิดตลาด 36.08 บาท จับตาวันนี้การเมืองไทย ระวังผันผวนระยะสั้น

ค่าเงินบาท(24ส.ค.) เปิดตลาด 36.08 บาท จับตาวันนี้การเมืองไทย ระวังผันผวนระยะสั้น

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (24 ส.ค.) ที่ระดับ 36.08 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.13 บาทต่อดอลลาร์ โดย มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.95-36.25 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด โดยเฉพาะ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Global Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนสิงหาคม ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 51.3 จุด และ 44.1 จุด (ดัชนีต่ำกว่าระดับ 50 จุด หมายถึง ภาวะหดตัว) ตามลำดับ ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้และยังสะท้อนภาวะการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้เป็นอีกปัจจัย นอกเหนือจากความกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่กดดันบรรยากาศในตลาดการเงินให้อยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.22% ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน นำโดย Exxon Mobil +4.2%, Chevron +3.2% หลังราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังว่ากลุ่ม OPEC+ อาจปรับลดกำลังการผลิตลงได้ เพื่อคุมปริมาณน้ำมันในตลาด หากอิหร่านกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันได้

ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง -0.42% กดดันโดยความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลงหนักและเสี่ยงเข้าสู่สภาวะถดถอย ซึ่งสะท้อนจากรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 49.7 จุด และ 50.2 จุด ตามลำดับ นอกจากนี้ ความกังวลวิกฤติพลังงานที่อาจเกิดขึ้น หากรัสเซียยุติการส่งแก๊สธรรมชาติให้กับยุโรป ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นยุโรป ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานเช่นเดียวกันกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ นำโดย TotalEnergies +3.2%, Equinor +2.8%

- Advertisement -

ทางด้านตลาดบอนด์ ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอลงมากขึ้น ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกลับมาเผชิญความไม่แน่นอนของ แนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ได้ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวน ก่อนที่จะแกว่งตัวใกล้ระดับ 3.06% ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ทั้งนี้ เรามองว่า หากตลาดเริ่มมั่นใจในแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และมองว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงชัดเจนมากขึ้น ผู้เล่นในตลาดอาจรอจังหวะเพิ่มสถานะการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งจะทำให้การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เป็นไปอย่างจำกัด ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลงตามความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวลงที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY Index) ปรับตัวลดลงใกล้ระดับ 108.5 จุด หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดออกมาแย่กว่าคาด อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์อาจยังคงแกว่งตัว sideways ไปก่อน เนื่องจากผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดในงานประชุม Jackson Hole ทั้งนี้ การย่อตัวลดลงของเงินดอลลาร์ ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นสู่ระดับ 1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังปรับตัวขึ้นต่อชัดเจนได้ยาก เนื่องจากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังปรับตัวขึ้น ตามมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่กังวลการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดฝั่งไทย จะรอจับประเด็นการเมืองของไทย เกี่ยวกับการพิจารณาวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจทำให้ตลาดการเงินผันผวนได้บ้างในระยะสั้น ส่วนในฝั่งข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ตลาดประเมินว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะบรรดาเศรษฐกิจหลักที่ทยอยสะท้อนผ่านดัชนี PMI ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องอาจกดดันให้ยอดการส่งออกไทยในเดือนกรกฎาคมโตราว +10%y/y ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบกว้าง แม้ว่า เงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์และการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำบ้าง แต่ปัจจัยการเมืองของไทยก็อาจทำให้ ตลาดการเงินผันผวนได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะในกรณีที่นักลงทุนต่างชาติบางส่วนอาจขายทำกำไรหุ้นไทยออกมาบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงลง นอกจากนี้ ในฝั่งของผู้ประกอบการก็อาจอยู่ในภาวะ wait and see เพื่อรอจังหวะในการทำธุรกรรม อาทิ ฝั่งผู้นำเข้าก็อาจรอจังหวะให้เงินบาทแข็งค่ามากขึ้นหลุดต่ำกว่าระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนผู้ส่งออกอาจไม่เร่งรีบเข้ามาทำธุรกรรม เพราะส่วนใหญ่ได้ปิดความเสี่ยงไปพอสมควรแล้ว ทำให้การเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจมีกรอบที่กว้างได้

อนึ่งในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูงและมีหลายปัจจัยที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะแนวโน้มนโยบายการเงินเฟด เราคงแนะนำให้ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News