HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบดีดขึ้น หลังฮอร์มุซยังไม่ชัด-ตะวันออกกลางตึง

ราคาน้ำมันดิบดีดขึ้น หลังฮอร์มุซยังไม่ชัด-ตะวันออกกลางตึง

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอาจล่าช้า จากเงื่อนไขของอิหร่าน ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครนยังเป็นปัจจัยหนุนราคา

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 11 ส.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 82.13 ดอลลาร์/บาร์เรล +3.95 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 87.72 ดอลลาร์/บาร์เรล +4.17 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดประเมินว่าการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอาจล่าช้าออกไป หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า อิหร่านจะยังไม่เปิดการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน

- Advertisement -

ข้อเรียกร้องดังกล่าวรวมถึงการชดเชยความเสียหาย การยุติมาตรการคว่ำบาตรและภัยคุกคามทางทหาร ตลอดจนการหยุดละเมิดข้อตกลงชั่วคราวที่ลงนามไว้เมื่อเดือน มิ.ย. 2569

อิหร่านระบุว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเหล่านี้ แม้ในช่วงที่ผ่านมา อิหร่านจะมีการเจรจากับโอมานเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความคืบหน้าในทิศทางที่ราบรื่นและสร้างสรรค์ โดยทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีรายละเอียดด้านเทคนิคที่ต้องหารือเพิ่มเติม โดยการเจรจาครอบคลุมถึงกลไกการเดินเรืออย่างปลอดภัย การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล การให้บริการด้านการเดินเรือ และการต่อต้านอาชญากรรมทางทะเล ซึ่งอาจมีการกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนสำหรับบริการที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 82.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 87.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีโรงกลั่นน้ำมันจาซานของบริษัทซาอุดีอารามโกซ้ำเป็นครั้งที่สอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 ภายหลังการโจมตีครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 แม้โรงกลั่นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงจากเหตุการณ์ก่อนหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และปากีสถาน ลงนามในข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องปรามการรุกรานร่วมกัน โดยกำหนดให้การโจมตีทางอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศ ถือเป็นการโจมตีต่อสมาชิกทั้งหมด

ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียด หลังกองทัพยูเครนเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันทาเนโก ซึ่งเคยตกเป็นเป้าหมายมาแล้วในช่วงต้นเดือน มิ.ย. 2569

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในหลายพื้นที่ แม้ทางการรัสเซียจะระบุว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้วก็ตาม

ภาพรวมดังกล่าวทำให้ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ทั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ตะวันออกกลาง และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซีย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News