Home Money2know วางแผนลดหย่อนภาษีปลายปี SSF กับ RMF เลือกอย่างไหน?

วางแผนลดหย่อนภาษีปลายปี SSF กับ RMF เลือกอย่างไหน?

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในระยะเวลาอันใกล้นี้ และหลายคนกำลังมองหาช่องทางออมเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่งยังต้องการไปพร้อมกับลดหย่อนภาษีในแต่ละปีได้อีกด้วย โดยหนึ่งในช่องทางการออมเงินและลดหย่อนภาษีไปได้ด้วยนั้น ผู้มีหน้าที่เสียภาษีส่วนใหญ่เลือกคือ SSF และRMF

มาทำความรู้จักกันว่า SSF คืออะไร? SSF คือ กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Saving Fund) สามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท และไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี แต่จะซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และนำมาลดหย่อนภาษีแล้วสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

โดยเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอายุอื่น ๆ ประกอบด้วย กองทุน SSF , กองทุน RMF , กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ , กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ , กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน , กองทุนการออมแห่งชาติ และเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

- Advertisement -

SSF มีระยะเวลาถือครอง 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ แบบวันชนวัน โดยปีที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องซื้อระหว่างปี 2563-2567  ซึ่ง SSF ได้เข้ามาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund : LTF) ที่สิ้นสุดลดหย่อนภาษีไปเมื่อปี 2562 โดย LTF ในขณะนั้นซื้อสามารถซื้อได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินและไม่เกิน 500,000 บาท เงื่อนไขคือต้องถือไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน

ส่วน RMF คืออะไร? RMF คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) สามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ทุกประเภทเหมือนกับ SSF และไม่มีขั้นต่ำ แต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อนับรวมกองทุนการออมเพื่อเกษียณอายุอื่น ๆ ประกอบด้วย กองทุน SSF , กองทุน RMF , กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ , กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ , กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน , กองทุนการออมแห่งชาติ และประกันชีวิตแบบบำนาญ

RMF มีระยะเวลาถือครอง 5 ปี นับจากวันซื้อครั้งแรก อายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีในวันที่ขาย และอย่าลืม เมื่อเริ่มซื้อแล้ว ต้องซื้อต่อเนื่อง ซึ่งสามารถซื้อได้เรื่อยๆ ไม่มีข้อกำหนดในการสิ้นสุดการลงทุน ซึ่ง RMF ได้ปรับเงื่อนไขจากเกณฑ์เก่าที่ซื้อไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 500,000 บาท ต้องซื้อขั้นต่ำ 3% หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทแล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า

ในปัจจุบันมีกองทุนรวม SSF และ RMF ไว้ให้เลือกลงทุนอยู่มากมาย แต่ก็เกิดคำถามว่าจะเลือกตัวไหนดีเพื่อลดหย่อนภาษีระหว่าง SSF และ RMF ซึ่งง่าย ๆ ถ้าต้องการเป้าหมายลงทุนระยะยาว 10 ปีก็เลือก SSF แต่ถ้าต้องการลงทุนเพื่อการเกษียณควรเลือก RMF เพราะจะได้เงินคืนก็ต่อเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

ยิ่งคนอายุ 50 ปีและคิดจะเริ่มลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีกับกองทุนรวมประเภทนี้ ให้มุ่งเลือก RMF จะดีที่สุด เพราะหากเลือกลงทุน SSF ในช่วงอายุ 50 ปี กว่าจะได้เงินคืนต้องถือครองให้ครบ 10 ปี นั่นเท่ากับว่าจะได้รับเงินคืนต้องอายุ 60 ปีเลยทีเดียว แต่ซื้อ RMF ตอนอายุ 50 ปี จะได้รับเงินคืนในอีก 5 ปีข้างหน้าเท่านั้น หรือในอายุ 55 ปีดังนั้นการจะลงทุนกับกองทุนรวม SSF และ RMF ควรคำนึงถึงปัจจัยช่วงอายุ และวัตถุประสงค์ของการลงทุนว่าลงทุนเพื่อเก็บออมเพียงระยะเวลาสั้น ๆ หรือจะเก็บออมเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณ แล้วคุณจะเลือกได้เองว่าเหมาะลงทุน SSF หรือ RMF มากกว่ากัน!

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News