HomeMoney2knowปรับตัวอย่างไรดี หาก Fed ลดอัตราดอกเบี้ยลงช้ากว่าที่คาด?

ปรับตัวอย่างไรดี หาก Fed ลดอัตราดอกเบี้ยลงช้ากว่าที่คาด?

บทความโดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 เป็นต้นมา หลังจากที่ Fed ส่งสัญญาณยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและระบุว่าอัตราดอกเบี้ยได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วที่ 5.25%-5.5% (ซึ่งเป็นระดับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน) ตามมาด้วยความคาดหวังเป็นอย่างสูงว่า Fed จะเริ่มทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ โดยในช่วงต้นปี 2024 ตลาดคาดหวังการปรับลดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ถึง 7 ครั้ง สวนทางกับการให้ความเห็นของคณะกรรมการ Fed ที่ระบุว่าการปรับลดอกเบี้ยอาจมีขึ้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้นในปีนี้ และหลังจากผ่านการประชุม Fed ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในที่สุดความเห็นระหว่างตลาดกับคณะกรรมการ Fed ดูเหมือนจะเริ่มปรับมาเห็นตรงกัน คือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้

แต่แล้วความไม่แน่นอนในประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯในเดือนมีนาคมออกมากกว่าที่คาด ส่งผลให้คณะกรรมการ Fed หลายท่านเริ่มออกมาให้ความเห็นว่าในปีนี้ Fed อาจทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงน้อยกว่า 3 ครั้ง หรืออาจจะมีความเป็นไปได้ที่ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเลย ซึ่งประธาน Fed อย่างคุณ Jerome Powell ก็ออกมาย้ำเองว่าอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะคงอยู่ในระดับสูงนานมากกว่าที่คาดไว้ เนื่องจาก Fed ต้องการความมั่นใจมากกว่านี้ว่าปัญหาเงินเฟ้อได้ถูกแก้ไขไปแล้วจริง ๆ และอัตราเงินเฟ้อจะปรับลดลงสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายของ Fed ได้ ส่วนความเห็นของตลาดก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน โดย Fed fund futures ซึ่งเป็นเหมือนการสะท้อนมุมมองของตลาดต่อการปรับลดดอกเบี้ยก็เริ่มมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยจะมีขึ้นในเดือนกันยายนและธันวาคมเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์บางท่าน อาทิ นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America ยังให้ความเห็นว่ามีความเสี่ยงที่การปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของ Fed อาจจะต้องรอถึงช่วงเดือนมีนาคมของปี 2025!

ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ที่อาจจะช้าลงกว่าที่คาดไว้ในปีนี้ นำมาซึ่งคำถามสำคัญที่ว่านักลงทุนจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร จากที่เคยวางแผนไว้ในช่วงที่มั่นใจว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้งหรือมากกว่านั้นในปีนี้ และจะยังมีสินทรัพย์ไหนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในสภาวะที่ดอกเบี้ยของ Fed อยู่ในระดับสูงนานมากกว่าที่คาด

- Advertisement -

โดยสินทรัพย์แรกที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงคือตราสารหนี้ ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯซึ่งแปรผกผันกับราคาตราสารหนี้ปรับเพิ่มขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ราคาตราสารหนี้มีความผันผวน อย่างไรก็ดีหลังจากนี้คาดว่ามีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะปรับเพิ่มขึ้นได้อย่างจำกัด เนื่องจากในปัจจุบันได้สะท้อนมุมมองการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาดไปแล้ว และราคาตราสารหนี้จะเริ่มลดความผันผวนลงหลังจากนี้ แต่การคาดหวังผลตอบแทนที่ได้จากตราสารหนี้อาจจะไม่สูงเหมือนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนนักลงทุนที่ยังไม่ได้มีสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ยังสามารถพิจารณาลงทุนเพิ่มเติมได้เพราะหลังจากนี้ ดอกเบี้ยของ Fed ยังคงมีทิศทางเป็นขาลงเพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเริ่มลงเมื่อไหร่และลงมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น

ด้านสินทรัพย์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ คือหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่บริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโตอาจจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มเติมกับผลกระทบของต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับที่สูงขึ้นนานกว่าที่คาด และก่อนหน้านี้ที่คาดว่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในสหรัฐฯ จะกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงตามทิศทางการปรับลดลงของดอกเบี้ยอาจจะยังไม่เกิดขึ้น และหากนักลงทุนจะลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กในสหรัฐฯเพิ่มเติม อาจจะต้องรอพิจารณาจนกว่า Fed จะส่งสัญญาณอีกครั้งว่าเริ่มมั่นใจในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

และสุดท้ายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะยังสร้างผลตอบแทนได้ดี คือหุ้นขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วในช่วงที่ผ่านมาว่ายังสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ดีในช่วงที่ดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นธีมการลงทุนที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนส่วนใหญ่และผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องยังคงมีแนวโน้มออกมาดี โดยในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นมักจะปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามผลการดำเนินงานที่ออกมาและความคาดหวังต่อการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI มากกว่าที่จะปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed

ซึ่งสุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงจากความกังวลว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยลงช้ากว่าที่คาด และเริ่มสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนต่อผลกระทบที่จะตามมา อย่างไรก็ดีนักลงทุนจะต้องไม่ลืมว่าหลังจากนี้ดอกเบี้ยของ Fed ยังคงจะเป็นทิศทางขาลงเพียงแต่ว่าการเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกจะมีขึ้นช้าลงกว่าที่คาดไว้เท่านั้นเอง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News