HomeMoney2knowBusiness Today Thai Politics 5 เมษายน 2567

Business Today Thai Politics 5 เมษายน 2567



“เศรษฐา” พบ “ฟอร์บส์” แลกเปลี่ยนแนวคิดบริหารประเทศ

- Advertisement -

วันนี้ (5 เม.ย. 2567) ที่ทำเนียบรัฐบาล สตีฟ ฟอร์บส์ (Mr. Steve Forbes) ประธานกรรมการและบรรณาธิการบริหารของบริษัท Forbes Media LLC เข้าเยี่ยมคารวะ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้พบกับนายสตีฟ ฟอร์บส์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยตอนนี้มุ่งหน้าแก้ไขปัญหาในประเทศ เพื่อประชาชนทั้งประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศตามที่ได้ทำมาตลอด ซึ่งนายสตีฟ ฟอร์บส์กล่าวว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนอยู่แล้ว ด้วยรัฐบาลที่มีศักยภาพ พยายามแก้ไขอุปสรรคการค้าการลงทุน และต้อนรับการลงทุน

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนถึงปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อม พลังงานสะอาด ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล คุณภาพชีวิต ระบบการศึกษาที่รองรับ ระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ และการสนับสนุนจาก BOI สามารถเป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุนต่างชาติได้ รวมทั้งไทยเป็นกลางพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกประเทศ ซึ่งนายสตีฟ ฟอร์บส์กล่าวว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชีย (Switzerland of Asia)

สตีฟ ฟอร์บส์กล่าวว่า ด้วยความเป็นผู้นำที่มีบทบาททันสมัย มีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้า พร้อมต่อสู้แก้ไขปัญหาของนายกรัฐมนตรี ขอเชิญนายกรัฐมนตรีร่วมกล่าวปาฐกถาในงาน Forbes Global CEO Conference ซึ่งเป็นงานสัมมนาที่จัดโดยนิตยสาร Forbes เป็นเวทีสำหรับนักธุรกิจรายใหญ่ทั่วโลก โดยในปีนี้ งาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 22 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 – 22 พฤศจิกายน 2567 ที่กรุงเทพฯ คาดหวังว่าจะมีแขกเข้าร่วมงานทั้งสิ้น 400 คน โดยหัวข้อหลักของงานฯ ปีนี้ “New Paradigms” เกิดจากแนวคิดว่าปัจจุบันโลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ การค้า ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ตลอดจนด้านพลังงานและเทคโนโลยี ทั้งนี้ ในฐานะผู้นำต้องสร้างกระบวนทัศน์ใหม่เพื่อก้าวไปข้างหน้า ให้อยู่รอด และเติบโต



“ทักษิณ” การันตี “เศรษฐา” นายกฯเหมาะกับสถานการณ์

วันนี้ (5 เม.ย.)ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ในการจัดประชุมใหญ่ครั้งนี้ช่วงหนึ่งได้เปิดเปิดวีดีทัศการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร นายเศรษฐา รวมถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้แก่สมาชิกพรรคได้รับฟัง โดยช่วงหนึ่งนายทักษิณ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมใหม่


เรื่องนี้ตนบอกได้เลยว่าไม่ได้อยู่ในดีเอ็นเอของพรรคเพื่อไทยหรือไทยรักไทย แต่พรรคเพื่อไทยจริงๆสร้างมาจากไทยรักไทย เป็นพรรคที่รีฟอร์มหรือเป็นพรรคผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ถ้าจำได้พรรคไทยรักไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระบบประกันสุขภาพ การเอาเงินจากเมืองหลวงกลับไปสู่ชนบท กระจายเงินออกไป และเรื่องการดูแลสินค้าเกษตร ทุกเรื่องเป็นเรื่องใหม่หมดที่ไทยรักไทยทำ และพรรคเพื่อไทยก็ทำมาต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้พรรคเพื่อไทยก็กำลังจะทำดิจิทัลวอลเล็ต โคตรใหม่ ไม่ใช่ใหม่ธรรมดา

ทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนมั่นใจว่าเศรษฐา ทวีสิน จะสามารถนำพาประเทศได้ เพราะท่านเป็นนักบริหาร มีประสบการณ์มาก การมีเครือข่ายที่ส่งเสริมช่วยเหลือ สนับสนุนกันเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับตนเป็นคนบ้านนอก ตอนเป็นนายกฯก็ไม่มีเครือข่ายในกรุงเทพฯ มีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง เป็นการวางตัวที่เหมาะของพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐาเหมาะที่จะลงไปในช่วงที่เปลี่ยนผ่านระหว่างการเมืองที่มีหลายพรรค สำหรับน.ส.แพทองธาร ตนมั่นใจว่าจะสามารนำทีมพลิกเกมได้ไม่ยาก เป็นดีเอ็นเอระหว่างคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ กับตน ผสมกันเป็นน.ส.แพทองธาร คือเอาส่วนเข้มแข็ง อดทน เด็ดขาดมาจากคุณหญิงพจมาน และเขาเอาส่วนที่พบปะผู้คน เข้าใจการเมืองมาจากตน และเชื่อว่าเขาเป็นผู้นำที่ดีได้ ไม่ใช่มาเชียร์ลูกแต่ในเมื่อตนทำได้ ดีเอ็นเอตนก็ต้องทำได้และทำได้ดีกว่าด้วย



“พิธา” เชื่อหากถูกยุบพรรค เส้นชัยทางการเมืองมาถึงเร็วขึ้น

วันนี้ (5 เม.ย.)พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า ตลอด 7 เดือนทึ่ผ่านมา ไม่เคยเสียใจที่ไม่ได้เป็นคนบริหาร ถึงแม้จะชนะเลือกตั้ง รวบรวมเสียงได้ก็ไม่น้อยกว่ารัฐบาลตอนนี้ ถูกหยุดปฎิบัติหน้าที่กลางสภาก่อนโหวตนายกครั้งที่ 2 ไม่ได้เสียใจที่ต้องมาเป็น เป็นฝ่ายค้าน เพราะผมเชื่อฝ่ายค้านก็ทำงานเพื่อประชาชนได้ ฝ่ายค้านเป็นส่วนสำคัญมากในระบบประชาธิปไตย


พิธา ระบุว่า ไม่ได้เสียใจ แม้นครั้งนี้อาจเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมืองของตน พร้อมเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ไม่มีอะไรค้างคาใจ ยิ่งได้เห็นเพื่อน สส.รุ่น 1 รุ่น 2 อภิปรายแบบนี้ ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรค อดีตแคนดิเดตนายก ก็อดเบาใจและภูมิใจกับพวกเขาไม่ได้ และมั่นใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพรรค พวกเราไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เราถวิลหาได้แน่นอน เผลอๆ การยุบพรรคจะยิ่งทำให้เราไปถึงเส้นชัยได้เร็วขึ้นด้วยซ้ำไป ทุก action = reaction

ตนไม่เสียใจแต่เสียดาย เสียดายโอกาสประเทศ เสียดายความหวัง ศรัทธาและความคาดหวัง ของประชาชนที่มีต่อการเมือง เสียดายเวลาที่ผ่านไป และส่วนตัวแล้วเสียดายความเชื่อมั่นที่ผมในฐานะ โหวตเตอร์ ที่ตั้งแต่ราว 2542-43 เป็นต้นมา เคยมีให้กับพรรคแกนนำรัฐบาลปัจจุบันที่ไม่ว่าท่านจะถูกยุบพรรคซักกี่ครั้ง ผมก็ตามโหวตให้พรรคท่านพรรคเดียวอย่างแน่วแน่มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน แต่ 7 เดือนที่ผ่านมา รวมถึง 2 วันที่ตั้งใจนั่งฟังมา ผมยังไม่แน่ใจว่าวาระของรัฐบาลชุดนี้คืออะไรกันแน่?



