Home Money2know จับช่องเล่น ทองคำ ขาขึ้น “ทองแท่ง-กองทุนทอง-ETFทอง”

จับช่องเล่น ทองคำ ขาขึ้น “ทองแท่ง-กองทุนทอง-ETFทอง”

ปีนี้เป็นปีทองของคนเล่น ทองคำ วนกลับมาอีกรอบ  เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นแรง 1,557 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำนิวไฮรอบ 6 ปี ราคาทองในไทยก็วิ่งทำสถิติเช่นกัน 

ด้วยอานิสงฆ์มาจากสงครามการค้าที่สหรัฐ-จีน เป็นปัจจัยหลัก ที่จุดชนวนระเบิดให้เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ ทองคำ คืนชีพกลับมาสดใสอีกระลอก เพราะถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe Heaven) ในยามที่เกิดวิกฤตต่าง  คนที่ถือสินทรัพย์เสี่ยงไม่ว่าหุ้น หุ้นกู้สกุลดอลลาร์ ก็เทขายทิ้งกัน  

ลองมาติดตามดูกันว่า ทิศทางราคาทองคำจะเป็นขาขึ้น ไปได้แรงแค่ไหน และโอกาสที่ราคาทองปรับตัวขาลงเป็นอย่างไร  และจับช่วงจังหวะลงทุนทอง เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

- Advertisement -

จากการรวบรวมข้อมูลของความเคลื่อนไหวราคาทองคำที่เกิดขึ้นในช่วงรอบปีนี้ ทั้งจากผู้นำด้านการลงทุนทองคำ “วายแอลจี บูลเลี่ยน ฯ” และสาย Wealthของแบงก์ใหญ่ “ธนาคารไทยพาณิชย์”  ต่างมองว่า แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้นข้ามปี โดยมีปัจจัยหลักๆ ได้แก่

1 ความยืดเยื้อของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ซึ่งต่างฝ่ายต่างแลกหมัดตอบโต้กันอย่างถึงพริกถึงขิงตั้งแต่ปีที่แล้ว มาถึงปีนี้ยกระดับรุนแรงมากขึ้นทุกรอบ โดย”จีน” วางเป้าหมายชนะศึก เพื่อแย่งชิงความเป็นพี่ใหญ่เจ้าเทคโนโลยีของโลก แทนที่ “สหรัฐ “ จึงอาจจะบานปลายสู่ระดับ Geopolitics ที่เพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุนทั่วโลก

ยิ่งสถานการณ์ล่าสุดเวลานี้ ฝั่งจีนลดระยะเวลาการเจรจากับสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในรอบเดือนตุลาคมนี้  ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกอีกระลอก ตลาดหุ้นร่วงกันถ้วนหน้า  แต่”ทองคำ” กลับดีดเด้งขึ้นมาอีกครั้ง และอยู่ระดับ 1,552 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากทำนิวไฮไปเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

 ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า สงครามการค้าสหรัฐ-จีน จะลากยาวข้ามไปปีหน้าเป็นปีที่สาม เนื่องจากช่วงปลายปี 2563 สหรัฐจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐ”โดนัล ทรัมป์”ก็ลงสมัครแข่งด้วย หากได้คนเดิม สงครามการค้านี้ก็จะยืดเยื้อต่อไปอีกแน่นอน เพื่อสกัดไม่ให้”จีน”ขึ้นมาเป็น”มหาอำนาจโลก”แทนสหรัฐ  จึงยิ่งเป็นแรงผลักให้ราคาทองคำมีทิศทางขาขึ้นต่อไปได้  อีกมิติ คือหากสหรัฐได้ประธานาธิบดีคนใหม่แทน “ทรัมป์” คงจะต้องรอดูนโยบายที่จะออกมาด้วย นั่นหมายความว่า ราคาทองคำก็จะมีโอกาสปรับตัวลดลง ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องระวังเช่นกัน

2 ผลกระทบของ “สงครามการค้า” ที่ลุกลามไปสู่ “สงครามค่าเงิน”  หลังจากที่จีนตอบโต้ด้วยการปล่อย “เงินหยวน”อ่อนค่าลงอยู่ที่ระดับ 7.1487 หยวนต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2562 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2551 โดยเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกจีนให้สามารถทำการแข่งขันได้  

