HomeCOVID-19“ศิริราช”วอนอยู่บ้าน หวั่นไทยติดโควิด-19 ทะลุ 3.5 แสนรายกลางเม.ย.นี้

“ศิริราช”วอนอยู่บ้าน หวั่นไทยติดโควิด-19 ทะลุ 3.5 แสนรายกลางเม.ย.นี้

“ศิริราช”วอนประชาชนร่วมใจอยู่บ้านลดการติดเชื้อโควิด-19 หวั่นจำนวนผู้ติดเชื้อทะลุ 350,000 รายช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้ ประเมินการระบาดของโรคอาจยาว 6-9 เดือน

ร.ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า 2 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เริ่มเร่งตัวขึ้นจากการพบเชื้อในผับ และสนามมวย โดยศิริราชมีความกังวลจากการเร่งตัวดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้โลกได้แบ่งประเทศที่มีความรุนแรงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มร้ายแรงคือทวีปยุโรป และกลุ่มที่ยังคุมสถานการณ์อยู่คือทวีปเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และฮ่องกง มีอัตราเร่งตัวของผู้ป่วยโควิด-19 น้อยเมื่อเทียบกับทวีปยุโรป โดย 3 ประเทศดังกล่าวมีการเร่งตัวของผู้ป่วยจาก 100 รายสู่ 200 ราย ในเวลาประมาณ 5 วัน แต่กลุ่มประเทศรุนแรงอย่างทวีปยุโรปใช้เวลาเพียง 3 วัน ในการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อจาก 100 ราย เป็น 200 ราย ซึ่งขณะนี้ไทยใช้เวลา 3.5 วัน ในการเร่งตัวจาก 100 ราย สู่ 200 ราย

- Advertisement -

แต่ถ้าหากดูข้อมูลจริง ๆ ประเทศไทยไม่ดีมีการรายงานพบผู้ป่วยทันที ซึ่งรายงานช้ากว่าความเป็นจริงถึงครึ่งวัน ทำให้ไทยจัดอยู่ในกลุ่มเร่งตัว 100 รายสู่ 200 ราย ในเวลา 3 วัน ซึ่งใกล้เคียงกับเยอรมัน ดังนั้นถ้าไทยไม่ทำอะไรสถานการณ์จะแย่เหมือนกลุ่มยุโรป ซึ่งจะทำให้มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 33% ต่อวัน

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีการรายงานผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น 115 คนต่อวัน เมื่อวันที่ 15 มี.ค.63 ซึ่ง 1 เดือนต่อจากนี้ จำนวนตัวเลขในวันที่ 15 เม.ย.63 ไทยอาจมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 350,000 ราย แต่ถ้าสามารถลดระดับการเร่งตัว 33% ต่อวัน  มาอยู่ที่ 20% ต่อวัน จะทำให้ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยลดลงเหลือ 24,269 ราย ในอีก 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ศิริราชต้องการทำให้ได้

ดังนั้น ศิริราชจึงอยากให้ทุกคนเคร่งครัดในมาตรการอยู่บ้านเพื่อควบคุมโรค แต่ถ้าทุกคนยังออกจากบ้านตามปกติ ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ คาดว่าไทยจะมีคนติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 350,000 ราย, มีผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล 52,792 ราย เข้าห้องไอซียู 17,597 ราย และเสียชีวิต 7,039 ราย แต่ถ้าช่วยกันลดให้อัตราเร่งตัวเหลือ 20% ต่อวันได้สำเร็จ ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ คาดว่าจะมีจำนวนผู้ป่วย 24,269 ราย เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 3,640 ราย, เข้าห้องไอซียู 17,597 ราย และเสียชีวิต 485 ราย

สำหรับ กรุงเทพฯ มีโรงพยาบาลแยกผู้ป่วยเดี่ยวทั้งหมด 237 ห้อง, ห้องแยกผู้ป่วยรวมหลายเตียง 143 ห้อง และห้องควบคุมความดันเพื่อไม่ให้เชื้อกระจายออกไปข้างนอกจำนวน 136 ห้อง ส่วนโรงพยาบาลต่างจังหวัดมีห้องแยกผู้ป่วยเดียว 2,444 ห้อง, ห้องแยกผู้ป่วยรวมหลายเตียง 3,061 ห้อง และห้องควบคุมความดันเพื่อไม่ให้เชื้อกระจายออกไปข้างนอกมีจำนวน 1,042 ห้อง โดยผู้ป่วยหนักจะใช้เวลาพักรักษาตัวเป็นสัปดาห์ทำให้ทรัพยากรในการรักษาอาจไม่เพียงพอ แต่ถ้าควบคุมให้อัตราเร่งตัวลดเหลือ 20% ต่อวัน ยังสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้

ขณะเดียวกัน ศิริราชยังกังวลว่าจำนวนบุคลากรการแพทย์อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือคนไข้ในจำนวนมาก โดยขณะนี้ไทยมีบุคลากรการแพทย์ทั้งหมอและพยาบาลของรัฐคิดเป็น 156,115 คน และเอกชนมี 32,616 คน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องช่วยกันลดอัตราการติดเชื้อเพื่อให้จำนวนบุคลากรเพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการร่วมมือกันอย่างจริงจังคาดว่าช่วงวันที่ 23-30 มี.ค.นี้ จะเห็นผู้ติดเชื้อวิด-19 จำนวน 2,500 ราย และเพิ่มเป็นจำนวน 17,500 ราย ในวันที่ 6-13 เม.ย.นี้ และหากเราดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ จะสามารถชะลออัตราเพิ่มจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 หลังจาก 4-6 สัปดาห์ และสามารถชะลอการระบาดของโรค และลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้สามารถเข้าสู่ระยะที่ 4 และสิ้นสุดได้ภายใน 6-9 เดือน

ทั้งนี้ หลังจีนปิดประเทศจนถึงกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สามารถลดการเล็ดรอดออกนอกประเทศของกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปได้ 70.5% หากไม่ประกาศนโยบายห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อในตัวอย่างน้อย 779 ราย ที่ออกนอกประเทศไปก่อนกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ในช่วง 3.5 สัปดาห์แรก การประกาศนโยบายนี้สามารถลดการเล็ดรอดของผู้มีเชื้อในตัวออกนอกประเทศไปได้ถึง 81.3%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News