“วันนอร์” เห็นด้วยเลือก สว.ตามกลุ่มอาชีพ

ที่รัฐสภา นายมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวเปิดการสัมมนาบทบาทหน้าที่ อำนาจ และการได้มาซึ่งวุฒิสภาชุดใหม่ 2567 จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอนหนึ่งว่า ตนเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง สว.ทางอ้อม เพราะประเทศไทยเคยผ่านการมีวุฒิสภามาหลายรูปแบบ


ทั้งแบบเลือกตั้ง แต่งตั้ง หรือรูปแบบผสม แต่รูปแบบใหม่ในการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มอาชีพ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 แม้จะยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน จึงมั่นใจว่า จะผ่านการคัดสรรอย่างเข้มข้น ทั่วถึง และที่มาเกี่ยวโยงกับประชาชนหลากหลายอาชีพ หากดำเนินการตามวิธีการเดิมๆ อาจยังไม่ใช่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ประธานรัฐสภา กล่าวโดยมั่นใจว่า วุฒิสภา ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มอาชีพ เชื่อมั่นว่า วุฒิสภาที่จะได้มา มีความรู้ และสติปัญญา ประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นๆ และมีจิตสาธารณะ เพราะผ่านขั้นตอนการกลั่นกรองมาก ตั้งแต่ระดับอำเภอ พร้อมขอให้ กกต.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ และแตกต่างจากการสมัคร สส.เพราะจะมีการหาเสียง ก็จะช่วยให้ได้สภาที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ

เพราะถ้าเลือกตั้งโดยตรง วุฒิสภา ก็จะไม่แตกต่างกับสภาผู้แทนราษฎร และได้บุคคลประเภทเดียวกัน แต่ถ้าแต่งตั้ง ก็ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งหากดำเนินการให้ดีตามวิธีการในรัฐธรรมนูญ 2560 ก็เชื่อว่า จะยั่งยืน



กกต.ฟันย้อนหลัง อดีต สส.ก้าวไกล ไม่มีสิทธิ์แต่ยังสมัครเลือกตั้ง

5 เม.ย. 2567 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.สั่งเอาผิดย้อนหลังนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล โดย กกต.เห็นว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่านายนครชัย เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำ โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดชลบุรี คดีหมายเลขดำที่ 6962/2542 คดีหมายเลขแดงที่ 6766/2542 วันที่ 24 พ.ย.42


แม้ต่อมาจะมีพ.ร.บ.ล้างมลทิน ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 มีผลใช้บังคับ แต่การล้างมลทินคือการลบล้างโทษว่ามิเคยถูกลงโทษจำคุกในความผิดนั้น ๆ เท่านั้น ส่วนพฤติกรรม หรือการกระทำความผิดซึ่งศาลพิพากษาว่าได้กระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งยังคงอยู่ ไม่มีผลเป็นการลบล้างการกระทำความผิดและลบล้างคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ามีการกระทำความผิดนั้น

ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่24/2564 ข้ออ้างของนครชัย ที่ว่าตนได้รับประโยชน์จากพ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550จึงไม่อาจรับฟังได้ นายนครชัยจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561มาตรา 42 (12)

อีกทั้งนครชัย ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งของตนเองให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กำหนด เมื่อนายนครชัยได้ลงลายมือชื่อในใบสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ระยอง ลงวันที่ 3 เม.ย.66 รับรองว่าตนเองมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. โดยรู้อยู่แล้วว่า ตนเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดดังกล่าวของศาลจังหวัดชลบุรี

กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นครชัยลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแล้วปกปิด หรือไม่แจ้งข้อความจริง และให้ถือว่าการเลือกตั้งส.ส.ระยอง เขต3 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายนครชัย ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 54 วรรคสอง และมาตรา 151

จึงมีคำสั่งให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนครชัย สิ้นสุดลงตั้งแต่วันเลือกตั้ง และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายนครชัย ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561มาตรา 54และให้รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบกกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 86

เพื่อดำเนินคดีอาญากับนายนครชัย ตาม มาตรา151 ของกฎหมายเดียวกันและกรณีการดำเนินการเรียกค่าเสียหาย ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 ใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่าง อันเนื่องมาจากการกระทำ ความผิดของนายนครชัย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News