สิ่งที่สร้างความวิตกกังวลตามมา คือว่าจีนอาจปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าต่อไปอีก จึงทำให้ประเทศต่างๆ แม้แต่สหรัฐ ก็พยายามกดค่าเงินให้อ่อนค่าลงเช่นกัน และมีการโจมตีจีนเป็นระยะเรื่องการแทรกแซงค่าเงิน

3 สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย นำโดยยุโรป แม้แต่สหรัฐก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับลดดอกเบี้ยลง 2ครั้ง ติดต่อกันในรอบปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปีที่แล้ว 

ขณะเดียวกันมีโอกาสที่ เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญภาวะถดถอยในระยะข้างหน้านี้ โดยสะท้อนจากสัญญาณสำคัญ คือ Inverted yield curve ระหว่างเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปี และอายุ 10 ปี เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560

ทองคำ
ทองคำ

ประกอบกับหลายๆประเทศดำเนินนโยบายการเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยติดลบ โดยล่าสุดผลประชุมของธนาคารกลางสหภาพยุโรปใช้ทั้งดอกเบี้ยติดลบ และออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดเงิน ขณะเดียวกัน หลายๆประเทศต่างหันมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างต่อเนื่อง 

รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย  ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อต้นเดือน ส.ค. 2562 เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยด้วย  ดังนั้น คนจึงหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้ง เงินเยน ฟรังก์สวิส พันธบัตร รวมถึงทองคำกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้เงินของตัวเองด้อยค่าลง

4 ความต้องการถือ ทองคำ ยังมีอยู่ระดับสูง นำโดย “ธนาคารกลางของจีน”  ที่ถือทองตำสัดส่วนเพียง 3%ของทุนสำรองระหว่างประเทศ เท่านั้น  ทั้งๆที่จีนติดอันดับ 5 ของโลกที่ถือทองคำมากที่สุด ขณะที่สหรัฐ ถือทองคำมากที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วน 50%ของทุนสำรองฯ แม้แต่รัสเซีย ก็ถือทองคำสัดส่วนน้อยในทุนสำรองฯ เนื่องจากประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่จะถือเงินสกุลดอลลาร์และสกุลสำคัญๆทางการค้าเป็นหลัก แต่ภายใต้สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐไม่ดีนักจากพิษสงครามการค้า 

ดังนั้น มีแนวโน้มธนาคารกลางของประเทศต่างจะเข้าซื้อ”ทองคำ” เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองฯ ดังนั้นความต้องการถือทองคำของธนาคารกลางในประเทศต่างๆแล้ว ก็ยังมีอยู่ในระดับสูง และแม้แค่นักลงทุนสถาบันหรือคนมั่วไปก็มีความต้องการถือทองคำสูงอยู่แล้ว เพราะทองคำ ถือเป็นเครื่องชี้วัดความมั่งคั่ง โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ที่มีกลุ่มคนชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้นและมีฐานะการเงินที่ดีขึ้น ได้หันมาซื้อทองคำสะสมกัน ดังนั้น ปริมาณคงามต้องการถือทองคำมีแต่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อราคาทองปรับตัว”ขึ้น”มากกว่า “ลง”

ปัจจุบัน ร้านค้าทองยังเต็มไปด้วยนักเล่นทองที่ยกระดับมาเปิด”บัญชีซื้อขาย”กันจำนวนมากขึ้น ซึ่งจะได้รับทองคำจริฃ แต่จะเป็นการฝากไว้ในร้านทอง อีกสินทรัพย์ที่กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสะสมเพิ่ม คือ กองทุนที่เกี่ยวกับ ทองคำ ซึ่งจะมีทั้งกองทุนรวมทอง กองทุน ETF อ้างอิงทอง สัญญาซื้อขายทองล่วงหน้า (Gold Futures) ซึ่งจะซื้อขายตามราคาทองไทย และที่เพิ่งเปิดใหม่ “  Gold Online “ จะเป็นการซื้อขายราคาทองคำโลก ซึ่งกลับมาคึกคักตามราคาทองเช่นกัน

มุมมองของ “พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์” ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  ปีนี้คนกลับเข้ามาเล่นทอง(Gold spot)กันจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่เฟดเริ่มลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา  ทำให้ราคาทองพุ่งขึ้นแรงมาก ซึ่งราคาทองโลกเหวี่ยงวันละ 50 ดอลลาร์/ออนซ์ นั่นแปลว่าถ้าได้กำไรจริงๆ(เทียบเป็นราคาไทย) จะได้ราวกิโลละ 50,000 บาทต่อวัน

