HomeCOVID-19สู้ไวรัส COVID-19 ด้วย IT และ Big Data

สู้ไวรัส COVID-19 ด้วย IT และ Big Data

สรุปมุมมอง 4 ผู้บริหาร กับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤติ COVID-19 ทั้งเรื่องการปรับตัวของบริษัทให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work from Home) การเสพสื่ออย่างมีสติ และการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นายกฤษดา สาธุกิจชัย
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (Netizen) ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการวางระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ ERP (Enterprise Resource Planning)

เราเริ่มเห็นวิกฤตินี้ตั้งแต่ปี 2011 ที่น้ำท่วมประเทศไทย หลายองค์การตื่นตระหนกทำอะไรกันไม่ถูก เราพายเรือเข้าไปถอดฮาร์ดไดรฟ์เอาข้อมูลลูกค้าออกมา หลังจากนั้นเราทำงานกับคลาวด์เป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าทำงานไปได้

แทนที่เราจะเครียดกับเฟคนิวส์ เราควรจะย้อนกลับมาว่าเราจะจัดการกับองค์กรเราอย่างไร กลุ่มธุรกิจระดับกลางเป็นกลุ่มที่น่าห่วง เพราะไม่พร้อม รายได้หายขณะที่รายจ่ายยังอยู่

- Advertisement -

องค์กรจะต้องปรับ 10 ข้อดังนี้

-ระบบโทรศัพท์
-ใช้โปรแกรมแชทเดียวกัน
-ทำเอกสารออนไลน์
-ระบบประชุมทางไกล
-ระบบบริหารโครงการ ลงเวลาทำงานได้
-การแชร์ไฟล์งาน
-ระบบฝ่ายบุคคลผ่านคลาวด์
-กล้วงวงจรปิดในองค์กร กรณีคนทำงานที่บ้านกันหมด
-อนุมัติเอกสารออนไลน์
-คลาวด์ ERP ใช้ e-Tax Invoice

ภาครัฐต้องอาศัยจังหวะนี้มาทำ Big Data เช่นกล้องวงจรปิด ดึงจากทุกหน่วยงานเข้ามาที่เดียว เพราะเป็นประโยชน์มากในอนาคต ขณะที่องค์กรเอกชน ต้องร่วมแรงร่วมใจ เสียสละเพื่อไปด้วยกัน แต่ถ้าเราไม่ทำความเห็นแก่ตัวมันจะกลับมาแซงความเสียสละ

เราไม่อยากให้มองว่าเราทำเพื่อสู้กับ COVID-19 แต่ทำเพื่อสู้กับอนาคต การใส่หน้ากากอาจจะเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต ก็จะผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีหน้ากาก ขณะที่คนจะต้องมีสติ

รูปแบบ Supply Chain จะเปลี่ยน รูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยน ทั้งนี้ไม่อยากให้คนวิตกกังวล แต่เราต้องเตรียมความพร้อม

สู้ไวรัส COVID-19 ด้วย IT และ Big Data

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์
ผู้อำนวยการ สถาบัน IMC Institute

SMEs จะเหนื่อย เพราะล้มลุกคลุกคลานกันมาและมาเจอสถานการณ์แบบนี้ การปรับตัวไปทำงานที่บ้านจะยาก แต่วิกฤติครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ SMEs ปรับตัว จะต้องมองให้ออกว่า 2-3 ต่อจากนี้จะทำงานอย่างไร คนต้องคุ้นเคยและมีวินัย นโยบายจะต้องชัดเจน คือ ในเวลาทำงานลูกจ้างจะต้องพร้อมทำงานจริง ๆ ถ้าไม่สะดวกก็จะต้องลางาน แต่ส่วนที่ยากคือการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้วิกฤติในครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสในการปรับตัว จะเห็นว่าภาครัฐบางกระทรวงเริ่มปรับตัว มหาวิทยาลัยก็เริ่มปรับตัว

คนตื่นตระหนกมากเกินไป จะต้องหยุดเสพข่าว ตั้งสติ และวิเคราะห์แบบมีเหตุผล กลับมาดูว่าจะปรับการทำงานอย่างไร ต้องระวังตัวเอง ต้องรับผิดชอบ

ภาครัฐไทยเองก็ทำในระดับหนึ่ง แต่จะให้สำเร็จในวันนี้คงไม่ได้ ยกตัวอย่าง จีนเก็บข้อมูลกันมานานแล้ว และใช้ข้อมูลที่ค่อนข้างละเมิดส่วนบุคคล มีระบบวิเคราะห์ข้อมูล ขณะที่ไทย ภาครัฐจะต้องประสานกับเอกชนมากขึ้น ดึงข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่างไร ดึงจากโรงพยาบาลอย่างไร หรือจากคนที่เดินทางเข้า-ออกประเทศอย่างไร เพื่อให้สังคมมีสติ และต้องนิ่ง

