Home Money2know Money ออมสินปีนี้กำไรลดวูบหมื่นล้าน NPL พุ่งอุ้มลูกหนี้รายย่อย-SME

ออมสินปีนี้กำไรลดวูบหมื่นล้าน NPL พุ่งอุ้มลูกหนี้รายย่อย-SME

ออมสิน เผยช่วยลูกหนี้รายย่อย-เอสเอ็มอี พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 3.1 ล้านราย วงเงินรวม1.14 ล้านล้านบาท ยอมรับสภาพหนี้เสีย “บาน” หลังหมดโปรฯมาตรการช่วงสิ้น ต.ค.  ยอดเอ็นพีแอลพุ่ง 6-7 พันล้านบาท แตะระดับ 3.5%ของสินเชื่อรวม คาดปีนี้กำไร 1 หมื่นล้านบาทต้นๆ พร้อมส่งไม้ต่อผอ.ใหม่ ”วิทัย รัตนากร”

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคาร ออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ธนาคารได้ให้การช่วยเหลือดูแลลูกค้าธนาคารฯ โดยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติเป็นระยะเวลา 6 เดือน (ถึงสิ้นตุลาคม 2563) ซึ่งมีลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท รวม 3.10 ล้านราย วงเงินรวม 1.14 ล้านล้านบาท

ส่วนสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19) วงเงินกู้สูงสุด 10,000 บาทต่อราย และ สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำ  วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาทต่อราย  ซึ่งมีผู้ยื่นกู้มากถึง 3,023,168 ราย ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน  (จากปกติที่จำนวนรวมยอดผู้ยื่นกู้ดังกล่าวนี้จะต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี) ขณะนี้ธนาคารฯ ได้อนุมัติไปแล้วเกือบ 600,000 ราย ที่เหลือจะพิจารณาอนุมัติหมดภายในเดือนกรกฏาคมนี้

- Advertisement -

สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟท์โลน ให้แก่สถาบันการเงิน น็อนแบงก์ ตลอดจนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของธนาคารออมสิน วงเงิน 150,000 ล้านบาท ล่าสุด ได้มีผู้ยื่นกู้แล้ว 13,093 ราย วงเงินรวม 161,628 ล้านบาท ปัจจุบันได้อนุมัติแล้ว 108,960 ล้านบาท คงเหลือวงเงินที่กำลังทยอยอนุมัติอีก 41,040 ล้านบาท คาดว่าภายในเดือนมิถุนายน 2563 จะสามารถอนุมัติได้ทั้งหมด

“สถานการณ์เอ็นพีแอลขณะนี้ถือว่ายังไม่เยอะ อยู่ที่ 3.2%ของสินเชื่อรวม แต่หลังจากสิ้นเดือนตุลาคมที่ครบ 6 เดือนของการผ่อนผันการนับหนี้เสียของธปท. จะเริ่มกลับมาสู่ปกติ จะเห็น NPL เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าสิ้นเดือนธันวาคม จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% หรือเป็นหนี้เสียประมาณ 6-7 พันล้านบาท  ขณะที่สิ้นปีที่แล้วเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.6%”

นายชาติชาย กล่าวให้คำแนะนำลูกหนี้ที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า ว่า ขณะนี้ จะต้องมองข้ามชอตไปถึงการวางแผนทางการเงิน ที่จะต้องจ่ายหนี้ในระยะข้างหน้าได้แล้ว และที่สำคัญจะต้องมีการสำรองเงินไว้ใช้ฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้า

“ปีนี้ กำไรของธนาคารคงไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปัญหาพักหนี้ของลูกค้า และเชื่อว่า หลังหมดมาตรการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย  ตัวลูกหนี้บางส่วนจะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ เอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเหมือนกันทุกแบงก์ ทำให้การปล่อยสินเชื่อจะระมัดระวังมากขึ้น และสิ่งที่จะเกิดตามมาคือ การตั้งสำรองหนี้เสียที่มากขึ้น เราคาดว่าจะเห็นกำไรราว 1 หมื่นล้านบาทต้นๆ จากสิ้นปีที่แล้ว กำไรกว่า2.6 หมื่นล้านบาท ปีนี้หายไปราว 1 หมื่นล้านบาท ”นายชาติชายกล่าว