“ช่วง 2 เดือนมันเหวี่ยงหวือหวามาก ความเสี่ยงสูงปลตอบแทนก็สูงด้วย แต่นักลงทุนส่วนใหญ่เก่งกันแล้ว อาจมีที่ได้บ้างและเสียบ้าง  จริงๆไม่มีใครเขื่อว่า ปีนี้จะเห็นราคาทองโลกไปทะลุ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ เช่นเดียวกันเมื่อต้นปี พี่บอกว่าราคาทองจะไป 1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ก็สามารถผ่านมาได้ ซึ่งผลจากสงครามการค้าที่รุนแรงสุดตอนจับผู้บริหารหัวเหว่ยเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังมีทีท่าจะรุนแรงเพิ่มขึ้า 

แต่รอบนี้ที่ราคาทอง reflect จริงๆคือเฟดลดดอกเบี้ย ทำให้ Inverted yield curve ของพันธบัตรสหรัฐ เกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็นับไปอีก 13-16 เดือน จะมีโอกาสเกิด recession ตามมา ซึ่งยุโรป กำลังจะเกิดแล้ว คนจึงหนีมาถือทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง จึงทำให้ราคาทองยังไปต่อได้”พวรรณ์ กล่าว

คนที่เล่นทองคำในช่วงนี้ ยังมีโอกาสทำกำไรแค่ไหนนั้น นางพวรรณ์ มีความเห็นว่า ราคาทองคำสามารถจะไปแตะ  1,600 ดอลลาร์ /ออนซ์  เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่ไม่จบง่ายๆ  ซึ่งเป็นต้นเหตุนำไปสู่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะถดถอยแล้ว  และประเทศต่างๆใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบ ซึ่งตอนนี้ก็มีญี่ปุ่น ยุโรป การทำQE กลับมาอีกครั้ง 

อย่างไรก็ตาม  แม้ว่า ในระยะกลาง ราคาทองยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก  แต่อีกด้านของโอกาสปรับตัวก็มีเช่นกัน โดยวายแอลจีฯ  ประเมินว่า หากเกิดสถานการณ์เลวร้ายสุด ราคาทองโลกน่าจะอยู่ระดับต่ำ 1,450 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือเทียบราคาทองคำไทย คาดอยู่ที่ระดับ 20,500 บาท

ทั้งนี้ ในอดีตช่วงสหรัฐเกิดวิกฤตซัพไพร์ม มีทั้งการลดดอกเบี้ยและทำ QE ส่งผลให้ราคาทองคำโลกวิ่งทะยานไปสูงสุดที่ระดับ 1,920 ดอลลาร์/ออนซ์ ในปี 2554 แต่หลังจากนั้น ราคาทองคำไม่สามารถทำนิวไฮได้ ขณะที่เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและเฟดยุติการทำQE ทำให้ราคาทองเริ่มปรับตัวลดลงมาต่ำสุดและเป็นช่วงขาลงต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ถือเป็นช่วงที่ราคาทองมีการสร้างฐานของราคาในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา และมีสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

สำหรับราคาทองไทย ทางวายแอลจีฯ คาดปีนี้ราคาทองเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 22,000 บาท ภายใต้การประเมินเงินบาทแข็งค่าระดับ 30.60 บาท/ดอลลาร์

ส่วนใครที่เฝ้ารอว่าราคาทองอาจตกลงมาให้ซื้อระดับต่ำราวๆ 19,000 บาท  นางพวรรณ์ บอกว่า น่าจะเห็นยากแล้ว ดังนั้น หากใครชอบเล่นทอง เพื่อโอกาสได้ผลตอบแทนเพิ่มจากราคาที่ปรับตัวขึ้น ขณะนี้จังหวะมาแล้วสำหรับนักเล่นทอง

นอกจากลงทุนทองแท่งแล้ว ยังมีอีกสินทรัพย์ที่ได้อานิสงฆ์ฟื้นชีพ คือ กองทุนรวมทองคำด้วย ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนที่ลงทุนเกี่ยวกับทองคำประมาณ 30 กอง อย่างไรก็ตาม นโยบายกองทุนเหล่านี้ จะเน้นเข้าไปลงทุนในกองทุนSPDR เหมือนกันหมด ดังนั้นโอกาสได้รับผลตอบแทนจึงห่างกันไม่มากนัก แต่ก็ยังมีข้อมูลจาก “มอนิ่งสตาร์ ไทยแลนด์” รวบรวม 5 กองทุนรวมทองคำที่ผลตอบแทนสูงสุด

