HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง กังวลอุปทานซาอุฯ-ฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง กังวลอุปทานซาอุฯ-ฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์พุ่งขึ้น หลังซาอุดีอาระเบียระงับการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือยานบู ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังจำกัด และลิเบียเผชิญปัญหาการผลิต

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 16 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 105.83 ดอลลาร์/บาร์เรล +4.44 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 108.75 ดอลลาร์/บาร์เรล +3.07 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีซาอุดีอาระเบียอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ส่งผลให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 14 ราย

- Advertisement -

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ซาอุดีอาระเบียได้ระงับการขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือส่งออกในเมืองยานบู ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดส่งออกพลังงานสำคัญบนชายฝั่งทะเลแดง ส่งผลให้ต้องยกเลิกการส่งออกน้ำมันดิบไปยุโรปบางส่วนในช่วงปลายเดือน ก.ย. 2569

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันที่ตึงตัวขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 105.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.44 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์

ด้านข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. มีเรือบรรทุกสินค้าเพียง 4 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนว่าการสัญจรผ่านเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญยังอยู่ในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งเกิดระเบิดและไฟไหม้ หลังชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในพื้นที่

นอกจากตะวันออกกลางแล้ว ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานจากลิเบีย โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบียรายงานว่า การผลิตจากแหล่งน้ำมันดิบ 3 แห่งถูกระงับ หลังเกิดการประท้วงของสมาชิกกลุ่มรักษาความปลอดภัยในโรงงานปิโตรเลียม ซึ่งปิดวาล์วบนท่อส่งน้ำมัน Hamada-Zawiya

บริษัทระบุว่า อาจจำเป็นต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย หรือ Force Majeure หากวาล์วยังคงถูกปิด หรือหากต้องหยุดการผลิตเพิ่มเติม

ด้านสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่ออุปทานพลังงาน หลังรัสเซียโจมตีสถานีบริการน้ำมันในกรุงเคียฟ ขณะที่ยูเครนยังคงโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะระบุว่า รัสเซียและยูเครนจะยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้วก็ตาม

ภาพรวมตลาดน้ำมันจึงยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทานหลายจุดพร้อมกัน ทั้งการระงับการขนถ่ายน้ำมันที่ยานบู การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังจำกัด ปัญหาการผลิตในลิเบีย และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News