Home Money2know ธปท. เปิดผลสำรวจโรงแรมไทย พบเกือบครึ่งมีเงินหมุนไม่ถึง 3 เดือน

ธปท. เปิดผลสำรวจโรงแรมไทย พบเกือบครึ่งมีเงินหมุนไม่ถึง 3 เดือน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยผลสำรวจผู้ประกอบการที่พักแรมได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเม.ย. พบมีโรงแรม 46% ยังเปิดกิจการได้ตามปกติ แต่มี 13% ที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว โดยมาตรการที่ต้องการความช่วยเหลือของผู้ประกอบการโรงแรม คือ การสนับสนุนค่าจ้างพนักงานเดิม , การพักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมทั้งความชัดเจนและความรวดเร็วของการกระจายวัคซีน

ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่พักแรมมีวิธีบริหารจัดการพนักงาน เช่น ให้ใช้วันลาประจำปี ให้สลับกันมาทำงาน ให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง ลดเงินเดือน เป็นต้น โดยผลสำรวจยังมีถึง 80% ระบุการแพร่ระบาดระลอกเดือนเม.ย. จะส่งผลกระทบต่อรายได้มากกว่าการแพร่ระบาดระลอก 2 ซึ่งโรงแรมส่วนใหญ่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวมีถึง 39% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ และมีรายได้ยังกลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงปกติก่อนเกิดโควิด-19 ขณะที่โรงแรมที่รายได้กลับมาเกินครึ่งแล้วมีเพียง 25%

นอกจากนี้ผู้ประกอบที่พักแรม 56 % มีสภาพคล่องลดลงมากกว่า 20% เทียบกับเดือนก่อน และ 47% มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยกลุ่มที่บริหารงานโดยบริษัทแม่จะมีสภาพคล่องคงเหลือมากกว่า ส่วนอัตราการเข้าพักน้อยกว่าที่คาด เนื่องจากการแพร่ระบาดระลอกเดือนเม.ย. ทำให้โรงแรมจำนวนมาก 51% ถูกยกเลิกการจองห้องพักไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง โดยในเดือนเม.ย. มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 18% และคาดการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศเดือนพ.ค.อยู่ที่ 9% และต่ำกว่า 5% ในภาคเหนือ

- Advertisement -

สำหรับในเดือนเม.ย.64 ระดับการฟื้นตัวของธุรกิจในภาพรวมปรับลดลงจากเดือนก่อน โดยภาคการผลิตปรับลดลงจากการมีวันหยุดยาวในเดือนเม.ย. ส่วนภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบทันทีจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเม.ย. ซึ่งส่งผลมีการยกเลิกและเลื่อนการจองโรงแรมออกไป รวมถึงมีสถานบันเทิงในหลายฟื้นที่ถูกสังปิดชั่วคราว ในขณะที่กำลังซื้อที่อ่อนแอ และปัญหาด้านการขนส่งยังเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวในช่วงข้างหน้า

ขณะที่ธุรกิจส่วนใหญ่สามารถปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดได้ ยกเว้นภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวได้น้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่าธุรกิจอื่นและได้ปรับตัวไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า ส่วนภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ระดับการฟื้นตัวของการจ้างงานปรับลดลง ทั้งด้านจำนวนแรงงานและรายได้เฉลี่ย โดยสัดส่วนของภาคธุรกิจที่ใช้นโยบายปรับเปลี่ยนการจ้างงาน เช่น สลับกันมาทำงาน ลดชั่วโมงทำงาน ปรับเพิ่มขึ้นในเดือนเม.ย.โดยเฉพาะในภาคที่ไม่ใช่การผลิต

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกปรับลดลงมาจากเดือนก่อนหน้า หลังเกิดแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกเดือนเม.ย.ที่เป็นวงกว้าง ขณะที่ความไม่ชัดเจนของแนวทางการฉีดวัคซีนกดดันความเชื่อมั่นในระยะต่อไป โดยดัชนีปรับลดลงมากทั้งในภาวะปัจจุบันและอีก 3 เดือนข้างหน้า ลดลงอยู่ต่ำกว่า 50 เพราะความเชื่อมั่นที่ลดลง หลังการแพร่ระบาดระลอกเดือนเม.ย.กระจายเป็นวงกว้างกว่าที่ผ่านมา ประกอบกับกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้าได้เพิ่มความกังวลให้แก่ผู้ประกอบการ

“ประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่ประเมินว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคแย่ลงค่อนข้างมากจากเดือนก่อน จากผลของแพร่ระบาดในเดือนเม.ย. รวมถึงความกังวลต่อมาตรการกระตุ้นบริโภคของภาครัฐที่ใกล้หมดลง ประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกเดือนเม.ย. ผู้ประกอบการกว่า 60% ประเมินว่าการแพร่ระบาดและจำกัดเวลาขายจะส่งผลให้ยอดขายหดตัว แนวโน้มการขยายตัวของการบริโภคเอกชนไตรมาส 2 อาจขยายตัวได้ 10% หากมีมาตรการกระตุ้น และหากไม่มีมาตรการจะหดตัวติดลบ 10-30% ได้”

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News