HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบดีดขึ้น หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

ราคาน้ำมันดิบดีดขึ้น หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.5% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารอีกครั้ง ตลาดกังวลความเสี่ยงต่ออุปทานและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 1 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 85.76 ดอลลาร์/บาร์เรล +2.36 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 90.49 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.18 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับตัวสูงขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก

- Advertisement -

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 2569 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธ 2 แห่งบนเกาะลารักของอิหร่าน หลังพบว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC กำลังเตรียมยิงจรวดติดทุ่นระเบิดลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ

การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการกลับมาโจมตีครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค. 2569 ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน รวมถึงฐานทัพอากาศอัล มินฮัด ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า ความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของตลาดน้ำมันโลก

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ซื้อขายเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 85.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 90.49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.18 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า จำนวนเรือสินค้าที่สามารถติดตามได้ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงเหลือเพียง 5 ลำต่อวันในช่วงสุดสัปดาห์ จาก 14 ลำเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 สะท้อนถึงความระมัดระวังของผู้ประกอบการเดินเรือ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

รายงานระบุว่า เรือบางส่วนปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ หรือ AIS เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี ขณะที่การเดินเรือส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงเรือขนาดเล็ก

นอกจากนี้ สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร หรือ UKMTO รายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 ซึ่งนับเป็นการถูกโจมตีครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 2569 ว่า สหรัฐฯ จะนำน้ำมันที่บรรลุข้อตกลงกับเวเนซุเอลามาใช้เติมคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SPR ซึ่งลดลงมาอยู่ที่ราว 290 ล้านบาร์เรล ณ วันที่ 21 ส.ค. 2569 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี

นอกจากนี้ มีรายงานว่าบริษัทพลังงานหลายแห่ง ได้แก่ Chevron และ GE Vernova จากสหรัฐฯ, ONGC จากอินเดีย, Eni จากอิตาลี และ Geopark จากโคลอมเบีย กำลังอยู่ระหว่างเตรียมลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับเวเนซุเอลา หลังเจรจามาหลายเดือน เพื่อเสริมสร้างโครงการพลังงานในประเทศเวเนซุเอลา

ภาพรวมตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการกลับมาปะทุของปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความไม่แน่นอนของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่แผนเติมคลังสำรองน้ำมันของสหรัฐฯ อาจเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตาในระยะถัดไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News