HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบดีดแรง กังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อ

ราคาน้ำมันดิบดีดแรง กังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อ

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. หลังตลาดกังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อ กระทบอุปทานและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 2 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 90.22 ดอลลาร์/บาร์เรล +4.46 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 94.65 ดอลลาร์/บาร์เรล +4.16 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุน หลังสหรัฐฯ ยืนยันการโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC ขณะที่อิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว และขู่ว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

- Advertisement -

สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งยืดเยื้อ

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ รวมถึงแผนขยายมาตรการคว่ำบาตร และมาตรการต่อภาคการเงินของอิหร่าน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดกังวลต่อแนวโน้มอุปทานน้ำมันในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 90.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 94.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ด้านสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่ออุปทานน้ำมัน หลังมีรายงานว่ากองกำลังรัสเซียโจมตีทางอากาศในกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างหนัก

ทั้งนี้ รัสเซียยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก และเป็นสมาชิกของกลุ่ม OPEC+ ทำให้ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน หรือ EIA โดยนักวิเคราะห์คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลงประมาณ 800,000 บาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค. 2569

หากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงตามคาด อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอุปทานที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News