ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีทางทหารรอบใหม่ ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าคาด และตลาดยังจับตาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 3 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 91.01 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.79 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 95.63 ดอลลาร์/บาร์เรล +0.98 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับตัวสูงขึ้น หลังกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาค
การโจมตีครั้งล่าสุดถือเป็นการยกระดับความรุนแรงระหว่างสองฝ่ายนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569 ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่า ความขัดแย้งอาจกระทบต่อการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 91.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 95.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันมาจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ หรือ EIA เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค. 2569 ลดลง 4.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 424.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล
ด้านข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เพียง 4 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันล่าสุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ประมาณ 13 ลำ สะท้อนว่าการเดินเรือผ่านเส้นทางสำคัญดังกล่าวยังอยู่ในระดับจำกัด
อย่างไรก็ตาม คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีน้ำมันดิบราว 17 ล้านบาร์เรลถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นปริมาณสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในเดือน ก.พ. 2569
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แม้จำนวนเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยังต่ำกว่าปกติ แต่ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวยังสามารถฟื้นตัวได้ในบางช่วง ทำให้ตลาดยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อภาคพลังงาน หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคโอเดสซาทางตอนใต้ของยูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา
ภาพรวมตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด และความตึงเครียดด้านพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

