HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม กังวลโครงสร้างพลังงานซาอุฯ ถูกโจมตี

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม กังวลโครงสร้างพลังงานซาอุฯ ถูกโจมตี

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังฮูตีโจมตีพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย เพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันตะวันออกกลาง

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 9 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 93.03 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.55 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 97.92 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.92 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนหลังกลุ่มฮูตีโจมตีเมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 ราย และเกิดเพลิงไหม้บริเวณโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่ง

- Advertisement -

เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมานานราว 6 เดือน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่การโจมตีอาจขยายจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมันในพื้นที่อื่นของภูมิภาค

หากความขัดแย้งลุกลาม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกผ่านต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 93.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.92 ดอลลาร์

ด้านสถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมัน หลังประเมินว่าความไม่สงบและปัญหาการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อไปถึงปี 2570

Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสสำหรับเดือน ธ.ค. 2569 ขึ้นอีก 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สู่ระดับ 85 และ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ พร้อมปรับประมาณการสำหรับปี 2570 ขึ้นเป็น 80 และ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ HSBC ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เฉลี่ยในปี 2569 และ 2570 เป็น 90 และ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ

อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือน ส.ค. 2569 ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่ตลาดคาดเพียง 56,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%

ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. 2569

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยระบุว่าต้องการให้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลงโดยเร็ว ขณะที่ปูตินแสดงท่าทีสนับสนุนแนวทางดังกล่าว

ตลาดมองว่า หากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลง อาจเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกพลังงานเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความกังวลด้านอุปทานน้ำมันบางส่วน

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงในตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมัน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางราคาน้ำมันในช่วงต่อไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News