HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ หลังตลาดคลายกังวลอุปทาน

ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ หลังตลาดคลายกังวลอุปทาน

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังซาอุดีอาระเบียเร่งซ่อมท่อ East-West Pipeline และเพิ่มการส่งออกจาก Ras Tanura ช่วยคลายกังวลอุปทานตึงตัว

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 21 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 100.30 ดอลลาร์/บาร์เรล -1.61 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 103.87 ดอลลาร์/บาร์เรล -0.95 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ตลาดยังให้น้ำหนักกับแผนเร่งซ่อมแซม East-West Pipeline ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีก่อนหน้านี้ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้บางส่วนในระยะใกล้ ช่วยลดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียจะหายออกจากตลาดเป็นเวลานาน

- Advertisement -

นอกจากนี้ รายงานจาก Reuters ระบุว่า Saudi Aramco ได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือ Ras Tanura ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซียและเชื่อมต่อกับเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทาน

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 100.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 1.61 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 103.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.95 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูง หลังกลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีกรุงริยาดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าเป้าหมายคือคลังเก็บเชื้อเพลิงอากาศยานภายในสนามบิน นับเป็นการโจมตีโดยตรงต่อเมืองหลวงซาอุดีอาระเบียครั้งแรกในรอบหลายเดือน

ด้านสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอน โดยสำนักข่าว AP รายงานว่า อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว สะท้อนว่าความเสี่ยงต่อการเดินเรือในหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกยังไม่คลี่คลาย

อีกด้านหนึ่ง กิจกรรมการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ มีสัญญาณเพิ่มขึ้น โดย Baker Hughes รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 ก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 2 แท่นจากสัปดาห์ก่อน สู่ระดับ 452 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 2 แท่น สู่ระดับ 134 แท่น

การเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะอาจสะท้อนแนวโน้มการขยายกิจกรรมผลิตพลังงานของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางอุปทานในระยะต่อไป

ภาพรวมตลาดน้ำมันจึงเผชิญแรงกดดันจากความคาดหวังว่าอุปทานจะฟื้นตัว ทั้งจากการซ่อมแซม East-West Pipeline และการเพิ่มการส่งออกของ Saudi Aramco ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ราคาน้ำมันผันผวนต่อเนื่อง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News