HomeMoney2know‘ค่าเงินบาท’ 1 ต.ค. 69 เปิดเช้านี้ที่ 33.61 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์

‘ค่าเงินบาท’ 1 ต.ค. 69 เปิดเช้านี้ที่ 33.61 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.61 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.56 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย หรือแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.56 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.50-33.75 บาทต่อดอลลาร์

นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนและโดยรวมอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up โดยแกว่งตัวในกรอบ 33.50-33.62 บาทต่อดอลลาร์

- Advertisement -

ช่วงหนึ่งเงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังรายงานเงินเฟ้อ PCE และเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะในการประชุมเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ยังปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบที่กลับมาปรับขึ้นต่อเนื่อง ได้ช่วยหนุนเงินดอลลาร์ และสร้างแรงกดดันต่อทั้งราคาทองคำและเงินบาท

แนวโน้มค่าเงินบาท

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของ FED รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ในระหว่างวัน บรรยากาศการลงทุนที่อยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินเอเชีย รวมถึงเงินบาท

เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หากราคาทองคำปรับตัวลงต่อ โดย Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกยังอยู่ในแนวโน้มขาลงทั้งกรอบรายวันและรายสัปดาห์ และยังมีความเสี่ยงปรับตัวลงทดสอบบริเวณ 3,900-4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง

หากเกิดขึ้นจริง อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.85 บาทต่อดอลลาร์ได้ โดยเฉพาะหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และสร้างแรงกดดันให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ยังมีกระแสความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งหากมีความคืบหน้าที่ชัดเจน อาจช่วยชะลอโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทได้

อีกปัจจัยที่ควรติดตามคือเงินเยนญี่ปุ่น โดย Krungthai GLOBAL MARKETS พบว่าเงินเยนมักมีจังหวะแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นเมื่ออ่อนค่าเกินบริเวณ 158 เยนต่อดอลลาร์ จากทั้งถ้อยแถลงของทางการญี่ปุ่นและความกังวลต่อโอกาสเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงิน

หากเงินเยนพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น อาจช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทได้บางส่วน

ด้านฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังอาจเป็นอีกแรงกดดันต่อเงินบาท ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งสะท้อนผ่านแรงขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับระยะกลางถึงระยะยาว Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงประเมินว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 และทยอยลดดอกเบี้ยในระยะต่อไป

มุมมองดังกล่าวทำให้เงินบาทยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วหรือมากกว่าคาดยังเพิ่มขึ้น หากราคาพลังงานปรับตัวสูงต่อเนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด

ในเชิงเทคนิค หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าทั้งในกรอบรายวันและรายสัปดาห์ โดยจะต้องกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ตามลำดับ จึงจะเห็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มอีกครั้ง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News