Home Money2know ส่อง “กอง REIT ลงทุนอสังหาฯ” ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนีพิษดอกเบี้ยขาลง-โลกผันผวน

ส่อง “กอง REIT ลงทุนอสังหาฯ” ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนีพิษดอกเบี้ยขาลง-โลกผันผวน

ช่วงนี้นักลงทุนที่เหนื่อยหน่ายกับการลงทุนหุ้นที่ขึ้นลงแบบ sideway ทำกำไรยาก  ขึ้นทุกวัน  ทำไมไม่ลองหันมามองกองทุนรวมต่างๆที่ลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์กันดูบ้าง นั่นคือกอง REIT

ยิ่งช่วงนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่างเสิร์ฟเมนูกองทุนรวมที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯให้เลือก ซึ่งมีทั้งลงทุนอสังหาฯในประเทศและต่างประเทศด้วย ถือเป็นการกระจายพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆมากขึ้น

ในสายตาผู้จัดการกองทุน ที่ปรึกษาการลงทุนของ บลจ. ต่างๆ มองทิศทางเดียวกันว่า มีปัจจัยบวกที่หนุนกองทุนที่เกี่ยวกับอสังหาฯคือ

- Advertisement -

1.ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ฉุดเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และหลายประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย

2 การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย  ทำให้อาจเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาลง  ปัจจุบัน ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ มีการปรับ”ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบายดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นำโดยพี่ใหญ่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” หรือเฟด ที่ลดติดต่อกัน 2 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกลับหลังหันทั้งๆก่อนหน้านี้เพิ่งขึ้นไป 4 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือแม้แต่ธนาคารกลางของยุโรป ก็เช่นกัน เป็นต้น

3. ความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก ส่งผลให้หาผลตอบแทนได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงสูงขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรอยู่ระดับต่ำ

4. การลงทุนในกองทุนอสังหาฯและREIT  ช่วยปกป้องความเสี่ยงจากภาวะดอกเบี้ยขาลง เพราะให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว โดยข้อมูลจากบลจ. กรุงไทย ระบุว่า  ปัจจุบัน อัตราเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาฯและREIT   ซึ่งมากกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1.84% นอกจากนี้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมอสังหาฯ และ REIT ของไทยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 5.87%

5. ระดับราคาREITน่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

6.อสังหาฯจดทะเบียนในปัจจุบัน มีราคาถูกกว่าอสังหาฯนอกตลาด

มาดูมุมมองของ  นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ ฉายภาพเศรษฐกิจโลก ว่า สัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆหลังจากที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี  นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตามด้วยจีน และแม้แต่เยอรมันที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในยูโรโซน  ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการชะลอต้วด้านความต้องการบริโภคของโลก

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ปี 2562 ลดลงเหลือ 3.3%จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 3.6%

“ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของเยอรมัน หดตัว และมีแนวโน้มจะหดตัวต่อในไตรมาส 3 นี้ นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเรื่องผลความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนในการเจรจา Brexit รออยู่ข้างหน้า ขณะที่ราคาหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากราว  15-20% สวนทางกับการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะชะลอตัวลง”

นายณัฐกฤติ  ชี้ข่องทางลงทุนว่าREIT จะได้รับประโยชน์จากกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ โดยข้อมูลจากผลการวิจัยขององค์การสหประชาชาติ บ่งชี้ว่า ภายในปี 2593 หรืออีก 31 ปีข้างหน้า ประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในเมืองหลวงและเขตหัวเมืองใหญ่เพิ่มเป็น 68.36% จากปี 2493 อยู่ที่ระดับ 29.61% นำโดยสหรัฐ ญึ่ปุ่น ดังนั้นจึงมองว่า กระแสการย้ายถิ่นฐานดังกล่าวจะส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาและความต้องการเช่าพื้นที่ของอสังหาฯ ทำให้ค่าเช่าในภาพรวมเติบโตสูงขึ้น

สำหรับการจัดพอร์ตลงทุนในกองทุนรวมหรือ REIT ขณะนี้มีหลายบลจ. เดินหน้าออกไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก หวังเพิ่มโอกาสรับรายได้ค่าเช่าต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน อย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองอสังหาฯ เหล่านี้ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นการลงทุนระยะยาว 

