ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ หลังโอกาสบรรลุข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านลดลง ขณะที่ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 19 ส.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 84.94 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.44 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 91.02 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.15 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค หลังเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านระบุเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ว่า อิหร่านจะยกระดับไปสู่ท่าทีทางทหารเชิงรุกเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน นาย Mohammed Baqer Qalibaf หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวผ่านสื่อของรัฐเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ว่า อิหร่านจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงชั่วคราวที่ลงนามไว้เมื่อเดือน มิ.ย. 2569
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาหรือกำหนดการสำหรับการเจรจาในอนาคต
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 84.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 91.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ สถานการณ์ในภูมิภาคยังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น แม้อิหร่านอยู่ระหว่างการเจรจากับโอมานเกี่ยวกับข้อตกลงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และระบุว่าใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยการขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อโอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน การโจมตีในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยโฆษกทางการทหารของกลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยผ่าน Telegram ว่า กลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือที่อ้างว่าเป็นเรือรบของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเรือคุ้มกันอีก 4 ลำในทะเลแดง
ด้านหน่วยงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ได้รับรายงานเมื่อวันอังคารที่ 18 ส.ค. 2569 ว่า เรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชนระหว่างเดินเรือออกจากช่องแคบ ส่งผลให้ห้องเครื่องได้รับความเสียหาย และมีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย
ในวันเดียวกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ตรวจพบขีปนาวุธ 2 ลูกที่ยิงมาจากอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปยังประเทศของตน ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว
ภาพรวมดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น

