Home Editor's Pick "ปัง หรือ พัง" เมื่อแบรนด์ทำ Realtime Content แบบอิงการเมือง

“ปัง หรือ พัง” เมื่อแบรนด์ทำ Realtime Content แบบอิงการเมือง

มีใครเคยทราบมาก่อนหรือไม่ ว่าเจ้ามันฝรั่งที่เป็นโลโก้ของ Potato Corner ชื่อเจ้า โตโต้ ? หนึ่งในข้อชี้แจงของทีมผู้บริหารโปเตโต้คอร์เนอร์ ที่บอกให้เราทราบว่า พวกเขาไม่ได้ตั้งใจ “เกาะกระแส” การเมือง จากกรณีการเข้าจับกุมการ์ด Wevo แต่เป็นการตั้งโพสต์ไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ซึ่งก่อนจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น

โพสต์ที่เกิดปัญหา

หลังจากที่มีการโพสต์เนื้อหานี้ขึ้นในเพจของแบรนด์ โปเตโต้ คอร์เนอร์ ก็สร้างกระแสร้อนแรงแทบจะทันที เนื้อหาในโพสต์ ระบุว่า “ข่าวด่วน!! Potato Corner “ฟรายส์คลุกผงเจ้าแรกในไทย” โดนแจ้งข้อหา “ฟรายส์อร่อยเกินไป!”

เบื้องต้น น้อง โตโต้ (นามสมมติ) ได้ถูกจับกุมที่ร้าน Potato Corner สาขาเซ็นทรัลเวิรล ชั้น 6 พร้อมของกลางเป็นเฟรนช์ฟรายส์คลุกผง จำนวน 3 ถ้วย ซึ่งเจ้าตัวกำลังกินอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง

- Advertisement -

พร้อมปิดท้ายด้วยแฮชแท็ก #โดนแจ้งเองลงข่าวเองนักเลงพอ จากนั้นทำเป็นรูปหนังสือพิมพ์ที่ชื่อ Potato Corner Post

ความบังเอิญของ Realtime Content ชิ้นนี้คือ มีการจับกุม ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้ากลุ่ม Wevo ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ รัชโยธิน ในวันเดียวกัน

เรียกว่าเป็นจังหวะนรกของโพสต์นี้ก็ได้ เพราะไม่ว่าการสร้างสรรค์คอนเทนต์จะมาก่อน เพราะอยากได้แนวกวนๆ หรือรู้ข่าววงในอย่างที่ชาวเน็ตคาดการณ์ ก็ถือว่าเป็นการคิดคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะอย่างน้อยสิ่งที่คนไทยในโลกออนไลน์ทราบคือ ประเทศของเรากำลังมีการเรียกร้องประชาธิปไตย และชื่อโตโต้ ก็เป็นหนึ่งในหัวหน้าการ์ดชื่อดังของกลุ่มประชาธิปไตยที่กำลังมีข่าวอยู่ทั้งหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวออนไลน์

ยิ่งคุณเป็นบริษัทเอเจนซี่ เป็นนักสร้างสร้างสรรค์คอนเทนต์บนโลกออนไลน์ การ “เช็คข่าว” ก่อนทำคอนเทนต์ ไม่ว่าคุณจะเกาะกระแสอะไร สิ่งที่ควรระวังให้มากคือต้องรู้ว่าประเทศใดกำลังมี “ประเด็น” เรื่องอะไร และแต่ละประเทศเซ็นซิทีฟในเรื่องไหน เช่น อเมริกา จะห้ามทำเรียลไทม์คอนเทนต์เกี่ยวกับสีผิว ชนชาติ เป็นต้น

ดังนั้น ยิ่งคุณเป็นคนในวงการของประเทศนั้นๆ คือทุกคนในทีมเป็น “คนไทย” ย่อมต้องรู้ดีว่า คนไทยนั้นเซ็นซิทีฟเรื่องอะไร ห้ามนำประเด็นไหนมาใช้ในการทำคอนเทนต์ การระวังและคิดร่วมกับทีมให้รอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ

 

