Home COVID-19 NETIZEN เปิดวิธีรับมือชัตดาวน์เมืองด้วยเทคโนโลยี พลิกวิกฤตโควิด-19

NETIZEN เปิดวิธีรับมือชัตดาวน์เมืองด้วยเทคโนโลยี พลิกวิกฤตโควิด-19

NETIZEN เปิดประสบการณ์รับมือชัตดาวน์เมืองด้วยเทคโนโลยี แนะองค์กรพลิกวิกฤตโควิด -19 เป็นโอกาสในการปฏิรูปซอฟท์แวร์องค์กรสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ชี้ทางรอดองค์กร “Work from home” ด้วยคลาวด์ ถอดประสบการณ์วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพปี 54 หลายองค์กรเดินหน้าธุรกิจแบบไม่สะดุด เพราะนำข้อมูลองค์กรขึ้นสู่ Cloud ช่วยพนักงานเข้าถึงเอกสารได้จากทุกที่ ทุกเวลา พร้อมแนะองค์กร ปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เผย 10 เคล็ดลับเด็ด Work from home พาองค์กรฝ่าวิกฤต ด้วย Future Trend Lifestyle ชี้วิกฤตครั้งนี้จะนำหลายองค์กรทำDigital Transformation  สำเร็จโดยปริยาย

นายกฤษดา สาธุกิจชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (Netizen) ที่ปรึกษาการวางระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ (ERP) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มขยายออกไปกว้างขึ้น ส่งผลให้มีบางจังหวัดเริ่มประกาศปิดเมือง ในขณะที่กรุงเทพมหานครก็เริ่มมีมาตรการ  “ชัตดาวน์สถานที่เสี่ยง” ด้วยการเริ่มปิด สถานบันเทิงผับบาร์  โรงภาพยนตร์ สถานศึกษา และพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดโควิด –19 จำนวน 14 วัน ส่งผลให้องค์กรธุรกิจหลายภาคส่วนนำมาตรการทำงานจากที่บ้าน ( Work From Home) มาใช้เพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุดและสามารถดำเนินการต่อไปได้ในภาวะวิกฤต ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและ Business Process  ภายในองค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในครั้งนี้ โดยเฉพาะด้านซอฟต์แวร์องค์กร และเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร การจัดการข้อมูลองค์กรขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ เพราะจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ด้วยอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่พนักงานทุกคนมีอยู่แล้ว สอดคล้องกับที่องค์กรต้องให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน การ Work Form Home ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการรับมือผลกระทบจากโควิด –19 เท่านั้น แต่ยังถือเป็นอีกหนึ่ง Future Trend Work Lifestyle และถือได้ว่าการปฏิรูประบบซอฟต์แวร์องค์กรในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานไปในตัว

นายกฤษดา สาธุกิจชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (Netizen)

- Advertisement -

แนวทางในการ Work from home สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs (Small and Medium Enterprises) มองว่าในกลุ่มนี้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Small) ไม่น่าเป็นห่วงกับการทำงาน Work from Home เนื่องจากปัจจุบันได้ใช้วิธี Work from home  อยู่แล้ว สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองจบในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเครื่องเดียว  ส่วนผู้ประกอบการขนาดใหญ่ (Enterprises) เองก็ไม่น่าเป็นห่วงเช่นกัน เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมด้านการลงทุนและการใช้เทคโนโลยีเป็นอย่างดี จึงไม่มีปัญหากับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ แม้ไม่อยู่ในออฟฟิศ โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือผู้ประกอบการขนาดกลาง(Medium) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มมีทีมงานหลายทีม หลายฝ่าย ในการดำเนินธุรกิจละส่วนใหญ่ในการบริหารก็ยังเป็นลักษณะรวมศูนย์ ขาดการกระจายการทำงานที่ดีทั้งในส่วนของคนและส่วนของ Document Flow  เมื่อปรับให้มีการ Work from home อาจทำได้ยากลำบากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งในแง่ของการสื่อสาร ประสิทธิภาพในการทำงาน และความต่อเนื่องของการทำงาน

ดังนั้น Netizen จึงได้นำเสนอแนวทาง และมุมมองเพื่อให้แต่ละองค์กรเตรียมความพร้อมทางด้านไอที 10 ข้อ ประกอบด้วย

