HomeCOVID-19จุฬา ธรรมศาสตร์ ศรีปทุม สู้โควิด-19 Transform การศึกษา สร้างมาตรฐานใหม่

จุฬา ธรรมศาสตร์ ศรีปทุม สู้โควิด-19 Transform การศึกษา สร้างมาตรฐานใหม่

สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งปรับตัวสู้โควิด-19 Transform ตัวเองสู่โหมดออนไลน์สร้างมาตรฐานการเรียนการสอนและการบริหารจัดการที่ดียิ่งขึ้น

วิกฤติโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากในเชิงเศรษฐกิจ ต่อเนื่องไปถึงธุรกิจหลากหลายที่ต้องสูญเสียรายได้พร้อมกับยกเลิกการจ้างงานให้กับพนักงานบางส่วนเพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินการอยู่ได้

ผลกระทบจากวิกฤติต่อธุรกิจการศึกษา

สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนถือเป็น 1 ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ไม่ต่างกัน โดยทางตัวแทนผู้บริหารทั้งจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ต่างให้ความเห็นตรงกันเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดขึ้นว่า นอกจากเรื่องของหยุดพักการเรียนการสอนชั่วคราวในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กรจำนวนมากที่ถูกกระทบไปด้วย ตัวอย่างเช่น งานด้านการวิจัย และการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน การจัดประชุมวิชาการ การร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน จากเดิมที่ทุกอย่างมีการวางแผนล่วงหน้าไว้แล้วก็ต้องถูกเลื่อนระยะเวลาการจัดงานออกไปก่อนทั้งหมด

ปรับตัวฝ่าวิกฤติ สู้โควิด-19

วิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทำให้หลายธุรกิจหลายองค์กรต้องปรับตัวรับมืออย่างรวดเร็ว ผศ.ดร.ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทางบุคลากรทุกคนของมหาวิทยาลัยมีการปรับตัวรับมือสู้วิกฤติกันมากขึ้น ขณะเดียวกันทางมหาวิทยาลัยก็มีการขยายเวลาให้บุคลากรมีการปรับวิธีในการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล คุณภาพ ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้น จนทำให้ต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ในส่วนนิสิตนักศึกษาเอง อาจจะมีความเครียดได้ ทางมหาวิทยาลัยจึงมี ศูนย์สุขภาวะทางจิต ของคณะจิตวิทยา คอยดูแลให้คำปรึกษาด้วย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ Innovation หรือนวัตกรรม ที่ประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการค้นคว้าวิจัยหาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นในสังคม ยกตัวอย่าง เช่น การคิดค้นอุปกรณ์ทางการแพทย์ “ชุดตรวจผลเลือดเพื่อคัดกรองเบื้องต้นในความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 (COVID-19 Strip Test) และ หุ่นยนต์ช่วยแพทย์ พยาบาล ในการสร้างระยะห่างจากผู้สุ่มเสี่ยงเป็นต้น

“ยังไงเราก็ต้องชนะโควิด และฉลาดคิดเอา lesson learned มาใช้ สร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้น”

- Advertisement -

รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วิกฤติครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายในการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว นิสิตนักศึกษาหลายคนอาจจะยังไม่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือต่างๆ ผ่านออนไลน์ก็ต้องรีบปรับตัวตามไปด้วย หรือแม้แต่นักศึกษาแลกเปลี่ยนในต่างประเทศเอง ก็ต้องปรับตัวในการเรียนผ่านออนไลน์ตามเวลาของประเทศไทยให้ได้ เพราะตอนนี้การทำงานหลายอย่างก็ยังเป็นรูปแบบไฮบริดผสมผสานกันอยู่ เพื่อแก้ปัญหาฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้ อีกทั้งตามปกติในช่วงนี้ ถือเป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษาจะต้องออกไปฝึกงานจริงกับสถาบันองค์กรต่างๆ ก็ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแบบออนไลน์ ถือเป็นโอกาสให้เหล่านักศึกษาได้ฝึกคิดนอกกรอบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ประเทศไทยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง แต่พอปัญหาหรือวิกฤติจบ เราไม่นำ lesson learned มาใช้ ตรงนี้ต้องปรับ”

ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี ม.ศรีปทุม บอกว่า ทางมหาวิทยาลัยมีการปรับเปลี่ยนให้นักศึกษาหันมาเรียนผ่านออนไลน์ 100% ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่ที่ผ่านมามีการใช้ระบบ e learning อยู่แล้วในทุกรายวิชาให้นักศึกษาสามารถทบทวนความรู้ย้อนหลังผ่านออนไลน์ได้ และจากเดิมที่อาจารย์รายวิชาจะสอนในห้องเรียนเป็นหลัก ได้มีการปรับเปลี่ยนมาสอนสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์แทน ทำให้นักศึกษาไม่รู้สึกแตกต่างจากเดิม ต่อเนื่องไปถึงการสนับสนุนให้กลุ่มนักศึกษาสามารถหารายได้แบบ part-time และ full-time ได้ในระหว่างนี้ไปด้วย

“โควิด-19 มีผลกระทบหลายอย่าง แต่ถ้ามองให้เป็นประโยชน์ มันคือตัวผลักให้เรา transform ได้อย่างรวดเร็ว”

ปรับกำลังพล ให้เหมาะสมสู้วิกฤติ

รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีโครงสร้างเยอะ เดินช้าอุ้ยอ้าย จึงต้องเร่งปรับโครงสร้างต่างๆ ให้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องมีความยืดหยุ่น ขณะเดียวกันบุคลากรในองค์กรก็ต้องมีการพัฒนาทักษะในแต่ละด้านที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องทั้งการ Up-skill และ Re-skill นอกจากนี้ในส่วนของการบริหารในสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอาจารย์หรือบุคคลทางด้านการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องเข้าใจวิสัยทัศน์ในธุรกิจการศึกษาเพื่อการบริหารพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นและเหมาะสม

ผศ.ดร.ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางจุฬาฯ มีการปรับตัวอยู่ตลอด แต่ในทุกองค์กรความไม่สมดุลในแง่ต่างๆ ก็ยังมีเกิดขึ้น เพราะบุคลากรในบางส่วนอาจจะมีมากเกิน ขณะที่บางส่วนขาด แต่การจะปรับเปลี่ยนบุคลากรด้วยการดึงเอาส่วนเกินมาเติมส่วนขาดเลยนั้น ก็ยังไม่ใช้แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเสริมสร้างประสิทธิภาพให้แก่บุคลากรด้วยการ Up-skill และ Re-skill เราจึงสามารถปรับบุคลากรให้ทำงานแบบข้ามคณะได้อย่างมีคุณภาพ

ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี ม.ศรีปทุม กล่าวว่า จุดอ่อนของมหาวิทยาลัยเอกชนคือการไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนจุดแข็งคือ การปรับตัวได้รวดเร็วกว่า แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องพัฒนาเพิ่มขึ้นในเรื่องการบริหารและการบริการให้มากขึ้น สำหรับในช่วงวิกฤตินี้ ทางมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้ทุกหน่วยต้องคิดเซอร์วิสใหม่ๆ เพิ่มเติม ยกตัวอย่าง เช่น สำนักงานคณะฯ จะมีการเปิดห้องแชทผ่านแอปพลิเคชั่นให้นิสิตนักศึกษาสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ ส่วนสำนักงานทะเบียนฯ ก็อาจจะมีการปรับให้สามารถส่งเอกสารต่างๆ ให้ถึงบ้านในแบบ delivery

แนะแนวทางเสนอ อว.

สำหรับแนวทางที่ผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนทั้ง 3 สถาบัน ต้องการฝากถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นั้น เป็นเรื่องของกรอบการบริหารจัดการต่างๆ ที่ภาครัฐควรยืดหยุ่นเพราะกฎเกณฑ์บางอย่างไม่เหมาะแก่การนำมาใช้ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติในปัจจุบัน

 

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News