HomeCOVID-19Business Transformation ในภาวะวิกฤติโควิด-19 คือ “ตระหนัก-ปรับ-เปลี่ยน-เลิก”

Business Transformation ในภาวะวิกฤติโควิด-19 คือ “ตระหนัก-ปรับ-เปลี่ยน-เลิก”

ธุรกิจจะต้องปรับตัวอย่างไร (Transformation) ให้ชนะโควิด-19 Business Today ได้สัมภาษณ์ เปิดมุมมอง 3 ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจ ทั้งเรื่องวิธีการ ข้อแนะนำ และสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนไปในอนาคตหลังวิกฤติรอบนี้ ได้ข้อสรุปว่า Business Transformation ในภาวะวิกฤติโควิด-19 ไม่เพียงแค่ปรับวิธีการทำงานเท่านั้น แต่จะต้อง “ตระหนัก-ปรับ-เปลี่ยน-เลิก” ธุรกิจเดิมที่ทำอยู่

-InnoSpace ตั้ง 3 กองทุน ลง Deep Tech ดัน ยูนิคอร์น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจต่างเตือนธุรกิจให้ตระหนักถึงวิกฤติโควิด-19 เพื่อรู้ถึงผลกระทบที่มีต่อธุรกิจ เพื่อปรับและเปลี่ยนหรือถึงกับเลิกธุรกิจที่ไม่มีความจำเป็น ไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอีกต่อไปทั้งในระหว่างและหลังพันวิกฤติโควิด-19

- Advertisement -

รศ.ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ต้องปรับวิธีการทำงานในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี้เท่านั้น แต่ธุรกิจต้องหันมาถามตัวเองว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอยู่หรือไม่ หลังจากวิกฤติจะอยู่รอดได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่การปรับธุรกิจ แต่เป็นการเปลี่ยนไปขายสินค้าหรือบริการรูปแบบใหม่เลย หลังวิกฤติรอบนี้ บางธุรกิจจะหายไปแน่นอน เพราะพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป

“ถ้าต้องอยู่อย่างนี้กันอีกอย่างน้อย 3 เดือน คนจะเริ่มชิน ไม่ออกไปข้างนอกเพราะทำทุกอย่างออนไลน์ได้ เพราะฉะนั้นธุรกิจต้องกล้าตัดสินใจ ทิ้งธุรกิจเก่าไปเพื่อเริ่มธุรกิจใหม่ ถ้ามันไปไม่รอดจริง ๆ” รศ.ดร.ธนชาติ กล่าว

สำหรับสถาบันไอเอ็มซีเอง รศ.ดร. ธนชาติ กล่าวว่า บริษัทปรับรูปแบบธุรกิจเป็นอบรมออนไลน์แบบโต้ตอบได้ (Interactive) เพราะเชื่อว่าหลังจากโควิด-19 การอบรมจะเปลี่ยนไป สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือ คิดให้เร็ว มองทุกอย่างเป็นดิจิทัล คล่องแคล่ว และปรับตัวทุกสัปดาห์

แม้กระทั่งการศึกษาในมหาวิทยาลัย เมื่อเด็กเรียนจากบ้านได้ หลังวิกฤติผ่านไปจะเกิดคำถามว่า “ทำไมต้องไปมหาวิทยาลัย”

ธุรกิจสายการบินและการท่องเที่ยว น่าจะใช้เวลานานถึงจะฟื้นกลับมา ด้านการเงินการธนาคารน่าจะเหนื่อย แต่ก็ยังไปต่อได้

กลุ่มที่จะไปรอด คือ กลุ่มเทคโนโลยี ที่มีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เช่นการส่งของ ส่งอาหาร จะเกิดการปรับธุรกิจ

“เมื่อรู้ว่ารายได้ลดลง จะต้องทำโปรเจกต์ใหม่ขึ้นมา และเพิ่มความสามารถของพนักงาน แต่ต้องพูดตรง ๆ ว่าคนที่ไม่รอดจะเยอะมาก” รศ.ดร.ธนชาติ กล่าว

ด้าน ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด กล่าว วิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่จะทำให้องค์กรปรับตัวสู่ดิจิทัลเพราะถูกสถานการณ์บังคับ ใครปรับตัวได้เร็วจะรอด