1.ระบบโทรศัพท์ปรับจากระบบ Analog เป็นระบบIP PBX (IP Phone) เราสามารถรับโทรศัพท์ที่โทรเข้า Office ได้ทุกที่ที่มี Internet เข้าถึง โดยที่ปลายทางไม่ทราบว่าผู้รับสายไม่ได้อยู่ Office  ซึ่งปัจจุบันก็มีบริการ IP PBX บน Cloud หรือเรียกว่า Cloud PBX สามารถวางระบบได้เร็วต้นทุนการลงทุนต่ำ และจ่ายตามการใช้งานจริงเป็นต้น  ตัวอย่าง IP PBX เช่น Sangoma, Panasonic ส่วน Cloud PBX  มี True ,  Cat Telecom และ 3BB Cloud เป็นต้น

2.แพลตฟอร์มในการทำเอกสารออนไลน์ (Online Document Software) ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Google Suite (Doc, Sheet , Slide ) หรือ  Office365  ( Excel , Word , Power point )  ล้วนมีความสามารถให้ทุกคนสามารถทำงานอยู่บนเอกสารเดียวกันในเวลาเดียวกัน แม้จะอยู่ต่างสถานที่กัน ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

3.กำหนดแพลตฟอร์มแชทออนไลน์ที่จะใช้ในองค์กรร่วมกัน ซึ่งอาจต้องศึกษาถึงคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปสามารถเลือกตามความเหมาะสมและความคุ้นชินในการทำงานของพนักงานเป็นหลัก เช่น Hangouts ที่สามารถสร้างห้องเป็นทีมพร้อมเห็น Status ว่าทุกคนอยู่หน้าจอที่พร้อมจะ Chat หรือคุยงานกัน และข้อมูลต่าง ๆ จะไม่ถูกลบ  นอกจากนี้ยังมี Line, WhatApp และ Facebook Messenger เป็นต้น

4.แพลตฟอร์มในการประชุมทางไกล (Video Conference) ปัจจุบันมีให้เลือกใช้บริการหลากหลาย เช่น Microsoft Teams, Hangouts, Webex และ Zoom  ในส่วนนี้หากองค์กรไหนใช้แพลตฟอร์มใดในการ.   แชทออนไลน์อยู่แล้วก็แนะนำให้ใช้แพลตฟอร์มเดียวกันในการประชุมทางไกล เช่นหากใช้ Hangouts chat สำหรับแชทอยู่แล้วก็ให้ใช้ในการประชุมทางไกลควบคู่กันไป

5.แพลตฟอร์มสำหรับใช้ในการแชร์ไฟล์งานในปัจจุบันมีหลากหลายค่าย อาทิเช่น One Drive, Google Drive , Dropbox , icloud , Origami E-doc  , zDoc  ซึ่ง Netizen เลือกใช้ Google Drive เป็นหลักให้กับทีมงานใช้ในระหว่างที่ทำงานร่วมกัน แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเก็บข้อมูลและเป็นการจัดการ File ภายในองค์กรจึงย้ายข้อมูลจาก Google Drive ไปสู่ Origami E-doc ในเอกสารที่ทำสำเร็จแล้ว เพราะสามารถจัดการข้อมูลตามแต่ละแผนกขององค์กร และยังสามารถเปิดสิทธิ์ในการเข้าถึงได้เป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น

6.ระบบบริหารโครงการ (Project management system) ปัจจุบันมีอยู่หลายระบบ เช่น Asana, Trello , Basecamp และ Origami CRM  เป็นตัวช่วยในการมอบหมายงาน วางแผนงาน และติดตามงานในแต่ละโครงการ ให้เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้

7. จัดเตรียมระบบบริหารทรัพยากรบุคคลผ่านคลาวด์ (HR Cloud system )  แทนการสแกนลายนิ้วมือหรือการตอกบัตรในที่ทำงาน สามารถให้พนักงานทำการลาแบบ Self service ได้เลย พร้อมระบบงาน HRM และ  HRD ซึ่งปัจจุบัน ตัวระบบมีต้นทุนในการลงทุนที่ไม่มากนัก เช่น SuccessFactors , Happywork , onedee , Origami เป็นต้น ภายใน Netizen เราได้ใช้ระบบ Face recognition และ Origami ในการบริหารจัดการภายในองค์กร

8.ระบบ CCTV Cloud กล้องวงจรปิดในองค์กร ที่เก็บ Storage บน Cloud ได้ เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบภายในออฟฟิศ กรณีต้องให้พนักงานทำงานที่บ้านทั้งหมด จะไม่มีคนเข้าทำงานที่บริษัทจำเป็นต้องตรวจสอบและจัดเตรียม CCTV ให้พร้อม