อ่านถ้อยคำแถลงการณ์ทั้งหมด

แถลงการณ์จาก Potato Corner Thailand
สืบเนื่องจากกรณีภาพโพสต์ที่ถูกวางโฆษณาบนสื่อเฟซบุ๊ค เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 โปเตโต้ คอร์เนอร์ ประเทศไทยต้องขอกราบอภัยอย่างสูงสุดกับเหตุการณ์การลงโพสต์ที่เกิดจากความ ประมาท และผิดพลาดของทางทีมการตลาด อันนำมาสู่ความเข้าใจผิดอย่างมากในครั้งนี้ได้
ทันทีที่ทราบเรื่อง ทางแบรนด์รู้สึกตกใจและเสียใจ และถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของบริษัทที่ได้เกิดขึ้น และได้เร่งสอบถามข้อมูลและเรื่องราวกับทางทีมการตลาดผู้ดูแลรับผิดชอบสื่อออนไลน์ ในฐานะผู้บรีฟสื่อและผู้ตั้งเวลาโพสต์ออนไลน์ทันที
ทั้งนี้ทางเราขอชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยละเอียด ตามข้อความดังต่อไปนี้ โดยปกติทาง Potato Corner จะมีการวางแผนตาราง content ที่จะถูกโพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดียอยู่แล้วเป็นรายเดือน ซึ่ง Content/ Facebook Ads ต่างๆที่จะถูกโพสต์ จะผ่านขั้นตอนในการบรีฟงานกราฟฟิคกับทางเอเจนซี่ผู้ผลิตสื่อ เพื่อทำกราฟฟิคในลำดับถัดไป
“น้องโตโต้” รวมถึงจากภาพในโพสต์ “น้องโตโต้” ที่เราได้เอ่ยถึง เป็นชื่อของแบรนด์มาสคอต ซึ่งทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมา
และได้มีการใช้ชื่อนี้ในหลายๆ โพสต์ เป็นตัวกลางในการเล่าเรื่องต่างๆของแบรนด์ตลอดมา ทั้งนี้ โพสต์ที่กำลังถูกพูดถึงในวันนี้ ทางทีมที่คิดคอนเท้นต์ขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาใด เพียงแต่เป็นความตั้งใจของทางผู้ดูแลคอนเท้นต์ในการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆโดยได้ยึดธีมดู reference จากภาพๆหนึ่งบนเว็บไซต์หนึ่ง (ตามภาพ) และอ้างอิงถึง เนื้อหาที่ต้องการสื่อ คือ “ฟรายส์คลุกผงเจ้าแรกในไทย” เพียงเท่านั้น และมีการบรีฟงานให้กับทางเอเจนซี่ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมาทางอีเมล โดยหลังจากที่ได้รับกราฟฟิคจากทางเอเจนซี่แล้ว
ทางแบรนด์ได้ตั้งโพสต์นี้ให้ขึ้น Timeline ในวันที่ 7 มีนาคม 2564 เวลา 11.00น. รวมถึงได้ตั้งค่าการโฆษณา (Facebook Ads.) ล่วงหน้าไว้ ใน 1 วันก่อนวันโพสต์ตามปกติของการลงสื่อออนไลน์ คือวันที่ 6 มีนาคม 2564 ช่วงบ่าย
ทางแบรนด์ ขอประกาศอีกครั้งว่าทางแบรนด์ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด และไม่ได้จงใจที่จะเสียดสี หรือล้อเลียนทางการเมือง แต่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความบังเอิญโดยแท้จริง ในการยิง Facebook ads. ในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งทางแบรนด์ได้ตระหนักถึงความผิดพลาดครั้งนี้ และ ขอน้อมรับผิดทุกประการ และจะนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญ ให้กับทางทีมที่ดูแลสื่อออนไลน์ ให้มีความตระหนักถึงเหตุการณ์อันไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ทางแบรนด์ ขอชี้แจงว่า โปเตโต้ คอร์เนอร์ ประเทศไทย สนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย และเราขอขอบคุณทุกคนรวมถึงเสียงทางสื่อออนไลน์ทั้งหมดเป็นอย่างสูง ที่ได้ทำให้แบรนด์ได้ทราบถึงเหตุการณ์ข้อผิดพลาดหนักครั้งนี้ได้อย่างทันที เพื่อเร่งหาข้อแก้ไข ทั้งนี้ ทางแบรนด์ขอยืนยันอีกครั้งว่า เราให้ความสำคัญ เคารพและสนับสนุนสิทธิทางประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ และไม่มีนโยบายในการใช้สถานการณ์ที่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงที่ไม่ถูกต้องมาเป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างแน่นอน และทางแบรนด์ได้แก้ไข ลบและหยุดโพสต์ดังกล่าวทันทีแล้ว
ขอแสดงความเสียใจและกราบขออภัยเป็นอย่างสูงอีกครั้งหนึ่งครับ
ทีมผู้บริหาร โปเตโต้ คอร์เนอร์ ประเทศไทย

ใช้กระแสสร้างแบรนด์สำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง

หากย้อนกลับไป เมื่อปี 2562 เราได้รับรู้กระแสข่าวการเลิกราของดาราชายซึ่งเป็นหนึ่งในทีมบริหารอย่าง พีช พชรกับดาราสาว ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คนรู้จักแบรนด์โปเตโต้คอร์เนอร์แทบจะสร้างยอดขายพุ่งกระฉูดแบบทันที โดยยอดขายในปี 2563 มีมูลค่ารวมเกือบ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 มากกว่าร้อยละ 38 และในปี 2564 ตั้งเป้าจะขยายสาขาต่อเนื่องให้ถึง 70 สาขาทั่วประเทศ หรือขยายสาขาในปีนี้ประมาณ 13 สาขา ตั้งเป้ายอดขาย 700 ล้านบาท (ที่มา : ManagerOnline)

จากข้อมูลในเว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ร็อคส์ พีซี มีรายได้รวมในปี 2562 อยู่ที่ราว 311 ล้านบาท มีกำไรสุทธิราว 33 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมปี 2561 อยู่ที่ราว 166 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิราว 5 ล้านบาท ขณะที่ปี 2560 มีรายได้รวมราว 83 ล้านบาท มีกำไรสุทธิราว 2 ล้านบาท (ที่มา : Positioning)

แต่หลังจากเจอกระแสเชิงลบแบบนี้ ต้องคอยติดตามว่าโปเตโต้คอร์เนอร์ จะรอดหรือจะร่วงจากเหตุการณ์นี้ เพราะถึงแม้จะออกแถลงการณ์ก็แล้ว ทีมผู้บริหารขอโทษก็แล้ว แต่ดูเหมือนยังเป็นกระแสร้อนแรง และแฮชแท็ก #แบนPotatoCorner ก็ยังเป็นเทรนด์อันดับ 1 ของประเทศไทยอยู่เช่นกัน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News