“ธุรกิจท่องเที่ยวที่เลี้ยงประเทศไทยมากกว่า 20 ปี ทั้ง โรงแรม รีสอร์ท สปา ถ้ามองว่าวัคซีนจะคิดได้ใน 18 เดือน หมายความว่าท่องเที่ยวจะไม่มีรายได้เลยตลอด 18 เดือน ธุรกิจควรจะทำอย่างไร”

แม้กระทั่งโรงภาพยนตร์จะมีคนเข้าไปดูอยู่หรือไม่ ธุรกิจเหล่านี้จะต้องคิดใหม่ทั้งหมด ต้องมองว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร ต้องคิดใหม่ในสิ่งที่มี ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้โจทย์ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

“อยากให้ลองเอาตัวเองออกมาข้างนอก นึกภาพว่าถ้าเราไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัท กับธุรกิจที่กำลังทำอยู่ และถามตัวเองว่ายังอยากจะทำต่อหรือไม่ ถ้าทำต่อจะทำรูปแบบไหน อย่างไร หรือถ้าขายธุรกิจได้จะเลิกหรือไม่ ถามตัวเองว่าถ้ายังอยู่แบบนี้ต่อไปอีก 2-3 เดือน จะรอดได้หรือไม่ อยู่ได้นานแค่ไหน อย่าคิดว่าจะต้องไปกู้เงินมายื้อธุรกิจ เพราะสุดท้ายจะเป็นหนี้”

ลูกค้าของ ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายใหญ่องค์กรขนาดใหญ่ที่มีความช้าในการปรับตัว ไม่สามารถ Agile งานได้ เพราะมีคนรุ่นเก่าอยู่เยอะ ซึ่งบริษัทจะให้บริการให้คำปรึกษาและช่วยให้ลูกค้าเหล่านี้สามารถฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้

สำหรับ “ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์”​ นั้น ดร.อุดมธิปก กล่าวว่า หลังจากตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นได้ 14 วัน บริษัทวางแผนจะปิดสำนักงานในวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เพราะคาดว่าสถานการณ์จะแย่ลง แต่หลังจากรัฐบาลประกาศให้ประชาชนอยู่บ้าน จึงปิดก่อนกำหนดเดิม 2 สัปดาห์ ให้พนักงานทำงานที่บ้านกันทุกคน

“เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอีก 2 เดือนหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น จึงตัดสินใจปิดสำนักงาน ลูกค้าใช้การประชุมผ่านวิดีโอ (Video Conference) เพราะต่างฝ่ายต่างต้องปรับตัว”​ ดร.อุดมธิปก กล่าว

ธุรกิจฝึกอบรมหยุดชั่วคราวและคืนเงินให้ลูกค้า ส่วนที่ยังจัดไม่จบก็แจ้งลูกค้าเพื่อขอเลื่อนการจัดออกไป ด้านธุรกิจที่ลงทุนในประเทศจีน ได้รับผลกระทบเพราะไม่สามารถพาลูกค้าไปดูงานได้

ธุรกิจต้อง Agile:

คุณสุธี พนาวร CEO บริษัท UBCL และที่ปรึกษาด้านการสร้างนวัตกรรม กล่าวว่า ความต้องการของลูกค้าจะไม่ได้เปลี่ยนไปแต่รูปแบบเปลี่ยนไป เช่น คนยังอ่านหนังสืออยู่ แต่หันไปอ่านกันบนออนไลน์ ผู้นำจะต้องมองอนาคตให้ออก อาทิ ธุรกิจซื้อขายกิจการได้รับผลกระทบเชิงบวก เช่น ท่องเที่ยวทางเรือน่าจะได้รับผลกระทบในระยะยาว ทำให้มูลค่าทางธุรกิจลดลง

วิกฤติรอบนี้เป็นโอกาสที่ดีขององค์กรทั้งใหญ่และเล็กที่จะสร้างประสิทธิภาพการทำงาน เพราะบริษัทมีคนที่ทำงานไม่เต็มที่อยู่ เมื่อบริษัทเห็นว่าอะไรที่ไม่จำเป็นก็จะตัดทิ้ง และปรับกระบวนการทำงานใหม่โดยใช้เทคโนโลยี การบริหารด้านภาวะผู้นำจะมีส่วนเยอะมาก บริษัทที่ขาดภาวะผู้นำก็จะไม่รอด​ บริษัทที่รอดจะมีพนักงานที่เป็นเสมือนนักวิ่งที่ร่างกายแข็งแรง

