HomeMoney2knowบีโอไอ ชี้ยอดส่งเสริมการลงทุนปี 63 ลดลง 30% ระบุไม่ตั้งเป้าส่งเสริมการลงทุนปีนี้

บีโอไอ ชี้ยอดส่งเสริมการลงทุนปี 63 ลดลง 30% ระบุไม่ตั้งเป้าส่งเสริมการลงทุนปีนี้

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ)ที่มีมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรมว.กลาโหม เป็นประธานวันนี้ (70 ก.พ.)ว่าบอร์ดบีโอไอรับทราบภาพรวมการส่งเสริมการลงทุนในปี 2563 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 1,717 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 481,150 ล้านบาท โดยในแง่ของมูลค่าส่งเสริมการลงทุนลดลง 30% จากปี 2562 ซึ่งมีมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนรวม 6.9 แสนล้านบาท

โดยอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นได้แก่กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีมูลค่าส่งเสริมการลงทุนถึง 5.03 หมื่นล้านบาท และอุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในแง่ของจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 177% จากปี 2562 และในส่วนของมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนในปี 2563 มีถึง 2.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 165% ซึ่งทั้งสองอุตสาหกรรมได้รับแรงขับเคลื่อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความต้องการทั้งในสองอุตสาหกรรมมากขึ้น

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีมูลค่าลงทุนทั้งสิ้น 230,740 ล้านบาท คิดเป็น48 %ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมทั้งสิ้น โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าลงทุน 50,300 ล้านบาท การเกษตร และแปรรูปอาหาร 41,140 ล้านบาท ยานยนต์ และชิ้นส่วน 37,780 ล้านบาท ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ 36,020 ล้านบาท และสุดท้ายคือเทคโนโลยีชีวภาพ 30,060 ล้านบาท ในส่วของการลงทุนของเอสเอ็มอี มีจำนวน 67 โครงการ เพิ่มขึ้น 20% มูลค่าลงทุน 2,490 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในกิจการผลิตเครื่องมือแพทย์จากผ้า หรือเส้นใยชนิดต่างๆ เช่น หน้ากากอนามัย เป็นต้น ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นมากจากโควิด-19

- Advertisement -

อ่าน : บีโอไอ เคาะมาตรการชวนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยกเว้นภาษีนิติบุคคล

สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริม จำนวน 907 โครงการ มูลค่าลงทุน 213,162 ล้านบาท โดยประเทศญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุดทั้งจำนวนโครงการ และมูลค่าลงทุน จำนวน 211 โครงการ มูลค่าลงทุน 75,946 ล้านบาท ตามด้วยประเทศจีน มูลค่าลงทุน 31,465 ล้านบาท และสหรัฐฯ มูลค่าลงทุน 24,555 ล้านบาท โดยจุดแข็งของไทยเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเอเชียคือ การมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน วัตถุดิบและชิ้นส่วน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจ Business Conditions of Japanese Companies in Asia and Oceania ของ JETRO ปี 2562 ที่พบว่า บริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทย ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศไทยในระดับสูงกว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม

ส่วนการขอรับการส่งเสริมในพื้นที่อีอีซีมีจำนวน 453 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 208,720 ล้านบาท แบ่งเป็น จังหวัดชลบุรี 226 โครงการ มูลค่าลงทุน 67,190 ล้านบาท จังหวัดระยอง 175 โครงการ มูลค่าลงทุน 115,870 ล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทรา 52 โครงการ มูลค่าลงทุน 25,660 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภค บริการพื้นฐานและการขนส่ง เป็นต้น

และคำขอรับการส่งเสริมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) มีจำนวน 17 โครงการ มูลค่าลงทุน 12,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 423 ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยมีศักยภาพ เช่น การผลิตถุงมือทางการแพทย์ และการผลิตอาหาร เป็นต้น

อ่าน : เทสลา ทุ่ม 1.5 พันล้านเหรียญซื้อ บิตคอยน์ กูรูลุ้นนิวไฮ 49,000 ดอลลาร์

สำหรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนในปี 2564 บีโอไอยังไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุนสำหรับปีนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิดยังไม่มีความแน่นอนสูง

อย่างไรก็ตามบีโอไอจะส่งเสริมกิจการที่ไทยมีศักยภาพ มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต พร้อมกับยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างของภาคการผลิตและบริการ เช่น อุตสาหกรรมในกลุ่มชีวภาพ (BCG) รวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News