ดังนั้นการจะเลือกกองทุนใด จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลไส้ในการลงทุนของกองทุนต่างๆให้ดีก่อน เพราะหากไปลงทุนต่างประเทศ เราคงไม่สามารถมอนิเตอร์อสังหาฯที่ลงทุนอยู่ใยต่างประเทศได้แ้วยตัวเอง นอกจากให้ผู้จัดการกองทุนเป็นบริหารความเสี่ยงและโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี

ส่วนกองอสังหาฯก็จะมีหลักการลงทุนคล้ายกับหุ้น  นั่นคือ มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงก็มีความเสี่ยงระดับสูงเช่นกัน ใครมี่ลงทุนแล้ว หรือกำลังมองหาการลงทุน จะต้องคำนึงถึงหลักการนี้เป็นสำคัญ มาดูไส้ในของกองทุนต่างๆกัน

มาเริ่มกันที่บลจ.บัวหลวง ส่งกองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME) ที่ช่วงนี้มีการทำโปรโมชั่นน่าสนใจคือ เมื่อซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ธ.ค. 2562 ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนที่ปกติเรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 1%ของมูลค่าซื้อขาย และใช้เงินลงทุนต่ำมากเริ่มต้นที่ 500 บาทก็สามารถลงทุนได้ 

สำหรับกอง B-INCOME มีความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ซึ่งไส้ในของกองทุน  B-INCOME  จะมีการลงทุนตั้งแต่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม อาทิ กองทุนรวมอสังหาฯ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ  (REITs)  แม้แต่กองทุนรวม ETF ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ลงทุนด้วย 

ช่วยให้บาลานซ์การลงทุนรับกับสถานการณ์ เพราะหากสินทรัพย์ไหนมาแรง ก็ให้น้ำหนักลงทุน หากสินทรัพย์ไหนเทรนด์กำลังขาลงก็ปรับลดลง เรียกว่า จัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงได้ค่อนข้างคล่องตัวในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งกองทุนนี้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ด้วย  

ด้านผลดำเนินงานของกองทุน B-INCOME ในอดีต ชนะเกณฑ์มาตรฐาน (เบนซ์มาร์ก) หมดทุกช่วงเวลา โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน ณ 31 ก.ค. 2562 (YtD) 6.42% และในช่วง1 ปีย้อนหลัง 6.42%  ส่วนตั้งแต่ตั้งกองทุนถึง ปัจจุบันเฉลี่ย 4.25%ต่อปี

ฝั่งบลจ. กรุงศรี  เสนอกองทุนเปิดกรุงศรีโกล บอลพร็อพเพอร์ตี้ (KFGPROP) มีความเสี่ยงสูงระดับ 7 โดยจะเข้าไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ  Janus Henderson-Global Real Estate Fund,Class I $ Inc สัดส่วน 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(NAV) กองทุนหลักนี้จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนใน REITs และอสังหาฯทั่วโลก ซึ่งรายได้จะเป็นค่าเช่าและส่วนต่างกำไรของมูลค่าอสังหาฯที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น 

นอกจากนี้ผลพวงของการเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ ที่ช่วยหนุนโลจิกสติกส์และคลังสินค้า  ความก้าวหน้าทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ต้องมี Data Centre มากขึ้น ซึ่งบริษัทที่ให้บริการ Data Centre จึงมีโอกาสเติบโตสูงล้อไปกับโลกดิจิทัลยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต

ทั้งนี้ กองทุน KFGPROP ได้ทำป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน90%ของมูลค่าการลงทุนในต่างประเทศแล้ว

ด้านผลตอบแทนของกองทุน KFGPROP ในช่วงต้นปีถึง 31 ส.ค.62 กระโดดขึ้นสูง 20.49% แต่หากย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ระดับ 11.36% และตั้งแต่ตั้งกองทุนมาถึงปัจจุบัน เฉลี่ย 1.75%ต่อปี

