Home Money2know Money ทุบสถิติสูงสุดรอบ 18 ปี !! หนี้ครัวเรือน จ่อทะลุ 91% โจทย์การเงินคนไทยยุคโควิด

ทุบสถิติสูงสุดรอบ 18 ปี !! หนี้ครัวเรือน จ่อทะลุ 91% โจทย์การเงินคนไทยยุคโควิด

หนี้ครัวเรือน ของไทยยังขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งส่งผลต่อปัญหาให้สังคมไทยได้ในระยะต่อไป เพราะครัวเรือนมีหนี้สูง แต่รายได้อาจเติบโตไม่เท่าทันกับภาระหนี้ กลายเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว จากข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน (หนี้ครัวเรือน) ในไตรมาส 3 ปี 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า หนี้ครัวเรือนไทยทำสถิติสูงสุดในรอบ 18 ปีครั้งใหม่ที่ 86.6% ต่อจีดีพี โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์และบัตรเครดิต

กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนไทยอาจเพิ่มขึ้นมาที่ 91% ต่อจีดีพี หรืออาจสูงกว่านั้นในปี 2564 หากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิดมากกว่าที่ประเมินไว้ และทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)ในปี 2564 เติบโตน้อยกว่า 2.6%

การก่อหนี้ก้อนใหม่ในภาคครัวเรือนไตรมาสที่ 3 ปี 63 เร่งขึ้นจากหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ เพิ่มขึ้น 160,000 ล้านบาท คิดเป็น 88% ของการเพิ่มขึ้นของยอดคงค้างหนี้ครัวเรือน ซึ่งในไตรมาส 3 หนี้ครัวเรือนมียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 182,000 ล้านบาทมาอยู่ที่ 13.77 ล้านล้านบาท

- Advertisement -

ขณะเดียวกัน ยังมีสัญญาณการก่อหนี้ในส่วนอื่นๆ ทั้งหนี้ก้อนใหญ่ เช่น หนี้เพื่อการประกอบอาชีพและหนี้เช่าซื้อรถยนต์ และหนี้เพื่ออุปโภคบริโภค เช่น บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่กลับมาเร่งสูงขึ้นในไตรมาสที่ 3 อีกครั้ง จากที่มีทิศทางชะลอลงในไตรมาส 2 ปี 63ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 รอบแรก

นอกจากนี้ หากดูลึกลงไปเพื่อวิเคราะห์ความเปราะบางในระดับครัวเรือนเพิ่มเติม พบว่า ภาระหนี้ต่อรายได้(DSR) โดยเฉลี่ยของครัวเรือนทั้งประเทศอยู่ที่ 27% แต่ครัวเรือนในกลุ่มรายได้น้อย หรือมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน กลับมี DSR อยู่ในระดับสูง และสูงกว่าค่าเฉลี่ย DSR ของครัวเรือนทั้งประเทศหลายเท่า

โดยเฉพาะครัวเรือนในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน มี DSR สูงถึง 84% ขณะที่ครัวเรือนในกลุ่มที่มีรายได้ระหว่าง 5,000-10,000 บาทต่อเดือน มี DSR 40% สะท้อนสถานะทางการเงินที่ค่อนข้างตึงตัวและมีความอ่อนไหวต่อปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤติโควิด-19 ในปี 2563

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ส่งผลกระทบต่อจังหวะการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปี 2564 และน่าจะมีผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของกลุ่มลูกหนี้รายย่อยที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ นอนแบงก์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่รวมๆ แล้วมีอยู่ 10.68 ล้านบัญชี คิดเป็นภาระหนี้ 3.5 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนโควิด-19 ระลอกใหม่ เห็นว่าลูกหนี้รายย่อยส่วนใหญ่ของธนาคารพาณิชย์น่าจะสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติหลังหมดมาตรการฯ และลูกหนี้บางส่วนได้รับการช่วยเหลือโดยการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว แต่คงต้องติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2564 อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลกระทบต่อกระแสรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน

“ภาพ หนี้ครัวเรือน ที่ทรงตัวสูงต่อเนื่องดังกล่าว เป็นหนึ่งในเครื่องชี้ที่ตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย และความเปราะบางของฐานะทางการเงินในภาคครัวเรือนที่เป็นโจทย์รอการแก้ไข ต่อเนื่องจากการควบคุมการระบาดของโควิดและการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่โจทย์เฉพาะหน้าที่สำคัญกว่า คือ การเตรียมมาตรการช่วยเหลือทางการเงินให้กับลูกหนี้ทั้งธุรกิจและครัวเรือนให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปให้ได้”

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News