ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับลดลง หลังซาอุดีอาระเบียเร่งฟื้นท่อ East-West Pipeline ผ่านเส้นทาง Bypass คาดกลับมาใช้ได้บางส่วนในไม่กี่วัน ช่วยคลายกังวลด้านอุปทาน
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 17 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล -3.40 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 105.83 ดอลลาร์/บาร์เรล -2.92 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังสร้างท่อเบี่ยง หรือ Bypass Pipeline รอบช่วงที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ East-West Pipeline สามารถกลับมาดำเนินการได้บางส่วน
รายงานที่อ้างข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า Saudi Aramco ตั้งเป้าฟื้นกำลังการขนส่งผ่านท่อดังกล่าวกลับมาราวครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่วัน และมุ่งให้กลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบในช่วงประมาณ 6 สัปดาห์ข้างหน้า สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุว่าซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งหาทางฟื้นการส่งออกหลังท่อสำคัญได้รับความเสียหาย
East-West Pipeline มีความสำคัญอย่างมากในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมันจากฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบียไปยังชายฝั่งทะเลแดง โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การกลับมาใช้งานได้บางส่วนจึงช่วยลดความกังวลว่าปริมาณน้ำมันซาอุดีอาระเบียจะหายออกจากตลาดเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 102.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 3.40 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.92 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย โดยการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีเรือที่ตรวจพบว่าแล่นผ่านเพียง 4 ลำ เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 18 ลำ สะท้อนว่าความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานยังอยู่ในระดับสูง
ด้านซาอุดีอาระเบียยังเผชิญแรงกดดันจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี โดยกองกำลังที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดโดรนที่มุ่งหน้าไปยังนครเมกกะได้ ขณะที่กลุ่มฮูตีปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งโจมตีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ในส่วนของการส่งออก ซาอุดีอาระเบียเริ่มเพิ่มทางเลือกในการส่งมอบน้ำมันผ่านโอมาน หลังการขนส่งจากท่าเรือยานบูหยุดชะงัก และลูกค้าบางส่วนในยุโรปได้รับแจ้งยกเลิกการส่งมอบช่วงปลายเดือน ก.ย.
อีกด้านหนึ่ง รัสเซียกำลังเพิ่มการส่งออกน้ำมัน โดยข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่า ปริมาณส่งออกทางทะเลในช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 13 ก.ย. เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 3.54 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. และช่วยเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดในช่วงที่ตะวันออกกลางเผชิญปัญหาการขนส่ง
ภาพรวมตลาดน้ำมันจึงเผชิญแรงกดดันสองด้าน โดยความคืบหน้าในการฟื้น East-West Pipeline และการส่งออกน้ำมันรัสเซียที่เพิ่มขึ้นช่วยลดความกังวลด้านอุปทานบางส่วน แต่ความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซและความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ราคาน้ำมันผันผวนในระยะสั้น

