ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังตลาดกังวลความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน และความเสี่ยงเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ-ทะเลแดง
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 22 ก.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 84.91 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.68 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 91.01 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.79 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่ 11 ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 1 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะสั้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 84.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 91.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้เปิดแนวรบรอบใหม่ในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย พร้อมประกาศมาตรการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง
ล่าสุด มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำ ที่ขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังจีนและอินเดีย ได้เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและวกกลับไปใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซ หลังได้รับการข่มขู่จากกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อความปลอดภัยของการขนส่งพลังงานในภูมิภาค และอาจส่งผลให้ต้นทุนการขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงด้านอุปทานปรับสูงขึ้นในระยะสั้น
ด้านข้อมูลจาก Joint Organisations Data Initiative หรือ JODI ระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า อุปทานน้ำมันดิบจากหนึ่งในผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกเข้าสู่ตลาดโลกในระดับจำกัด ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความต้องการใช้เชื้อเพลิงภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ หรือ API รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 ก.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล

