HomeCOVID-19ลอรีอัล ชี้อุตฯความงามปี'63 ทรงตัว รับโควิด-19 เป็นความท้าทายของธุรกิจ

ลอรีอัล ชี้อุตฯความงามปี’63 ทรงตัว รับโควิด-19 เป็นความท้าทายของธุรกิจ

ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ถูกหยิบยกประเด็นขึ้นมากล่าวถึงกันเป็นจำนวนมากในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่อุตสาหกรรมหนึ่งที่ถ้าจะนับเป็นความท้าทายอย่างมากก็คงจะใช่อย่างอุตสาหกรรมความงามเนื่องจาก หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า นับเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ป้องกันปิดบังใบหน้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และคาดว่าหลังจากนี้เทรนด์การใส่หน้ากากไปยังที่สาธารณะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้โควิด-19 จะสิ้นสุดลง

นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมความงามในปี 2563 นี้คือ หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า หรือ Mask (มาส์ก) ประกอบกับระดับการบริโภคเครื่องสำอางค์จะสามารถกลับมาได้หรือไม่ โดยการใส่ มาส์ก เป็น New Normal ของผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ตลาดลิปสติก ที่ชะลอตัวลงในช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19

ทั้งนี้ ช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ผู้บริโภคมีอัตราการบริโภคสินค้าเครื่องสำอางค์ในกลุ่ม สกินแคร์ ที่มีความซับซ้อนและมีความหรูหรา โดยเฉพาะบริเวณดวงตา และ ริมฝีปาก แต่ในช่วงการแพร่ระบาดสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเริ่มชะลอตัวลงไปบ้าง แต่สินค้าสำหรับ ดวงตา ยังพอไปได้ และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่มาแรงคือ กลุ่มสินค้าสำหรับเส้นผมหรือสีผม เนื่องจากยังสามารถโชว์ให้เห็นได้มากกว่าเมื่อเทียบกับริมฝีปาก ขณะที่ มองว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 ผู้บริโภคจะกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองเช่นเดิม แต่การใช้สินค้าสกินแคร์หลังจากนี้จะใช้เบาบางลงเพื่อให้เหมาะกับการใส่ มาสก์ เพราะถ้าใช้ชนิกหนักเกินไปอาจจะอึดอัดใบหน้าได้ ส่วนตลาดลิปสติกก็ยังคงมีผลกระทบอยู่

- Advertisement -

สำหรับภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมความงามในประเทศไทยปี 2563 ยังคาดการณ์เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินการกลับมาใช้จ่ายของผู้บริโภคว่าจะกลับมาได้เร็วขนาดไหน โดยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ตลาดเครื่องสำอางค์ในปีนี้จะติดลบเล็กหน่อย หรือ ไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งอ้างอิงจากการรายงานของ Euromonitor, 2019 ที่ระบุว่า ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมความงามในปี 2562 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.18 แสนล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าโดยแบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (skincare)  42%, ผลิตภัณฑ์ผม (hair)  15%, เครื่องสำอาง (makeup)  12%, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย (hygiene)  14%, น้ำหอม (fragrance)  5% และ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (oral cosmetics) 12%

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่ ลอรีอัล (ประเทศไทย) โฟกัสในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 คือ กลุ่ม สกินแคร์ เนื่องจากการอยู่บ้านกักตัวเป็นเวลานาน ทำให้ผิวเปราะบางขึ้น จึงเชื่อว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคมีความต้องการ และอีกกลุ่มผลิตภัณฑ์หนึ่งคือ กลุ่มเครื่องสำอางค์ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตในช่วงปลายปี หรือ ไตรมาส 4 เป็นต้นไป เนื่องจากการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ทำให้ประชาชนสามารถออกงานทางสังคมได้ในรูปชีวิตวิถีใหม่

นางคาลไดรา กล่าวว่า กำลังซื้อผู้บริโภคในอุตสาหกรรมความงามของไทยถือได้ว่ามีอัตราสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมียอดการซื้อราว 3,000 บาท/ปี โดยพฤติกรรมหลักจากนี้ไปจะมีการตัดสินใจเลือกซื้อจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และตลาดเครื่องสำอางค์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักเท่านั้นคือ กลุ่มที่มีราคาสูงไปเลย กัลกลุ่มที่มีราคาต่ำไปเลย ทำให้กลุ่มที่มีตำแหน่งสินค้าไม่ชัดเจนในระดับกลางๆ นั้นอยู่ยาก

ขณะที่ บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา บิวตี้ เทคโนโลยี (Beauty Tech) ซึ่งเป็นเสาหลักของบริษัทที่จะมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการกับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของบริษัทมากขึ้น

ส่วนในด้านแผนธุรกิจเพื่อรับมือวิกฤติโควิด-19 ของ ลอรีอัล ในช่วงที่ผ่านมา 3 ด้านด้วยกันได้แก่

  1. การพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่ที่ปรึกษาด้านความงาม (BA): จัดคอร์สการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ที่ปรึกษาด้านความงาม  สนับสนุนที่ปรึกษาด้านความงามให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าผ่านหน้าโซเชียลมีเดียและช่องทางออนไลน์ และให้รับบทบาท e-BA เพิ่มช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับที่ปรึกษาด้านความงาม ในช่วงที่ห้างสรรพสินค้าปิดบริการชั่วคราว
  2. โปรแกรม Learning Never Stops สำหรับพนักงานเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะของพนักงานผ่านหลักสูตรออนไลน์ในช่วงทำงานที่บ้านกับโครงการ Learning Never Stops ผ่าน MyLearning ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ของพนักงานลอรีอัล และจัด Live Webinar โดยมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ด้วยจำนวนชั่วโมงการเรียนรู้เพิ่มสูงถึงเกือบ 11 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา
  3. ผลักดันตลาดอีคอมเมิร์ซ: โดยร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าด้านอีคอมเมิร์ซ ทั้ง Shopee Lazada และ Central Online จัดแคมเปญต่างๆ ให้ผู้บริโภคในช่วงที่ต้องอยู่ที่บ้าน และผลักดันช่องทางอีคอมเมิร์ซอื่นทุกช่องทาง อีกทั้งเร่งเสริมนวัตกรรม Beauty Tech เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการซื้อออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ในภาพรวมยอดขายตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งหมดของบริษัทฯ ในช่วงเดือนพฤษภาคมมีอัตราเติบโตสูงสามหลัก

นอกจากนี้ ลอรีอัล ยังได้ดำเนินโครงการ L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity ขึ้น เพื่อปันน้ำใจช่วยเหลือในหลากหลายภาคส่วน ทั้งเพื่อให้การสนับสนุนและแสดงความขอบคุณในการอุทิศตนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์ที่ผ่านมา โครงการ L’Oréal Thailand COVID-19 Solidarity มีเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือหลายภาคส่วนในประเทศไทยให้ก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย อาทิ มอบชุดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและดูแลเส้นผมให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้าจำนวน 130,000 คน ในโรงพยาบาล 28 แห่งทั่วประเทศรวมมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท, มอบทุนพิเศษ โครงการลอรีอัล ประเทศไทย เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์ เพื่องานวิจัยโควิด-19: มอบทุนวิจัยจำนวน 1 ล้านบาท, โครงการสนับสนุนเคียงข้างร้านเสริมสวย L’Oréal Thailand Salon Solidarity: เพื่อช่วยเหลือร้านตัดผมเสริมสวย ทั้งร้านคู่ค้าและร้านเสริมสวยอื่นทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการห้ามเปิดกิจการ ด้วยการแนะแนวทางช่วยเหลือและให้ความรู้ด้านต่างๆ เพื่อเร่งปรับตัวและฟื้นธุรกิจหลังได้รับอนุญาตให้เปิดบริการได้ และ ช่วยกลุ่มผู้ขาดโอกาสทางสังคม มอบผลิตภัณฑ์ในเครือของลอรีอัล ประเทศไทย ให้แก่บุคคลที่ขาดโอกาสทางสังคมกว่า 100,000 คน ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มบุคคลผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดและดูแลผิวและเส้นผมเพื่อใช้ชีวิตประจำวัน 

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News