มาดูอีกกองทุนของบลจ. ทิสโก้  ชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้  โกลบอล รีท”  หรือ TGREIT ซึ่งมีความเสี่ยงระดับ 8 เสี่ยงสูงมาก เนื่องจากการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหมวดพัฒนาอสังหาฯ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงเช่นกัน โดยกองทุน  TGREIT นี้จะเข้าไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่อยู่ต่างประเทศ ชื่อว่า “B&I Global Real Estate Securities  Fund (UCITS)  ชนิดหน่วยลงทุน S”  สัดส่วนราว 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนTGREIT

ทั้งนี้ กองทุน UCITS มีนโยบายจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหฯทั่วโลก โดยจะเน้นลงทุนในประเทศพัฒนาแล้ว ได้แก่  สหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี      ประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป ญี่ปุ่น สิงคโปร์  ฮ่องกง ออสเตรเลีย พร้อมกับมีการทำป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลตอบแทนของกอง UCITS ชนิดหน่วยลงทุน S ณ วันที่ 31 ก.ค. 62 ผลตอบแทนอยู่ที่ 20.76% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน  ถึง 31 ก.ค. 62 ผลตอบแทนรวมอยู่ที่ 38.85%

อย่างไรก็ตาม กองทุน  TGREIT ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล และหากสนใจลงทุนจะต้องติดต่อผ่านเครือทิสโก้ ซึ่งกำหนดอัตราลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

ส่วนอีกกองทุนมาจากบลจ. กรุงไทย เสนอ กองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล (KT-PIF) ซึ่งมีความเสี่ยงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) โดยจะมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาฯ รวมทั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีพื้นฐานดี โดยไส้ในของกองทุนนี้ เข้าไปลงทุนใน Property Fund&REITs ในประเทศไทยสัดส่วน 50-60% และที่เหลือลงทุนใน REIT ในสิงคโปร์ 

อย่างไรก็ตาม กอง KT-PIF มีการลงทุนที่มีความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะมีลงทุนหุ้นด้วย ซึ่งอาจมีความผันผวนเกิดขึ้นได้ ดังนั้น คนที่จะลงทุนต้องเข้าใจลักษณะการลงทุนอย่างดีพอ เพราะแม้จะมีตวามเสี่ยงสูงมาก แต่ก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังว่าเงินต้นจะอยู่ครบ

สำหรับผลตอบแทนของกองทุน KT-PIF หากเป็นกองที่มีการจ่ายเงินปันผล  ตั้งแต่ต้นปี – 31 ก.ค. 62 อยู่ที่ 20.75% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 22.59% และย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 9.81%ต่อปี

ขอตบท้ายด้วยค่ายยูโอบี คือ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล เรียลเอสเตท  ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” หรือ UGRE-UI  (เสนอขายกลุ่มนักลงทุนสถาบันและลูกค้ารายใหญ่พิเศษ ) ซึ่งจะเข้าไปลงทุนในกองทุนหลัก “UBS  (Lux) Real Estate  Funds Selection -Global (GREFS) ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดอสังหาฯคุณภาพทั่วโลกทั้งอเมริกา แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่นและเอเชีย 

ตัวอย่างสินทรัพย์ที่จะไปลงทุน อาทิ หน่วย Private equity ,ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ,ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ,กองทุนหลักจะนําเงินยูโร (EUR) ไปลงทุนในหลักทรัพยในรูปสกลุ เงินท้องถิ่น ของประเทศที่ลงทุน ทั้งนี้ ผลดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 6.44%ต่อปี 

อย่างไรก็ตาม กองทุน UGRE-UI มีความเสี่ยงระดับ 8+  เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นกองทุนนี้จึงไม่เหมาะสำหรับรายย่อลงทุน แต่เหมาะสำหรีวผู้ลงทุนที่รับความผันผวนจากราคาอสังหาฯที่กองทุนไปลงทุนได้ และกองนี้อาจมีค่าธรรมเนียมต่างๆและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก ที่ซ้ำซ้อนได้