บริษัททำเรื่องที่ปรึกษาด้านการบริหาร สอนเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานและลีนองค์กร ซึ่งพนักงานทำงานจากบ้านมากว่า 10 ปีแล้ว วิกฤติรอบนี้จึงไม่กระทบวิธีการทำงานภายใน แต่จะมีผลกระทบในด้านความรู้สึกของลูกค้าบ้าง หลังใช้ Video Conference ในการคุยกัน

ส่วนสถาบันไอเอ็มซีเอง รศ.ดร. ธนชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีรายได้จากการฝึกอบรม 65% และด้านการบริการดำเนินการ (Implement) 35% แต่หลังจากวิกฤติโควิด-19 ธุรกิจฝึกอบรมประสบปัญหา บริษัทจึงปรับการฝึกอบรมจากออฟไลน์มาสู่ออนไลน์ ปรับบทบาทหน้าที่ของพนักงานให้เข้ากับเนื้องานบนระบบออนไลน์ ในขณะเดียวกันก็สร้างบริการใหม่เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ อาทิ รายได้จากการให้บริการที่ปรึกษาและช่วยลูกค้าทำดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่นเป็นรายโครงการ

“บริษัทตัดสินใจให้เริ่มทำงานจากบ้านตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ฝึกพนักงานให้ทำงานอกสารผ่านคลาวด์ และจ่ายงานในทุกตอนเช้า พบว่าหลังจากให้ทำงานที่บ้านทุกคนทำงานหนักขึ้น” รศ.ดร. ธนชาติ กล่าว

รศ.ดร. ธนชาติ มองว่าการทำงานที่บ้านมีสิ่งสำคัญอยู่ 3 อย่างคือ 1.เทคโนโลยี เป็นข้อที่มีปัญหาน้อยที่สุด เพราะเด็กรุ่นใหม่คุ้นเคย 2.คน เป็นปัญหามากที่สุดเรื่องวินัย และ 3.นโยบาย เข้ามากำหนดการทำงาน

“เราจัดให้พนักงานเข้าประชุม Video Conference ทุกเช้าเวลา 9:00 น. ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะเป็นการฝึกวินัย ใช้โปรแกรมการทำงานร่วมกัน (Collaboration) เช่น Office365 จะเห็นว่าใครทำงานอะไร ตอนไหน” รศ.ดร. ธนชาติ กล่าว

ด้านคุณสุธี กล่าวว่า บริษัท UBCL ทำเรื่องที่ปรึกษาด้านการบริหาร สอนเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานและลีนองค์กร ซึ่งพนักงานทำงานจากบ้านมากว่า 10 ปีแล้ว วิกฤติรอบนี้จึงไม่กระทบวิธีการทำงานภายใน แต่จะมีผลกระทบในด้านความรู้สึกของลูกค้าบ้าง หลังใช้ Video Conference ในการคุยกัน

“การจัดอบรมในเรื่องภาวะผู้นำ ที่ต้องเจอหน้ากัน ต้องมีกิจกรรม ก็ปรับมาทำผ่าน Video Conference ธุรกิจจะต้องปรับตัว ที่สำคัญต้องมีความคล่องตัวในการปรับและเปลี่ยนตอลดเวลา”​ คุณสุธี กล่าว

นอกจากนี้ คุณสุธี ยังยกตัวอย่างเรื่องภาวะผู้นำประเทศญี่ปุ่นว่า คนญี่ปุ่นมีความพิเศษคือ ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม เปลี่ยนยาก ด้านรัฐธรรมนูญที่สหรัฐฯช่วยเขียน ให้เสรีภาพกับประชาชนมากจนไม่สามารถประกาศเคอร์ฟิวได้ เพราะรัฐธรรมนูญห้าม รัฐบาลต้องประกาศขอความร่วมมือแทน

ด้านประชากรที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ที่เกิดมาในยุคที่พ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยเงิน เริ่มส่งผลกระทบให้คิดอะไรเองไม่ได้ และมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือ ญี่ปุ่นขาดภาวะผู้นำสูงมาก ทำทุกอย่างตามระเบียบ ทำให้ไม่เกิดการตัดสินใจ

“ถ้าเขามองว่าผลิตสินค้าออกมาแล้วคุณภาพไม่ดี เขาจะไม่ผลิต ซึ่งแนวคิดนี้เป็นตัวขัดขวางนวัตกรรมของญี่ปุ่น ต่างจากคนไทยที่ผลิตออกมาให้ได้ก่อนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์” คุณสุธี กล่าว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News