Home Money2know เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่า กรอบสัปดาห์หน้า 33.20-34.50 บาทต่อดอลล์

เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่า กรอบสัปดาห์หน้า 33.20-34.50 บาทต่อดอลล์

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” รายงานสถานการณ์เงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย กลับมาเผชิญแรงเทขายเพื่อทำกำไรและปรับโพสิชัน เนื่องจากตลาดทยอยคลายความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวที่สะท้อนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่า แม้การระบาดของสายพันธุ์นี้จะรวดเร็ว แต่ก็อาจจะไม่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยที่รุนแรง

นอกจากนี้เงินบาทยังมีแรงหนุนจากการกลับมาซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของต่างชาติด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดี (9 ธ.ค.) เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ที่ 33.37 ก่อนจะกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ 33.48 เทียบกับระดับ 33.89 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ธ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (13-17 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.20-34.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงิน dot plot และประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (14-15 ธ.ค.) ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

- Advertisement -

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคานำเข้าและส่งออก การเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย ตลอดจนรายงานเบื้องต้นของ PMI เดือนธ.ค. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางญี่ปุ่น และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน อาทิ ข้อมูลการปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย. ด้วยเช่นกัน

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News