Home COVID-19 ชาวสิงคโปร์ไม่แน่ใจ ควรฉีด วัคซีนโควิด หรือไม่

ชาวสิงคโปร์ไม่แน่ใจ ควรฉีด วัคซีนโควิด หรือไม่

หลังจากที่ประเทศสิงคโปร์ได้รับ วัคซีนโควิด ล็อตแรกจากบริษัท PfizerBioNTech ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา และรัฐบาลได้เริ่มเตรียมแผนที่จะรณรงค์ฉีดวัคซีนให้แก่ชาวสิงคโปร์และบุคคลที่พำนักอยู่ในประเทศสิงคโปร์เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส ประชาชนหลายฝ่ายได้ออกมาแสดงความลังเลว่าควรเข้ารับการฉีดวัคซีนดังกล่าวหรือไม่

อ่าน : สิงคโปร์ได้แล้ว วัคซีนโควิด ล็อตแรกเป็นประเทศแรกในเอเชีย

แม้ว่าประชาชนชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือกับมาตรการรักษาระยะห่างและการควบคุมโรคที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาเป็นอย่างดี แต่ชาวสิงคโปร์ส่วนหนึ่งกลับมีความกังวลถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน ซึ่งแม้จะเป็นอาการข้างเคียงที่เล็กน้อยแต่อาจไม่คุ้มค่าความเสี่ยง เนื่องจากปัจจุบันสิงคโปร์มียอดผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มเกือบเป็นศูนย์และมียอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีตัวเลขต่ำที่สุดในโลก

- Advertisement -

จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนสิงคโปร์ โดยหนังสือพิมพ์ The Straits Times เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่า 48% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าจะเข้ารับการฉีดวัคซีน ส่วนผู้ตอบแบบสำรวจ 34% อยากรอสัก 6-12 เดือนก่อนค่อยตัดสินใจ

โดยปกติแล้วชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ไม่มีอคติต่อการฉีดวัคซีนที่จำเป็นทั่วไป แต่ในกรณีของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ล่าสุดและมีการวิจัยพัฒนาและผ่านขั้นตอนการอนุมัติอย่างรวดเร็วจนทำให้บุคคลหลายฝ่าย หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์บางรายเองเกิดความกังวลว่าวัคซีนที่ได้รับอนุมัติอาจยังไม่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเต็มที่

องค์การอาหารและยาของสิงคโปร์ ระบุว่า หน่วยงานได้มีการอนุมัติวัคซีนของ Pfizer-BioNTech หลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลที่แสดงว่าวัคซีนดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ มาตรฐานด้านคุณภาพ และเห็นว่าประโยชน์ที่ได้จากวัคซีนมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงเท่าที่ทราบได้ ที่ผ่านมาวัคซีนของ Pfizer ได้รับอนุมัติให้ใช้งานได้ในประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา และมีผู้ที่ได้รับวัคซีนที่แสดงอาการข้างเคียงหรืออาการแพ้รุนแรงเพียงไม่กี่รายเท่านั้น แต่ผลการทดสอบในห้องทดลองไม่พบอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงในระยะยาวแต่อย่างใด

ในขณะเดียวกันรัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งมองว่าความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์ขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว การค้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลกในปีหน้า จึงมีความต้องการที่จะเปิดประตูทางเศรษฐกิจดังกล่าว โดยหวังว่าการมีวัคซีนจะช่วยป้องกันการระบาดที่อาจตามมาได้

นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง วัย 68 ปี ของสิงคโปร์ ได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กันอย่างทั่วถึง โดยนาย ลี และคณะรัฐมนตรีจะเป็นกลุ่มแรกที่เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นและมั่นใจถึงความปลอดภัยของวัคซีน และประเทศสิงคโปร์คาดว่าจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับประชากรทั้งหมด 5.7 ล้านคนในประเทศภายในไตรมาสที่สามของปีหน้า

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News