9.ระบบอนุมัติการทำงานต่าง ๆ (Workflow Approval Process) เช่น การอนุมัติขั้นตอนการทำงานต่างๆโดยไม่ต้องเซ็นต์เอกสาร ปัจจุบันมีระบบที่นิยมใช้งานในองค์กร อาทิ เช่น One web, K2 และ Origami ซึ่งแต่ละแบบสามารถที่จะเชื่อมเข้ากับระบบ ERP ขององค์กรได้ง่ายขึ้น สามารถช่วยให้ลดขั้นตอนในการส่งเอกสารในการอนุมัติ และทำงานได้อย่างรวดเร็ว

10.ปรับองค์กรเข้าสู่ระบบคลาวด์ ERP และ e-Tax Invoice ปัจจุบันหลายองค์กรยังไม่ได้ปรับระบบ ERP ขึ้นสู่ Cloud ซึ่งอาจจะมีความยากลำบากในการที่ดูแล Server ERP ในสถานการณ์การทำงานแบบ Work from home  หากองค์กรยังไม่ได้คิดที่จะปรับเปลี่ยนระบบ ERP สามารถนำ Software ERP ตัวเดิมไปฝากไว้ที่ Data Center แต่หากมีโครงการปรับเปลี่ยนระบบ ERP ก็อาจวางแผนเปลี่ยนเป็น  Real Cloud ERP เพราะมีการวาง Data Structure , Process , และ UX/UI ที่ใช้กับ Cloud โดยเฉพาะ  พร้อมทั้งการออกเอกสาร Tax Invoice ก็สามารถที่จะออกเป็น e-Tax Invoice  ในปัจจุบัน ERP ที่เป็น Real Cloud ERP  ประกอบด้วย  SAP Business ByDesign เวอร์ชัน Netizen Arabica  และ Oracle ERP Cloud เป็นต้น

นอกจากการ การเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานแบบ Work from home นั้นองค์กรจำเป็นต้องสื่อสารกับ Supplier และลูกค้า เพื่อขอความร่วมมือในการส่งเอกสารต่าง ๆ เป็นแบบ Digital Document แทน เช่น PDF file , E-tax Invoice  พร้อมโอนเงินผ่านทางช่องทาง Online  เพื่องดใช้เมสเซนเจอร์วางบิลรับเช็ค ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส พร้อมทั้งกระตุ้นให้การลดใช้กระดาษ(Paperless )มากขึ้น

“ Netizen ได้นำประสบการณ์จากปี 2554 ที่กรุงเทพมหานครประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ มีลูกค้าหลายบริษัทต้องประสบปัญหา พนักงานไม่สามารถเดินทางไปทำงานและทำงานจากที่บ้านได้ เพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลองค์กรได้ เนื่องจากห้อง Server ถูกน้ำท่วม จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ Netizen พยายามผลักดันให้หลาย ๆ บริษัทหันมาปฏิรูปองค์กร ด้วยการนำข้อมูลไปไว้บนระบบ Cloud ช่วยให้สามารถเข้าถึงเอกสารต่าง ๆ ได้จากทุกที่ สำหรับครั้งนี้หากองค์กรเล็งเห็นความสำคัญในการใช้เทคโนโลยี Cloud ก็จะช่วยให้องค์กรเดินหน้าได้ไม่สะดุด ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต และการเกิดวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นตัวผลักดันให้องค์กรเดินหน้าสู่การทำDigital Transformation ได้โดยปริยาย”  นายกฤษดา ได้กล่าวทิ้งท้าย

นพฤทธิ์ กมลสุวรรณhttps://businesstoday.co/author/noparit/
ผู้ประกาศข่าว / ผู้สื่อข่าว Money2Know , Business Today Thai

Latest

73% ส่งออกทุเรียนไทยไปจีน มูลค่า 6 เดือนแรก 3.17 หมื่นล้านบาท

ไทยส่งออกทุเรียนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็น 73% ของปริมาณการส่งออกทุเรียนสดทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2020 อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่เป็นมูลค่าราว 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3.17 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 73% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 ในช่วงเวลาเดียวกัน อรมนระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนไปยังตลาดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวม 164 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

เปิด 5 วิธีที่เหล่าแฮ็กเกอร์ใช้จิตวิทยาหลอกขอข้อมูลออนไลน์

การเติบโตของอินเทอร์เน็ต และพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่ปลอดภัย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ดังนั้นการป้องกันโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่การป้องกันที่ดีที่สุด แต่ต้องสร้างการตระหนักรู้ของผู้ใช้งานไปพร้อมกันด้วย นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะผู้พัฒนา Digital infrastructure ของประเทศ เรามีความห่วงใยคนไทยต่อการเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันแฮ็กเกอร์ได้พัฒนาเล่ห์เหลี่ยมใหม่ๆ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและให้ข้อมูลแก่ตน โดยอาศัยหลักจิตวิทยา ความไม่รู้ หรือความประมาทของเหยื่อ ลอกเลียนแบบองค์กรหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อให้หลงเชื่อและกระทำการบางอย่าง อาทิ เปิดเผยรหัสผ่าน ซึ่งในทางสากลเรียกกลวิธีแบบนี้ว่า Social...

ในหลวงพระราชทานกำลังใจครม.ประยุทธ์ 2/2

ในหลวงพระราชทานกำลังใจ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ให้มีพลังทำสิ่งถูกต้องเพื่อความสุขของประชาชน นายกฯ นัด ครม.ทั้งหมดถ่ายรูปเต็มคณะที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าก่อนประชุม ครม. 13 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 7 คน เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ ณ...

พร้อมไหมใช้รถยนต์ไฟฟ้า

ในเวลานี้รถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายอย่างเป็นทางการและมีความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงๆ ก็มีไม่น้อย แต่ที่โดดเด่นมากกว่าใครก็คงหนีไม่พ้น เอ็มจี แซดเอส อีวี และนิสสัน ลีฟ ที่แทบจะเป็นสองรุ่นหลักด้วยองค์ประกอบที่เหมาะสม คือ ราคา คุณภาพสินค้า และบริการหลังการขาย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่สร้างความฮือฮาอย่างเทสลานั้น จนวันนี้ก็ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเสียที ที่เห็นมีจำหน่ายกันอยู่นั้นก็มาในรูปแบบของการสั่งมาโดยผู้นำเข้าอิสระทั้งหมด ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่อยากใช้งานมากจริงๆ หรือเงินถุงเงินถัง ก็คงไม่อยากเสี่ยง อยากใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง เชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่อยู่ในใจหลายๆ คน วันนี้เลยเอาสิ่งที่คิดในมุมของคนที่ใช้มาบอกกันครับ ทุกวันนี้ผมใช้สลับกันไปมาระหว่างรถยนต์เบนซิน ดีเซล...

Related News

Netizen มอง 5G หนุนตลาดซอฟต์แวร์สะพัด 4 แสนล้านบาท

Netizen เผยหลังจบการประมูล 5G ตลาดซอฟต์แวร์คึกคัก เม็ดเงินลงทุนสะพัด 4 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปีพร้อมลงทุนรองรับการเชื่อมโยง IoT คาดปี 67 มี IoT Devices มากกว่า 2.2 หมื่นล้านเครื่อง ส่งผลให้เกิดปริมาณข้อมูลมหาศาล กระตุ้นองค์กรต่าง...

Netizen เผยเทรนด์ใหม่ Social ERP เชื่อมซอฟท์แวร์องค์กร แนะ 5 ทางรอดในยุคดิจิทัล

Netizen เผยปี 2563 จะเห็นเทรนด์ใหม่ Social ERP เชื่อมการทำงานของระบบซอฟต์แวร์องค์กรเข้ากับโซลูชันอื่น ๆ ทั้ง Social Banking, Social Workflow, Social CRM และ Social Sales พร้อมแนะ...

Netizen เผยองค์กรใหญ่พร้อมทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ดันเม็ดเงินสะพัด 5.4 แสน ลบ. ใน 3 ปี

Netizen ที่ปรึกษาด้านการวางระบบ ERP เผยตัวเลขงบลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นทุกอุตสาหกรรมในไทย เติบโตก้าวกระโดด คาดภายในปี 2562 - 2565 เพิ่มขึ้น 19.42% แต่มีองค์กรที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองสำเร็จเพียง 20% ส่งผลเกิดเม็ดเงินลงทุนที่สูญเปล่าถึง 80% พร้อมประกาศนโยบายลดการสูญเสีย 100% ตั้งเป้าหมายนำพาลูกค้าก้าวสู่ยุคดิจิทัลให้สำเร็จทุกราย ประกาศความสำเร็จร่วมกับ...