โดยที่ปรึกษาการลงทุน “ศรชัย สุเนต์ตา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Advisory, CIO Office ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ให้คำแนะนำลงทุนกองทุนทอง ว่า ส่วนใหญ่จะเข้าไปลงทุนในกองทุนแม่ในต่างประเทศ คือ “กองทุน SPDR “  ซึ่งจะมีทั้งในสิงคโปร์และสหรัฐ 

ดังนั้นผลตอบแทนในส่วนของราคาทอง จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่จะมีจุดต่างสำหรับกองทุนทองที่มีการทำป้องกันความเสี่ยง (hedging)อัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาท  และกองทองที่ไม่ได้ทำเฮดจ์ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ต่างกันค่อนข้างมีนัย

“ถ้าดูเบื้องต้น ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน (YtD) กองทองที่มีเฮดจ์จะมีผลตอบแทนสูง 15-16%  ส่วนใครเลือกกองทองที่ไม่ได้เฮดจ์ จะเหลือแค่ 9% เท่านั้น ถ้าให้แนะนำ อยากให้เลือกกองทุนที่มีทำเฮดจ์  จะให้ผลที่คุ้มค่า แม้ต้องเสียค่าธรรมเนียมการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนก็ตาม เพราะเทรนด์เงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่องซึ่งหากหักกลบแล้วมีกำไรเยอะกว่ากองทองที่ไม่ทำเฮดจิ้ง” นายศรชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกจากการลงทุนในกองทุนรวมลงทุนทองแล้ว ยังมีกองทุน ETF ที่อ้างอิงทอง ให้เลือกลงทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเคลื่อนไหวตามดัชนีของทองและอีกกองทุนล่าสุดที่เพิ่งออกมา และได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า Wealth (กลุ่มมั่งคั่ง) คือ กองทุนรวม  note gold hedged ที่กำลังเปิดขายในปัจจุบัน

“กองทุนใหม่จะรองรับกลุ่มลูกค้าที่อยากเล่นทองช่วงขาขึ้น แต่ก็กลัวขาดทุน จึงออกกองนี้มา ซึ่งจะเป็นตราสารที่คุ้มครองเงินต้นเวลาทองตก แต่เวลาทองขึ้น ก็จะได้รับผลตอบแทนให้จำกัด ซึ่งกองทุนใหม่นี้มีอายุ 1 ปี”

สำหรับค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุน “ศรชัย” กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) คิดค่าธรรมเนียมอยู่ระดับต่ำใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันการให้บริการของธุรกิจกองทุนรวม

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่อง “กอง REIT ลงทุนอสังหาฯ” ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนีพิษดอกเบี้ยขาลง-โลกผันผวน

Latest

ทองคำดิ่งเหวจากแรงเทขายทำกำไร ราคาในประเทศปรับ 36 ครั้ง หลุด 3 หมื่น

สมาคมผู้ค้าทองคำ รายงานว่าการซื้อขายทองคำในประเทศวันนี้( 12 ส.ค.) ผันผวนตามตลาดต่างประเทศ หลังราคาร่วงอย่างหนักต่ำกว่าระดับ 1,900 ดอลลา์/ออนซ์  ราคาทองคำแท่งภายในประเทศในช่วงเปิดตลาดดิ่งลง 1,400 บาท ก่อนจะขึ้นลงผันผวน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 15.20 น. ราคาทองคำในประเทศปรับแล้ว 36 ครั้ง ราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 28,400 บาท และรับซื้อ 28,300 บาท...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

73% ส่งออกทุเรียนไทยไปจีน มูลค่า 6 เดือนแรก 3.17 หมื่นล้านบาท

ไทยส่งออกทุเรียนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็น 73% ของปริมาณการส่งออกทุเรียนสดทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2020 อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่เป็นมูลค่าราว 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3.17 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 73% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 ในช่วงเวลาเดียวกัน อรมนระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนไปยังตลาดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวม 164 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว...

