HomeMoney2knowเปิดมุมมองการครองชีพครัวเรือนไทย จับตาราคาพลังงานสูง น้ำท่วมกระทบภาคเกษตร

เปิดมุมมองการครองชีพครัวเรือนไทย จับตาราคาพลังงานสูง น้ำท่วมกระทบภาคเกษตร

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้ออกสำรวจดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน พบว่า ในเดือนส.ค.65 ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 33.9 และ 35.7 จาก 32.5 และ 34.0 ในเดือนก.ค.65 เนื่องจากครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อรายได้และการจ้างงานซึ่งเป็นไปทิศทางเดียวกับอัตราการว่างงานที่ลดลงจาก 1.9% ในเดือนม.ค.65 มาอยู่ที่ 1.3% ในเดือนก.ค.65 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

นอกจากนี้ชั่วโมงการทำงานโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 39.48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จาก 38.69 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในเดือนม.ค.65 สถานการณ์ตลาดแรงงานมีทิศทางที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึง 16 ส.ค.65 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ 4,015,504 คน (ครึ่งแรกของเดือนส.ค. เฉลี่ยอยู่ที่ 42,000 คนต่อวัน) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อดัชนีผลผลิตภาคบริการ โดยเฉพาะในส่วนของที่พักแรมและอาหารที่มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยในเดือนก.ค.65 อยู่ที่ 65.24

- Advertisement -

แม้อัตราเงินเฟ้อในเดือนส.ค.65 จะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 7.86% แต่ระดับราคาสินค้าบางรายการมีอัตราการปรับเพิ่มขึ้นในทิศทางที่ชะลอลงเมื่อเทียบรายเดือน เช่น อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน เป็นต้น ขณะที่ระดับราคาน้ำมันดีเซลยังถูกตรึงไว้ที่ 35 บาท/ลิตรตลอดเดือนส.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการลงทะเบียนคนละครึ่งระยะที่ 5 ที่จะเริ่มใช้ในเดือนก.ย.65

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของดัชนีคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้าพบว่าครัวเรือนยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับระดับราคาพลังงาน สาธารณูปโภค และบริการพื้นฐาน ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนว่าการฟื้นตัวของดัชนี KR-ECI ยังมีแนวโน้มเปราะบาง การบริโภคของภาคครัวเรือนยังไม่สามารถกลับมาได้เต็มที่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการคนละครึ่งที่จะเริ่มในวันที่ 1 ก.ย.-31 ต.ค.65 วงเงิน 800 บาท  โดยครัวเรือนร้อยละ 87 จะเข้าร่วมมาตรการคนละครึ่งระยะที่ 5 ขณะที่อีกร้อยละ 13 จะไม่เข้าร่วมเนื่องจากมองว่ามีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก ทั้งนี้ หลังได้สอบถามเพิ่มเติมว่าครัวเรือนมีความคิดเห็นอย่างไรต่อมาตรการดังกล่าวที่ออกมาในช่วงที่ราคาสินค้าอยู่ในระดับสูง ครัวเรือนร้อยละ 42.9 มองว่าจะสามารถเข้ามาช่วงแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายรายวันได้บางส่วน เช่น พวกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร แต่มีร้อยละ 20.2 ที่มองว่ามาตรการดังกล่าวไม่สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช่จ่ายที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากมาตรการไม่ตอบโจทย์ ทั้งนี้ มีครัวเรือนร้อยละ 36.8 ระบุว่าอยากได้มาตรการที่ตรงจุดกว่านี้ เช่น การลดค่าน้ำค่าไฟฟ้าที่จำเป็นต่างๆ

หลังมาตรการคนละครึ่งระยะที่ 5 เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 -4 ก.ย. 65 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 22.77 ล้านราย (จากสิทธิทั้งหมด 26.5 ล้านสิทธิ) โดยมียอดใช้จ่ายจากประชาชนอยู่ที่ 2981.8 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการใช้จ่ายในร้านอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด ซึ่งจากข้อมูลและผลสำรวจบ่งชี้ว่ามาตรการคนละครึ่งระยะที่ 5 จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายรายวันของครัวเรือนได้บางส่วน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายจำพวกอาหาร นอกจากนี้ปัจจุบันทางกระทรวงพลังงานกำลังจะมีการนำเสนอมาตรการช่วยเหลือเกี่ยวกับพลังงานเพิ่มเติม (ค่าไฟและค่าแก๊ส) ภายในเดือนก.ย.65 นี้

ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งเรื่องราคาพลังงาน โดยเฉพาะแก๊สหุงต้ม ค่าไฟฟ้า ที่ยังมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นในลักษณะขั้นบันได รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรกในรอบ 2 ปี แม้เราจะมองว่าผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าในปี 2565 นี้จะมีจำกัดและคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ที่ 6% แต่ยังคงต้องติดตามการส่งผ่านต้นทุนจากผู้ประกอบการสู่ผู้บริโภคในระยะถัดไป ซึ่งดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค.65 แม้จะยังอยู่ในระดับสูงแต่เริ่มผ่อนลงมาที่ 10.7%

นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นหลังหลายพื้นที่เผชิญฝนที่ตกหนักและอาจกระทบถึงภาคเกษตรซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องมายังราคาผักและผลไม้ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวจะช่วยหนุนมุมมองในส่วนของรายได้และการจ้างงาน โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ที่เป็นฤดูกาลของการท่องเที่ยว นอกจากนี้มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐที่ทยอยออกมาจะช่วยประคับประคับในช่วงที่ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายต่าง ๆ ของครัวเรือนอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News