ดังนั้น คนที่อยากกระจายพอร์ตลงทุนไปในกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆที่เกี่ยวกับอสังหาฯ ช่วงนี้มี REIT ออกมาหลากหลายกองทุน จึงควรจะพิจารณารายละเอียดของลักษณะอสังหาฯที่เข้าไปลงทุนและค่าธรรมเนียมต่างๆที่ถูกเรียกเก็บด้วย เพราะการลงทุนแม้ผลตอบแทนดี แต่มีระดับความเสี่ยงสูงมากเดินจะรับสภาพได้ อาจจะไม่คุ้มหากต้องสูญเสียเงินต้นได้ 

ที่สำคัญหากดูข้อมูลแล้ว พูดคุยปรึกษากับผู้แนะนำการลงทุน แล้วยังไม่เข้าใจ  ขอย้ำว่า “ อย่าฝืนลงทุน” เพราะมีความเสี่ยงบวกเพิ่มจากตัวคุณเอง นอกเหนือจากความเสี่ยงเฉพาะของกองทุนนั้นๆอยู่แล้ว และมองหากองทุนที่คุณเข้าใจและมีความเสี่ยงระดับต่ำลงมา แต่ให้ผลตอบแทนระดับที่เหมาะสมเท่าที่สบายใจดีกว่า

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : วางแผนเกษียน สัญญาณเตือนคนไทยอาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน

Latest

ทองคำดิ่งเหวจากแรงเทขายทำกำไร ราคาในประเทศปรับ 36 ครั้ง หลุด 3 หมื่น

สมาคมผู้ค้าทองคำ รายงานว่าการซื้อขายทองคำในประเทศวันนี้( 12 ส.ค.) ผันผวนตามตลาดต่างประเทศ หลังราคาร่วงอย่างหนักต่ำกว่าระดับ 1,900 ดอลลา์/ออนซ์  ราคาทองคำแท่งภายในประเทศในช่วงเปิดตลาดดิ่งลง 1,400 บาท ก่อนจะขึ้นลงผันผวน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 15.20 น. ราคาทองคำในประเทศปรับแล้ว 36 ครั้ง ราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 28,400 บาท และรับซื้อ 28,300 บาท...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

73% ส่งออกทุเรียนไทยไปจีน มูลค่า 6 เดือนแรก 3.17 หมื่นล้านบาท

ไทยส่งออกทุเรียนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็น 73% ของปริมาณการส่งออกทุเรียนสดทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2020 อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่เป็นมูลค่าราว 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3.17 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 73% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 ในช่วงเวลาเดียวกัน อรมนระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนไปยังตลาดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวม 164 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว...

เปิด 5 วิธีที่เหล่าแฮ็กเกอร์ใช้จิตวิทยาหลอกขอข้อมูลออนไลน์

การเติบโตของอินเทอร์เน็ต และพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่ปลอดภัย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ดังนั้นการป้องกันโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่การป้องกันที่ดีที่สุด แต่ต้องสร้างการตระหนักรู้ของผู้ใช้งานไปพร้อมกันด้วย นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้พัฒนา Digital infrastructure ของประเทศ เรามีความห่วงใยคนไทยต่อการเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันแฮ็กเกอร์ได้พัฒนาเล่ห์เหลี่ยมใหม่ๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและให้ข้อมูลแก่ตน โดยอาศัยหลักจิตวิทยา ความไม่รู้ หรือความประมาทของเหยื่อ ลอกเลียนแบบองค์กรหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อให้หลงเชื่อและกระทำการบางอย่าง อาทิ เปิดเผยรหัสผ่าน ซึ่งในทางสากลเรียกกลวิธีแบบนี้ว่า Social...

ในหลวงพระราชทานกำลังใจครม.ประยุทธ์ 2/2

ในหลวงพระราชทานกำลังใจ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ให้มีพลังทำสิ่งถูกต้องเพื่อความสุขของประชาชน นายกฯ นัด ครม.ทั้งหมดถ่ายรูปเต็มคณะที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าก่อนประชุม ครม. 13 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 7 คน เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ ณ...