อีกส่วนคือต้องดูตัวเลขจากต่างประเทศคือ คนติดเท่าไหร่ เสียชีวิตเท่าไหร่ สัดส่วนคนที่ป่วยและเสียชีวิตเป็นเท่าไหร่เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก

เราเชื่อว่าภาครัฐก็พยายามทำบางอย่าง ถ้าเราติดตามความเคลื่อนไหว แต่เข้าใจว่าอาจจะช้าเพราะติดเรื่องนโยบาย ต้องรอผู้บริหารสูงสุด เป็นสไตล์การทำงานของภาครัฐไทย

ในสังคมเราทุกอย่างจะเดินไปได้ด้วยดี แต่มันเป็นสไตล์ไทยๆ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องตั้งสติกันให้ได้

สู้ไวรัส COVID-19 ด้วย IT และ Big Data
https://trend.wisesight.com/covid19/

นายกล้า ตั้งสุวรรณ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด

นักท่องเที่ยวหาย คนทั่วไปไม่ออกไปข้างนอก ธุรกิจเริ่มทำงานที่บ้าน เราจะปรับตัวอย่างไร บริษัทที่ปรับตัวได้จะสามารถประชุมทางไกลได้ แต่ถ้าทุกบริษัทยังทำไม่ได้

ตอนนี้เราซ้อมการทำงานที่บ้านกันอยู่ พอทำจริงเราจะเข้าใจว่าประสิทธิภาพเป็นอบ่างไร ทำให้เข้าใจมากขึ้น

คนไทยต้องช่วยตัวเองก่อน เทคโนโลยีถึงจะเข้ามาช่วยให้มีประสิทธิภาพได้ ทำให้มีเวลามากขึ้น ในภาวะวิกฤติเวลาสำคัญมาก

คนตื่นตระหนก เพราะเสพสื่อจากโซเชียล แต่ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เช่น เรื่องผีน้อย สิ่งที่ช่วยภาครัฐได้คือการยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าเรามีข้อมูลมากคนจะไม่ตระหนก

สหรัฐฯ ใช้เทคนิคให้ภาครัฐสื่อสารกับประชาชนได้มากขึ้น ในการกักกันผู้ป่วย เพื่อลดการถูก Bully รวมถึงลดการแพร่กระจายของคนป่วย

ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมามีคนคุยเรื่อง COVID-19 เป็นล้านข้อความ เท่ากับการเลือกตั้งทั่วไป ทำให้เห็นว่าคนตื่นตัวกัน ตั้งแต่เรื่อง ปู่-ย่า ผีน้อย และกักตุนของ ทั้งที่เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โซเชียลเป็นเหมือนพื้นที่ของคนขี้บ่น เราจะต้องเลือกเสพสื่อที่น่าเชื่อถือ อีกเรื่องคือการช่วยลดการระบาดจากคนสู่คน ไม่ต้องกังวลว่าคนป่วยเดินทางไปไหนบ้าง

เทคโนโลยีพื้นฐานของไทยดีกว่าเพื่อนบ้าน ทั้งอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ที่ราคาไม่แพง แต่การสอนคนเป็นเรื่องยาก คนจะต้องรับผิดชอบดูว่าในวันนี้เราต้องทำงานอะไรและทำให้เสร็จ

เวลาดูเทรนด์โซเชียล เราอยากรู้ว่าคนสนใจอะไรกันอยู่ ขณะที่คนเสพสื่อควรจะเสพจากสื่อภาครัฐว่าข่าวไหนจริงหรือไม่จริง

สิ่งที่รัฐควรทำคือการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ สิ่งที่โซเชียลสนใจคือ ลิเดีย ยืนยันว่าติด COVID-19 แต่เมื่อถามว่าเกี่ยวกับเราไหม เพราะฉะนั้นเราต้องเสพสื่ออย่างมีสติ ส่วนภาครัฐจะต้องตอบคำถามเยอะ และตอบเฉพาะที่ควรตอบ

โซเชียลเป็นสังคมของคนขี้บ่น ถ้ามีเพื่อนเราบ่นเรื่องเดียวกันสักครึ่งหนึ่ง เราจะเริ่มคิดแล้วว่ามันจริง เราอยากให้คนมีสติมากขึ้น

ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือส่งของกิน จะเติบโตขึ้น ผู้ประกอบการไหนที่คิดออกก็จะรอด ภาคธุรกิจจะต้องฟังผู้บริโภคมากขึ้น เพราะหลังจากจบ COVID-19 ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป จะเกิดการปรับตัวของภาคธุรกิจจะมีคนที่รอดและคนที่ตายจากไป

สามารถติดตามเพจ เป็ดไทยสู้ภัย https://www.facebook.com/pedthaisupai/ เป็นการรวมตัวเพื่อช่วยกันสู้ COVID-19

-COVID Tracker เว็บรายงานผู้ติดเชื้อ-พื้นที่เสี่ยง COVID-19 ในไทย
-DDC-Care แอปฯ ติดตามกลุ่มเสี่ยงติด COVID-19
-GISTDA เผย 5 แนวคิดใช้แผนที่ รับมือโควิด-19

