HomeMoney2knowเงินบาท (24 ม.ค.) เปิดแข็งค่า 32.73 บาทระวังหันทิศอ่อนค่า หวังเฟดชะลอเร่งขึ้นดอกเบี้ย

เงินบาท (24 ม.ค.) เปิดแข็งค่า 32.73 บาทระวังหันทิศอ่อนค่า หวังเฟดชะลอเร่งขึ้นดอกเบี้ย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 24 ม.ค. ที่ระดับ 32.73 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.85 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ ความหวังของผู้เล่นในตลาดว่า เฟดจะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ที่ต่างปรับตัวขึ้นแรง (Tesla +7.7%, Nvidia +7.6%, Apple +2.4%) ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq พุ่งขึ้น +2.01% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +1.19% ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ อย่าง Microsoft, Tesla, ASML ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสพลิกกลับมาย่อตัวลงได้ หากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าคาด

ส่วนทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกว่า +0.52% หนุนโดยความหวังว่าเศรษฐกิจยุโรปอาจไม่ได้เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงอย่างที่ตลาดเคยกังวลก่อนหน้า หลังจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรปในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้ ภาพเศรษฐกิจยุโรปยังได้แรงหนุนจากการเปิดประเทศของจีน ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยช่วยให้หุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมต่างปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นยุโรปยังคงเป็นแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) หลังประธาน ECB รวมถึงเจ้าหน้าที่ ECB ท่านอื่นๆ ต่างก็ออกมาสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จนกว่า ECB จะสามารถคุมปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จ

- Advertisement -

ในส่วนของตลาดบอนด์นั้น แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะมั่นใจว่า เฟดอาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลงใกล้ระดับ 3.30% แต่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ก็ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนเริ่มขายทำกำไรการถือครองบอนด์ระยะยาวออกมาบ้าง ทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 3.51% อีกครั้ง ทั้งนี้ เราคงมองว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวลงชัดเจน ตามการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักที่จะลดความเข้มงวดลง แต่นักลงทุนก็ควรรอจังหวะให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น เพื่อทยอยเพิ่มสถานะการลงทุน (Buy on Dip) มากกว่าที่จะไล่ซื้อในจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นกลับสู่ระดับ 102 จุด อีกครั้ง หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงสู่ระดับ 130 เยนต่อดอลลาร์ ส่วนค่าเงินยูโร (EUR) แม้ว่าจะปรับตัวแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนที่ 1.091 ดอลลาร์ต่อยูโร ตามแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB แต่ทว่าผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็เริ่มทยอยขายทำกำไรสถานะ Long EUR ทำให้เงินยูโรย่อตัวลงมาสู่ระดับ 1.087 ดอลลาร์ต่อยูโร

อย่างไรก็ดี แม้ว่า เงินดอลลาร์ รวมถึงบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะปรับตัวสูงขึ้น ทว่า ความเชื่อมั่นของผู้เล่นในตลาดที่คาดว่าเฟดจะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างแน่นอน ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.) สามารถรีบาวด์ขึ้นจากโซนแนวรับ สู่ระดับ 1,930 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ซึ่งเรามองว่า การปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้านดังกล่าวของราคาทองคำ อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำ ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยให้เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าไปมาก ตามการรีบาวด์ของเงินดอลลาร์

สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจหลักผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Global Manufacturing & Services PMIs) โดยในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดประเมินว่า ภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและตึงตัวจะช่วยหนุนการใช้จ่ายในภาคการบริการ ซึ่งจะสะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (S&P Global Services PMI) ในเดือนมกราคมที่จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 45 จุด

ส่วนในฝั่งยุโรป ตลาดมองว่า ดัชนี PMI ภาคการบริการของยูโรโซน ในเดือนมกราคม อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.2 จุด อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงอาจกระทบต่อภาคการผลิตอุตสาหกรรมของยูโรโซนทำให้ ดัชนี PMI ในภาคการผลิตอาจอยู่ที่ระดับ 48 จุด สะท้อนภาวะหดตัวต่อเนื่องในภาคการผลิตอุตสาหกรรม

นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน ECB รวมถึงรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ทั้งในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป อาทิ Microsoft, 3M เป็นต้น

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า การรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำช่วยลดแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ทำให้ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าไปมากนัก อย่างไรก็ดี ในวันนี้ ประเมินว่า แรงกดดันเงินบาทในฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่บ้าง ตามการปรับตัวแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ทั้งในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป โดยหากดัชนี PMI ในฝั่งยุโรปออกมาดีกว่าคาด สวนทางกับรายงานดัชนี PMI ฝั่งสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด ในกรณีดังกล่าว เงินดอลลาร์ก็อาจพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้บ้าง ทั้งนี้ หากเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น ยังคงมองแนวรับสำคัญในช่วง 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นบางส่วนต่างก็รอทยอยซื้อเงินดอลลาร์และทยอยขายทำกำไร Short USDTHB

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News