HomeMoney2knowดีบีเอส รุกหนักผู้ลงทุนรายใหญ่ หวังเพิ่มสินทรัพย์ 1.77 แสนล้านบาท ในปี 66

ดีบีเอส รุกหนักผู้ลงทุนรายใหญ่ หวังเพิ่มสินทรัพย์ 1.77 แสนล้านบาท ในปี 66

ดีบีเอสไพรเวทแบงก์ และบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศร่วมเป็นพันธมิตร ช่วยบริหารความมั่งคั่งครอบคลุมการลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ตั้งเป้าปี 66 เพิ่มสินทรัพย์ของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง 1.77 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 8.8 หมื่นล้านบาท เตรียมเดินหน้าเจาะกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มีจำนวนกว่า 1.2 แสนคนทั่วประเทศ

ธนาคารดีบีเอส ประกาศเป็นพันธมิตรระหว่างดีบีเอสไพรเวทแบงก์และบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยเป้าหมายเพิ่มสินทรัพย์ของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยจาก 4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ (88,000 ล้านบาท) เป็น 8 พันล้านเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ (177,000 ล้านบาท) ภายในปี 2566 โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ ในประเทศที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้น

และกำลังมองหาช่องทางในการกระจายการลงทุนและเข้าถึงโอกาสในตลาดทุนและเข้าถึงโอกาสการลงทุนในตลาดต่างประเทศ การร่วมเป็นพันธมิตรนี้จะมอบการเข้าถึงบริการบริหารสินทรัพย์จากการลงทุนในตลาดในไทยและต่างประเทศที่ครอบคลุมและไร้รอยต่อให้ลูกค้าไทย ซึ่งนับเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่พร้อมให้บริการดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อตอบความต้องการลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ธนาคารดีบีเอสยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ในประเทศไทยเป็นเท่าตัวภายในปี 2565

- Advertisement -

ประเทศไทยมีประชากรที่ทีความมั่งคั่งที่มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีฐานผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยจำนวนกว่า 122,000 รายในปี 2561 ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์สินทรัพย์ของผู้ลงทุนรายใหญ่ในประเทศไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 12.7 ต่อปี ช่วงระหว่างปี 2553-2560 สินทรัพย์เหล่านี้อยู่ในรูปของธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย และมีมูลค่าร้อยละ 80 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศ และบริษัทเหล่านี้กว่าหนึ่งในสามรายจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการร่วมเป็นพันธมิตรนี้ ธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันภายในธนาคารดีบีเอส โดยตอบความต้องการลูกค้าการบริหารความมั่งคั่ง ลูกค้ารายย่อย วาณิชธนกิจและครอบครัวอย่างทั่วถึง

การร่วมมือเป็นพันธมิตรครั้งนี้ ได้นำจุดแข็งที่สุดของทั้ง 2 องค์กร คือบริหารธุรกรรมหลักทรัพย์ในประเทศที่ครอบคลุมกองทุน หลักทรัพย์ หุ้นกู้อนุพันธ์ และพันธบัตร การให้คำปรึกษาการลงทุนในตลาดทุนไทยที่มีคุณภาพจากบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์ในระดับโลก เครื่อข่ายในภูมิภาคเอเชียที่แข็งแกร่ง ทางเลือกเเละแพลตฟอร์มในการบริหารสินทรัพย์ในตลาดต่างประเทศที่ครบถ้วนของดีบีเอสไพรเวทแบงก์

เพื่อให้บริการลูกค้าผ่านทางผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดต่อ และด้วยความเข้าใจในพอร์ตโฟลิโอการลงทุนของลูกค้าผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์จะสามารถใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของบุคลากรในทีมดีบีเอสภายในประเทศ เครื่องมือและระบบ และทางเลือกในการลงทุนที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากลเพื่อให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ลูกค้าให้ตรงใจความต้องการที่สุด และลูกค้าธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของธนาคารดีเอสบีในประเทศไทยจะสามารถเข้าถึงและบริหารสินทรัพย์อย่างครอบคลุมได้อย่าฃง่ายดายจากจุดเดียว

นายซิม เอส ลิม หัวหน้ากลุ่มงานบุคคลธนกิจและธนบดีธนกิจธนาคารดีบีเอส กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในตลาดการบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยซึ่งมีศักยภาพสูงเห็นได้จาก ความรู้ความเข้าใจขั้นสูงและการเปิดรับความคิดใหม่ๆ ด้านการลงทุนที่มีมากขึ้นในกลุ่มลูกค้าไทย

นอกจากนี้ การออกกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ส่งเสริมการลงทุนในตลาดต่างประเทศ โดยธนาคารดีเอสบีให้บริการแก่ลูกค้าไทยมานานกว่าทศวรรษผ่านบริษัทหลักทรัพย์ วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เราจึงเข้าใจความต้องการและความชอบเฉพาะตัวของลูกค้าด้วยความเชี่ยวชาญ

แม้ว่าเศรษฐกิจโลกและไทยจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่เชื่อว่าเป็นเพียงการชะลอตัวในช่วงสั้นๆ จากภาวะสงครามการค้าเท่านั้น โดยเชื่อว่าสถานการณ์ในระยะยาวจะมีท่าทีที่ดีขึ้น ซึ่งเรามองถึงปัจจัยในระยะยาวมากกว่า อีกทั้งประเทศไทยยังมีประชากรมากกว่า 70 ล้านคน และยังเป็นจุดศูนย์กลางของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยในการช่วยเสริมสร้างการเติบโตได้เป็นอย่างดี

และหากมองไปข้างหน้าอีก 15 ปี เชื่อว่าประเทศไทยจะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นกว่า 2.77 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สู่คนรุ่นต่อไป โดยคนรุ่นต่อไปจะมีแนวคิดเปิดรับการลงทุนในระดับโลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสร้างทางเลือกสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ให้ตอบโจทย์มากที่สุด

ทั้งนี้ มั่นใจว่าเราจะสามารถชนะการแข่งขันในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทยได้ เนื่องจากผู้ให้บริการรายเก่ามักมุ่งเน้นการบริการในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถจัดการได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมกันได้เลย ซึ่งนับเป็นจุดเด่นและข้อได้เปรียบของเรา

ด้าน นางสาวภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวปิดท้ายว่า ผู้ลงทุนรายใหญ่ในประเทศไทยยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการลงทุนในตลาดต่างประเทศ แต่แนวโน้มนี้เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งเมื่อพวกเขามีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นความต้องการบริการบริหารความมั่งคั่งที่ครอบคลุมและกลยุทธ์การลงทุนในระดับโลกก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับการจับมือเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ และจะสีการออกบริการใหม่ๆตามมา ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักในช่วงแรกยังคงเป็นฐานลูกค้าเก่า และจึงค่อยขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งในปัจจุบันความต้องการลงทุนมากกว่า 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ มีมากกว่า 120,000 รายในประเทศไทย โดยเราหวังเพียงแค่ 1 พันคนที่จะเข้ามาใช้บริการ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจาก 120,000 คนดังกล่าวมีทรัพย์สิน/คน เฉลี่ย 150-200 ล้านบาท

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News