ดร.อสมา กุลวานิชไชยนันท์
CEO และ co-founder CORALINE

Big Data ต้องมีข้อมูลมาก เร็ว หลากหลายช่องทาง ถูกต้องแม่นยำ แต่ที่ประเทศไทยตอนนี้ยังมีไม่ครบ เพราะถ้าไม่มี Big Data ที่ดี AI จะไม่เกิด บางหน่วยงานยังเก็บข้อมูลในกระดาษอยู่ เก็บในไฟล์เอกสาร เก็บคนละโปรแกรม ทำให้เอามารวมกันไม่ได้ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่แตกต่างกัน ซึ่งตอนนี้เป็นโอกาสที่แต่ละหน่วยงานจะปรับตัว

“จีน” ใช้ AI มาตั้งแต่ปี 2014 และทำ Big Data เสร็จก่อนแล้ว “เกาหลีใต้” ทำเว็บไซต์เพื่อติดตามผู้ป่วย และ “ไต้หวัน” ให้กลุ่มเสี่ยงเปิด GPS ไว้และทำการติดตามผ่าน SMS ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีมาก

เราใช้แอปพลิชันควบคุมการทำงานที่บ้านของพนักงาน ตรวจสอบได้ว่าใครทำงาน เมื่อเสร็จระบบจะแจ้งเข้ามาว่าใครทำงานเสร็จแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหา เราต้องมองย้อนจุดอ่อนของบริษัท เช่น SMEs ที่ต้องไปขายที่หน้าร้าน จะต่อยอดอย่างไร การทำงานที่บ้านจะต้องค่อยๆ ปรับตัว

Open Data เป็นสิ่งสำคัญ ต้องแชร์ข้อมูลที่แชร์ได้ ประเทศไทยขาดการออกแบบการใช้ข้อมูล เพราะเราซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติมาใช้ตลอด ปัญหาคือข้อมูลยังไม่ถูกปล่อยออกมา ขณะที่เรามีความสามารถเชื่อมต่อได้

ประเทศไทยขาด Data engineer การรวมข้อมูลเพื่อนำไปเสนอ ตอนนี้เป็นโอกาสที่จะเข้ามาแสดงฝีมือได้ ถ้าเข้ามารวมตัวกันทำข้อมูลให้พร้อมแชร์ ยกตัวอย่างสิงคโปร์มีการวางแผนที่ดีและมีตัวกลางออกมาสื่อสาร เราจะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยกรองเพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลที่ชัดเจน

เราไม่รู้ว่าหน่วยงานรัฐไหนเป็นหน่วยงานกลาง และเข้าไปจี้กันไม่ได้ ขณะที่เอกชนมีความพร้อมกว่ามาก เพราะการทำงานของเอกชนถูกวัดด้วย KPI

การเสพสื่อ จะต้องเสพจากสื่อที่ควรจะเสพ การที่เราไม่ได้ใส่หน้ากากนั่งคุยกัน เพราะเราสำรวจแล้วว่าพูดคุยกันมีโอกาสติดน้อยมากและเราไมได้สัมผัสกัน

ข่าวปลอมเกิดจากการที่เราไม่มีคนกลางออกมาให้ข่าว ขณะที่คนต้องการหาข่าว จนไปอ่านเฟคนิวส์ และคนทำเฟคนิวส์ได้เงินจากยอดวิว

เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือ แต่เราต้องปรับตัวใช้กับการเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เราไม่เห็นด้วยที่เอกชนจะเป็นธงนำการสู้กับ COVID-19 เพราะเราเป็นบริษัทที่ทำเพื่อความอยู่รอด ต้องมีกำไร เราจะสนับสนุนอยู่ได้ไม่นาน เพราะฉะนั้นภาครัฐจะต้องเข้ามานำ

ชมคลิปเต็มได้ที่นี่ สู้ไวรัส ด้วย IT และ Big Data

สู้ไวรัส ด้วย IT และ Big Data

สู้ไวรัส ด้วย IT และ Big Dataครั้งที่ 4 ของการเสวนาโต๊ะกลม #BusinessTodayTalk วันนี้พบกับวิทยากรชั้นนำมากประสบการณ์ด้านไอที-เทคโนโลยี ที่จะแชร์ไอเดียดีๆ ในการสู้ไวรัสโควิด-19 ด้วย IT และ Big Data.ลองมาฟังกันว่าเวทีเสวนาวงนี้จะมี Big ไอเดียดีๆ อย่างไรเพื่อสะท้อนปัญหาและความเห็นไปยังฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง.ดำเนินรายการโดย ศุนันทวดี อุทาโย.ชมสดพร้อมกัน ‼️เวลา 10.00-12.00 น.Radio: FM 102 Mhz.Page Facebook Business Today Thai#businesstoday #businesstodaythai #news #businessnews #ข่าว #เสวนาโต๊ะกลมONAIR #COVID19 #BigData #IT

Posted by Business Today Thai on Sunday, 15 March 2020
Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News