สำหรับผลดำเนินงานของธนาคารออมสินนั้น  จากสถานการณ์ดังกล่าวที่ธนาคารออมสินมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาล ทำให้ 5 เดือนแรก ปี 2563 (1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2563) นั้น ธนาคารกำไรราว 5 พันล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2,158,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 5,646 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 5,039 ล้านบาท สูงกว่าแผนปี 2563

ส่วนสำคัญมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 19,552 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ จำนวน 1,892 ล้านบาท และรายได้อื่นอีก 2,313 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับเปลี่ยนแผนงานให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดและการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพตามสถานการณ์

ในด้านเงินรับฝากฯ 2,478,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 65,597 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,877,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 80,433 ล้นบาท ส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 62,077 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.88 ของสินเชื่อรวม

ทั้งนี้ นายชายชาติจะบริหารงานในตำแหน่งผู้อำนวยการ ธนาคารออมสินถึงสัปดาห์นี้ เนื่องจากครบวาระ 5 ปี 5 เดือน โดยจะมี  “นายวิทัย  รัตนาการ” จะมารับไม้ต่อตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป

นายชายชาติ ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนการขับเคลื่อนธนาคารออมสินด้วยยุทธศาสตร์ 3 ด้าน  คือ การบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานทุกคนองค์กร และระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เป็นพื้นฐานสำคัญที่เป็นจุดเด่นของธนาคารออมสินที่สามารถให้บริการลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับฐานรากจนถึงลูกค้าระดับบนที่มีความมั่งคั่ง(Wealth)

“หากแต่ยังมีส่วนที่ยังสามารถพัฒนาได้เพิ่มเติมต่อเนื่องหลังจากนี้ เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงจากทุกปัจจัย และบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ในทุกมิติ ผ่านการ ReShape องค์กร เพื่อการปรับเปลี่ยนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้านต่อไป”นายชายชาติกล่าว

Latest

‘ข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์’ สิ่งที่องค์กรต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า

บนโลกดิจิทัล ข้อมูลคือขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ที่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตสินค้าและบริการ การได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปในการระบุตัวตน เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง (Sensitive Data) เช่น ข้อมูลที่บ่งบอกพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภค รสนิยม ข้อมูลสุขภาพ ซึ่งทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าได้โดยใช้เวลาน้อยลง และเกิดผลสัมฤทธิ์แบบ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ผลสำรวจ ผู้บริหารไทย วางแผนทุ่มทุนลง ไฮบริดคลาวด์ หวังการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ

ไอบีเอ็มเผยผลสำรวจผู้บริหารในประเทศไทยที่กำลังลงทุนในระบบไฮบริดมัลติคลาวด์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ คุณค่าที่ธุรกิจได้รับจากการนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มไฮบริดมัลติคลาวด์และโมเดลปฏิบัติการมาใช้ในวงกว้าง มากกว่าคุณค่าที่ได้จากแพลตฟอร์มเดียวบนระบบคลาวด์เดียว ถึง 2.5 เท่าองค์กรไทยจะลดงบการใช้จ่ายสำหรับพับลิคคลาวด์ลง จากร้อยละ 42 ในปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละ 39 ภายในปี 2566คาดว่าภายในปี 2566 องค์กรไทยจะใช้งานคลาวด์เฉลี่ย 8 แห่ง โดยจะมีองค์กรเพียงร้อยละ 31 เท่านั้นที่มีกลยุทธ์การจัดการระบบมัลติคลาวด์แบบองค์รวมเพื่อรองรับ

หุ้นแบงก์บวกนำตลาด เหตุฝรั่งแห่เข้าซื้อผ่าน NVDR

ตลาดหุ้นฟื้นตัวช่วงสั้นมาปิดบวกที่ 1,216.48 จุดบวก 5.81 จุดปรับขึ้น 0.48% กลุ่มแบงก์พาณิชย์บวกนำตลาดมากที่สุด หลังต่างชาติแห่ซื้อหุ้นธนาคารผ่าน NVDR ‘SCB’ ราคาพุ่งสูงสุด +6% นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 21...

