HomeMoney2know‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 33.24 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ กรอบวันนี้ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์

‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 33.24 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ กรอบวันนี้ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.24 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้น’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.42 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.42 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์

นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down โดยทดสอบโซนแนวรับ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และเคลื่อนไหวในกรอบ 33.23-33.43 บาทต่อดอลลาร์

- Advertisement -

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งกดดันให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงสู่ระดับ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลง หนุนให้ราคาทองคำรีบาวด์สูงขึ้น ตามการปรับลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังคงให้โอกาสราว 27% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ยังถูกกดดันจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาแย่กว่าคาด อาทิ ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ หรือ JOLTS Job Openings เดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 7.359 ล้านตำแหน่ง พร้อมกับมีการปรับลดตัวเลขครั้งก่อนลงบางส่วน

ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงาน หรือ Factory Orders เดือนมิถุนายน หดตัว 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่า เงินบาทมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันทั้งสองทาง หรือ Two-way risk ในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

นายพูนระบุว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้ดีในช่วงที่ตลาดการเงินยังผันผวนสูง

แม้เงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นและทดสอบแนวรับ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นระดับที่ทำให้เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังประเมินว่า เงินบาทอาจยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ชัดเจน โดยเฉพาะการแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ อาจยังเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก

เหตุผลสำคัญคือ ผู้เล่นในตลาดอาจตอบรับความหวังเรื่องการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไปพอสมควรแล้ว ขณะที่การเจรจาหยุดยิงยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจเปราะบาง ไม่ต่างจากรอบก่อนหน้าที่มีการลงนามใน MOU ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะฉีกข้อตกลง

ดังนั้น เงินบาทยังมีความเสี่ยงพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบจะเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของความเสี่ยงดังกล่าว

นอกจากนี้ แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางอาจยังไม่กลับมาร้อนแรงขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน ออกมาดีกว่าคาด ก็อาจหนุนให้เงินดอลลาร์รีบาวด์แข็งค่าขึ้น และลดทอนโมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทได้

ตลาดจะจับตายอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ในคืนวันพุธนี้ ราว 19.15 น. ตามเวลาประเทศไทย และรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร หรือ Nonfarm Payrolls ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้

หากเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลง Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า แนวต้านของเงินบาทจะยังอยู่บริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งในช่วงหลัง ผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมารอขายเงินดอลลาร์ในโซนดังกล่าวมากขึ้น โดยแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์

ในเชิงเทคนิค หลังเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ในกรอบรายวัน จะถือว่าเงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่า หรืออย่างน้อยเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways

และหากเงินบาทแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์ Krungthai GLOBAL MARKETS จะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News