เปิด 5 วิธีที่เหล่าแฮ็กเกอร์ใช้จิตวิทยาหลอกขอข้อมูลออนไลน์

การเติบโตของอินเทอร์เน็ต และพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่ปลอดภัย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ดังนั้นการป้องกันโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่การป้องกันที่ดีที่สุด แต่ต้องสร้างการตระหนักรู้ของผู้ใช้งานไปพร้อมกันด้วย นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้พัฒนา Digital infrastructure ของประเทศ เรามีความห่วงใยคนไทยต่อการเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันแฮ็กเกอร์ได้พัฒนาเล่ห์เหลี่ยมใหม่ๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและให้ข้อมูลแก่ตน โดยอาศัยหลักจิตวิทยา ความไม่รู้ หรือความประมาทของเหยื่อ ลอกเลียนแบบองค์กรหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อให้หลงเชื่อและกระทำการบางอย่าง อาทิ เปิดเผยรหัสผ่าน ซึ่งในทางสากลเรียกกลวิธีแบบนี้ว่า Social...

ในหลวงพระราชทานกำลังใจครม.ประยุทธ์ 2/2

ในหลวงพระราชทานกำลังใจ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ให้มีพลังทำสิ่งถูกต้องเพื่อความสุขของประชาชน นายกฯ นัด ครม.ทั้งหมดถ่ายรูปเต็มคณะที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าก่อนประชุม ครม. 13 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 7 คน เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ ณ...

Related News

ทองคำดิ่งเหวจากแรงเทขายทำกำไร ราคาในประเทศปรับ 36 ครั้ง หลุด 3 หมื่น

สมาคมผู้ค้าทองคำ รายงานว่าการซื้อขายทองคำในประเทศวันนี้( 12 ส.ค.) ผันผวนตามตลาดต่างประเทศ หลังราคาร่วงอย่างหนักต่ำกว่าระดับ 1,900 ดอลลา์/ออนซ์  ราคาทองคำแท่งภายในประเทศในช่วงเปิดตลาดดิ่งลง 1,400 บาท ก่อนจะขึ้นลงผันผวน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 15.20 น. ราคาทองคำในประเทศปรับแล้ว 36 ครั้ง ราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 28,400 บาท และรับซื้อ 28,300 บาท...

แนวโน้มการลงทุนใน ‘หุ้น-ทองคำ’

คอลัมน์ ส่องหุ้น มองทอง โดย ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก หน้า 16 หนังสือพิมพ์ Business Today ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2563 เศรษฐกิจโลกปี 2563 หดตัวแรงกว่าคาด เศรษฐกิจโลกปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ประมาณการเกี่ยวกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่จัดทำโดย IMF ในเดือน...

‘หุ้นสหรัฐ-ทองคำ’ทะยานทุบสถิติ รับสัญญาณเศรษฐกิจ แต่ยังเสี่ยงจากโควิด-19

หุ้นเอเชียเปิดตลาดขยับขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ทะยานทุบสถิติสูงสุด ยืนเหนือ 11,000 จุดเป็นครั้งแรก ขณะทองคำวิ่งทุบสถิติใหม่ ดัชนีฟิวเจอร์ตลาดหุ้นฮั่งเส็ง เปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.23% และดัชนีฟิวเจอร์นิเกอิ เปิดตลาดเพิ่มขึ้น  0.14% ตลาดวอลล์สตรีทปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 0.68% และ ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.64% และดัชนี...

ราคาทองคำในประเทศทะลุ 30,000 บาท ทำสถิติสูงสุด

สมาคมค้าทองคำ รายงานว่า ราคาทอง ขายปลีก (ทองคำ 96.5%) ในประเทศระหว่างวันปรับ 6 ครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ โดยราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก ราคาทองคำปรับขึ้น 6 ครั้งในระหว่างวัน โดยปรับขึ้น 5 ครั้ง และลดลง 1 ครั้ง ราคาส่งผลให้ราคาทองแท่งทะลุบาททองคำละ 30,000 ไปแล้ว เมื่อเวลา 14.55 น. ราคาทองคำแท่ง รับซื้อเข้าบาทละ...

ราคาทองคำเดินหน้าทุบสถิติสูงสุด จากความตึงเครียดสหรัฐ-จีน

ราคาทองคำทะยานขึ้นในช่วงเปิดตลาดเอเชีย ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (all-time high) ครั้งใหม่ เหนือระดับ 2,020 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทำให้ราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น และการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 2 ที่เริ่มเกิดขึ้นในหลายประเทศ อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน จากการทบทวนข้อตกลงกการค้า ในช่วงเปิดตลาดเช้า ราคาทองคำในตลาดเอเชียขยับขึ้นจากเมื่อคืนในตลาดนิวยอร์ก โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น...