Adobe MAX 2020 ผุดนวัตกรรม Creative Cloud ส่งเสริมการสร้างคอนเทนต์

Adobe MAX งานครีเอทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกปีนี้ เปิดให้ครีเอทีฟ นักสร้างสรรค์ และผู้ชมทั่วโลกได้เข้าร่วมฟรี! ประกาศอัปเดตแอปและฟีเจอร์สำคัญ ๆ รวมถึง Illustrator บน iPad, Fresco บน iPhone, ฟิลเตอร์ Neural ที่ขับเคลื่อนด้วย Sensei ใน Photoshop พร้อมเดินหน้าโครงการ...

Related News

ไมโครลิสซิ่ง เข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ SET วันแรกราคาหุ้น IPO พุ่ง 43%

‘ไมโครลิสซิ่ง’ (MICRO) เข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ SET วันแรก ราคาหุ้น IPO บวกกว่า 43% ผู้บริหารเผยแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนขยายพอร์ตสินเชื่อ-เพิ่มจำนวนสาขาใหม่ ไมโครลิสซิ่ง เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้เป็นวันแรก (1 ต.ค. 2563) ราคาเปิดการซื้อขาย (Open Price) อยู่ที่ 3.78 บาท ปรับขึ้น 42.64% จากราคาจองซื้อ (IPO)...

เมืองไทย แคปปิตอล มั่นใจธุรกิจยังเติบโตได้ดี ไม่หวั่นคู่แข่งหน้าใหม่

บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล มั่นใจ อีก 2-3 ปี ธุรกิจยังคงเติบโตขึ้นได้ถึง 20-25% ไม่กังวลแม้จะมีคู่แข่งหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) มองว่า "เมื่อเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อกลุ่มลูกค้าต่าง ๆ ทำให้เติบโตได้เพียง 19-20% จากที่ตั้งเป้าหมายไว้เมื่อต้นปีที่ 20-25% เพราะธุรกิจดำเนินไปด้วย...

ออมสินปล่อยกู้ ‘สินเชื่อเสริมพลังฐานราก’ รายละ 5 หมื่น ไม่ต้องค้ำ

ออมสินเปิดตัว “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” ตามติครม. ลุยปล่อยกู้เติมสภาพคล่องพ่อค้าแม่ค้า-ผู้มีอาชีพอิสระ-คนมีรายได้ประจำ ถูกกระทบจากโควิด-19 ให้กู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท พร้อมคลายเงื่อนไข ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันและปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบปรับปรุงการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (Covid-19) วงเงิน 20,000 ล้านบาท...

เมืองไทย แคปปิตอล มองธุรกิจสินเชื่อยังเติบโตได้ดีในยุคโควิด

แม้สถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจโลกจะแย่ลง เหตุเพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ เมืองไทย แคปปิตอล ยังแข็งแกร่ง สามารถเติบโตได้อยู่ และเชื่อว่าจะเติบโตขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ สำหรับ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เป็นสถานบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร(Non Bank) ให้บริการด้านสินเชื่อ อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อรถจักรยานยนต์ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อโฉนดที่ดิน...

ธปท.ยันเกณฑ์คุมสินเชื่ออสังหาฯยังจำเป็น โชว์ข้อมูลไม่กระทบตลาด

ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์แล้วเห็นว่าหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ มาตรการ loan-to-value ratio (LTV) ซึ่งได้ปรับเกณฑ์ผ่อนคลายไปแล้ว 2 ครั้ง ยังมีความจำเป็นและเหมาะสม ธปท.ระบุว่าประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้โดยเฉพาะบ้านหลังแรก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์ ก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เรียกร้องให้ธปท.ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นตลาดอังหาฯที่ซบเซาจากผลกระทบโควิด-19 นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า ธปท. ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ออกมาตรการ LTV...