Related News

ลงทุนอสังหาริมทรัพย์หลังโควิด-19 อย่างไร … ให้ได้ผลตอบแทนคุ้มสุด

เน็กซัส เผยผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงโควิด-19 พบผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในการลงทุนอสังหาฯ แบบระยะยาวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากราคาคอนโดที่ปรับลดลงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสถานการณ์ปกติ ซึ่งการปรับลดราคาลง คือแรงหนุนหลักที่มากระตุ้นการตัดสินใจซื้อของกลุ่มนักลงทุน โดยพบว่ากลุ่มนักลงทุนจะเลือกซื้อโครงการที่สามารถปล่อยเช่าได้ทันที ด้วยผลตอบแทนที่ดีทำให้คอนโดในระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นที่หมายตาของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะคอนโดลีสโฮลด์ (Leasehold) เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าคอนโดฟรีโฮลด์ (Freehold)   นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด...

3 เมกะเทรนด์พลิกโฉมที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์ความต้องการ ‘New Normal’

จับตา 3 เมกะเทรนด์ "สุขอนามัย-ความสมดุลการทำงาน-เทคโนโลยีดิจิทัล" พลิกโฉมการออกแบบ-ตลาด ที่อยู่อาศัย มุ่งตอบโจทย์ความต้องการกลุ่ม New Normal หลังโควิด-19 เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือก ที่อยู่อาศัย ของผู้บริโภค เพื่อให้สอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า 3 Mega Trends ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย คือ 1.สุขอนามัย...

โควิด-19 ฉุดตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริโภค 75% ชะลอการซื้อ-ขาย

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยผลสำรวจ Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด ระบุว่า โควิด-19 ฉุดรายได้ กำลังซื้อเปราะบาง แต่ยังเห็นความต้องการ อสังหาริมทรัพย์ ที่ฟังก์ชันครบโปรโมชั่นดี  จากผลสำรวจของ Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด เผย 3 ใน 4...

ข้อควรรู้ … “ใครเป็นใครเมื่อต้องซื้อบ้าน”

การหาที่อยู่ให้ตัวเองและการ ซื้อบ้าน มีกระบวนการและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการหรือประสานงานกับบุคคลและหน่วยงานต่างๆ  มากมายถ้าเรามีข้อมูลเบื้องต้นว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรจะทำให้เราเข้าใจและเตรียมตัว จัดการแต่ละขั้นตอนให้พร้อมและราบรื่น เส้นทางการซื้อหรือหาที่อยู่อาศัยใหม่อาจจะดูวุ่นวายแต่ไม่ใช่เรื่องยาก โดยแบ่งคร่าว ๆ เป็น 3 ช่วง ได้แก่ เริ่มตั้งแต่เตรียมตัวก่อนซื้อ ขั้นตอนดำเนินการ และขั้นสุดท้ายก่อนเป็นเจ้าของ ซึ่งทุกช่วงมีความน่าสนใจ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวมไทม์ไลน์สำหรับคนที่จะซื้อบ้าน เพื่อใช้เตรียมตัว และศึกษาข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยประหยัดเวลาในการดำเนินการ การเดินทาง ค่าใช้จ่าย หรือแม้แต่มีเวลาเปรียบเทียบข้อได้เปรียบของโครงการหรือสถาบันการเงิน เป็นต้น เส้นทางการซื้อบ้านมีใครเกี่ยวข้องบ้าง  คิดจะซื้อบ้านสักหลังต้องเริ่มจากการหาข้อมูล ในยุคสมัยนี้ก็มีหลากหลายวิธีที่จะทำให้การหาบ้านง่ายขึ้น ไม่ว่าจะทางเว็บไซต์โครงการโดยตรง หรือเว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขาย...

วิกฤติโควิด-19 ฉุดดีมานด์คอนโดมิเนียมปี 63

ศูนย์วิจัย Krungthai Compass ของธนาคารกรุงไทย (KTB) คาดว่า ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมกำลังถูกบั่นทอนจากวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจไทยหดตัวลง ยอดจองที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ (Pre-sale) โดยเฉพาะคอนโดฯ ในไตรมาสที่ 1/2020 หดตัวมากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงเริ่มเกิดความกังวลว่าจะทำให้มีคอนโดฯ ที่สร้างไม่เสร็จเกิดขึ้นเหมือนอย่างในวิกฤติต้มยำกุ้งหรือไม่ เพราะโครงการเริ่มก่อสร้างไปแล้ว แต่ยอดจองไม่มากมากเพียงพอ...