Home Money2know อุ้ม SMEs ขนส่ง 4 แสนราย จ่อลดภาษี-ดึงสสว. อัดสภาพคล่องแลกไม่ปลดคน

อุ้ม SMEs ขนส่ง 4 แสนราย จ่อลดภาษี-ดึงสสว. อัดสภาพคล่องแลกไม่ปลดคน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) กล่าวภายหลังกการรับหนังสือร้องเรียนจากภาคผู้ประกอบการขนส่งทางบก หรือ โลจิสติกส์ ในวันที่ 10 มิ.ย. SMEs2563 ว่า เนื่องจากผู้ประกอบการ ขนส่งทางบกที่มีจำนวนกว่า 3 แสนราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีการจ้างงานในส่วนนี้ถึง 5-6 ล้านคน ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมา จึงได้ขอหารือให้รัฐบาลสนับสนุนหรือมีแนวทางในการช่วยเหลือ ซึ่งสอดรับกับนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ดูแลครอบคุลมทุกกลุ่มให้ดีที่สุด

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่หดตัวและการจ้างงานก็ลดลงมากกระทบต่อรายได้แรงงานกลุ่มนี้ ดังนั้น จึงได้วางแนวทางการดูแลภาคธุรกิจโลจิสติกส์ทางบกไว้เป็น 2 ระยะ  คือ ระยะแรกเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่เอสเอ็มอีกลุ่มนี้ โดยปัจจุบันมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารออมสิน รองรับไว้

“ขณะนี้ซอฟโลนแบงก์ชาติมีวงเงิน 5 แสนล้านาท  ได้มีการใช้วงเงินไป 7 หมื่นล้านบาท และออมสินก็ยังมีซอฟโลนอีก ส่วนของคลังจะเร่งพิจารณามาตรการเสริมช่วยสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีกลุ่มที่เข้าไม่ถึงธนาคารพาณิชย์ ในการประชุมครั้งนี้จึงได้เชิญ สสว. ร่วมประชุมด้วย ซึ่งจะพยายามเร่งมาตรการเสริมออกมาให้เร็วที่สุด” รมว.คลังกล่าว

- Advertisement -

ส่วนระยะที่สอง เป็นการฟื้นฟูธุรกิจหลังโควิด-19 ซึ่งเอสเอ็มอีต้องการความช่วยเหลือในการปรับตัว และประเทศไทยกำลังยกระดับโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม S-Curve โดยกระทรวงการคลังจะหารือมาตรการสนับสนุนการต่อยอดของเอสเอ็มอีโลจิสติกส์กลุ่มนี้ ซึ่งได้มีการเสนอการจัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับโลจิสติกส์ระดับชาติ โดยกระทรวงการคลังจะหารือกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น

“แหล่งเงินที่จะใช้ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือ เช่น ธนาคารรัฐที่มีอยู่ ก็อาจใช้ได้” รมว.คลังกล่าว

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษา สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย  เปิดเผยภายหลังการยื่นหนังสือเรียกร้องให้กระทรวงการคลังออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจขนส่งทางบกหรือโลจิสติกส์ในวันที่ 10 มิ.ย.2563) ว่า  นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับหนังสือข้อร้องเรียนด้วยตัวเอง จึงได้มีโอกาสหารือถึงความเป็นไปได้ 3 ข้อเสนอ ดังนี้

ข้อเสนอแรก ขอปรับ ลดภาษี หัก ณ ที่จ่าย จาก 1% เหลือ 0.5% เป็นเวลา 2 ปี  เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ แลกกับไม่ต้องเลิกจ้างงานพนักงานขับรถที่อยู่ในระบบขนส่งทางบก

ข้อเสนอที่สอง เพิ่มสภาพคล่อง  เนื่องจากปัจจุบัน สถาบันการเงินปฏิเสธการให้สินเชื่อ เนื่องจากธุรกิจมีแต่รถ จึ่งทำให้ผู้ประกอบการถูกปฏิเสธ เพราไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ จึงได้เสนอขอให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  เข้ามาดูแลเรื่องการค้ำประกัน โดยเสนอรูปแบบให้ผู้ประกอบการ “ค้ำประกัน”กันเอง

“เรื่องขอให้ ลดภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากปัจจุบัน เป็นการหักจากรายรับใบอินวอย(Invoice)ที่รวมค่าใช้จ่ายไว้ ซึ่งทำให้สภาพคล่องเราแย่ลง  ดังนั้นจึงต้องการขอให้หักลดตรงนี้เหลือ 0.50% เพื่อให้เรามีสภาพคล่องดีขึ้น “นายทองอยู่กล่าว

ข้อเสนอที่สาม การฟื้นฟูระยะยาว เพื่อให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ทั่วประเทศ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มและการทำระบบบัญชีมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ต้องทำงานประสานร่วมกันกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม เป็นต้น

นายทองอยู่กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการรถบรรทุกภาคเอกชน ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากการ ล็อกดาวน์ในช่วงที่ผ่านมา  แยกเป็นส่วนของรถขนส่งคน (ไม่นับรวม ขสมก.)ที่ลดหายถึง 60- 70%จากจำนวน 4 หมื่นรายทั้งหมด และรถขนส่งสินค้าที่ลดลง 40-50% จากผู้ประกอบการ 3 แสนราย  ซึ่งได้มีการหยุดกิจการ ชะลอกิจการและเลิกจ้างพนักงาน  ขณะที่รายได้จากโลจิสติกส์ทั้งระบบมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนล้านบาท

“เกือบ 4 ล้านคันที่รถบรรทุกหยุดไป เราได้ประเมินว่า การใส่เงินช่วยเหลือภาคธุรกิจขนส่งทางบกน่าจะหลัก 2 หมื่นล้านบาทขึ้นไป ถึงจะบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและพนักงานขับรถ”

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News