HomeCOVID-19ชี้สถิติ 13 ปี ตลาดหุ้นไทยหลังโรคระบาดโตเฉลี่ย 19.8%

ชี้สถิติ 13 ปี ตลาดหุ้นไทยหลังโรคระบาดโตเฉลี่ย 19.8%

โควิด-19 ทำตลาดหุ้นดิ่งหนักทั่วโลก Jitta’ ย้ำ สัจธรรมตลาดหุ้น ระยะสั้นผันผวน ระยะยาวเติบโต พร้อมรวบรวมสถิติตลาดหุ้นไทยหลัง 9 โรคระบาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2546 โดย 1 เดือนหลังเกิดทุกโรคระบาด ตลาดหุ้นไทยบวกเฉลี่ยร้อยละ 1.92 และ 1 ปีหลังเกิดทุกโรคระบาด บวกมากถึงร้อยละ 19.80 ในขณะที่ โควิด-19 เกือบ 3 เดือน ตลาดหุ้นไทยติดลบไปแล้วร้อยละ 20.54 โดยหมวดบริการเฉพาะกิจ ฟื้นตัวกลับขึ้นมาสร้างผลตอบแทนภายใน 1 ปีหลังทุกโรคระบาดได้เฉลี่ยสูงที่สุด 

Jitta เปิดเผยข้อมูลสถิติการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยหลังโรคระบาดตั้งแต่โรคซาร์สในปี 2546 จนถึงไข้ซิกาในปี 2559 เห็นได้ว่า 9 โรคระบาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2546 โดยรวมแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบตลาดหุ้นไทยมากนัก 

โดย 1 เดือนหลังจากเกิดโรคระบาด Jitta พบว่า ตลาดหุ้นไทยบวกขึ้นมาเฉลี่ยร้อยละ 1.92 ในระยะ 3 เดือน บวกขึ้นมาเฉลี่ยร้อยละ 8.49 และ 1 ปีหลังเกิดโรคระบาด ตลาดบวกขึ้นมาถึงร้อยละ 19.80 ซึ่งดีกว่าการเติบโตของตลาดหุ้นไทยโดยเฉลี่ย เพราะผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นของตลาดหุ้นไทยใน 43 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2518 จนถึงปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 11.87 เท่านั้น ในขณะที่วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ หลังครบรอบ 1 เดือนตลาดติดลบร้อยละ 0.22

- Advertisement -

สำหรับหมวดธุรกิจที่ภูมิต้านทานดี ฟื้นตัวกลับขึ้นมาสร้างผลตอบแทนภายใน 1 ปีหลังทุกโรคระบาดเฉลี่ยสูงที่สุด สูงถึงร้อยละ 50.13 คือหมวดบริการเฉพาะกิจ ซึ่งครอบคลุมบริการเฉพาะด้านต่างๆ ที่ไม่ถูกจัดอยู่ในหมวดธุรกิจไหนเป็นพิเศษ เช่น บริการด้านการศึกษา ที่ปรึกษาทางธุรกิจ และผู้ให้บริการบำบัดของเสีย ส่วนหมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์เป็นหมวดที่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดที่อัตราร้อยละ 1.21

Jitta ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หมวดธุรกิจที่กำลังได้รับการกล่าวถึงในขณะนี้ อย่างหมวดธุรกิจการแพทย์ มีผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีหลังทุกโรคระบาดร้อยละ 32.28 ขนส่งและโลจิสติกส์ร้อยละ 31.44 พลังงานและสาธารณูปโภคร้อยละ 32.01 ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ร้อยละ 30.35 และเงินทุนและหลักทรัพย์ร้อยละ 21.89 นั้น เป็นกลุ่มที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีหลังทุกโรคระบาดเพิ่มขึ้นสูงอันดับต้นๆ และสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยหลังทุกโรคระบาดของ SET ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 19.80  

ส่วนหมวดท่องเที่ยวและสันทนาการ ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีหลังโรคระบาดอยู่ที่ร้อยละ 8.5 แม้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ SET ก็ยังเป็นบวกได้

ข้อมูลจาก Jitta ระบุอีกว่าเรายังเห็นรูปแบบในระยะสั้น 1 เดือนหลังโรคระบาด สัดส่วนหุ้นที่กำไรกับขาดทุนจะใกล้เคียงกันเกือบ 50-50 แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานขึ้น จำนวนหุ้นที่ขาดทุนก็ลดลง กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดทำกำไร ดึงให้ผลตอบแทนของตลาดเป็นบวกในระยะยาวนั่นเอง

โดย Jitta ได้ให้มุมมองเรื่องการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยว่า การเคลื่อนไหวหรือความผันผวนที่เกิดขึ้นนี้ เป็นไปตามสัจธรรมของตลาดหุ้น เป็นความจริงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันตาย ไม่ว่าจะโรคซาร์ส ไข้หวัดนก หรืออีโบลา ตลาดหุ้นระยะสั้นมักจะผันผวนมากกว่าในระยะยาวเสมอ เพียงแค่นักลงทุนเข้าใจ และยอมรับธรรมชาติของตลาดหุ้นตรงนี้ได้ ก็จะสามารถลงทุนได้อย่างมีความสุข สบายใจยิ่งขึ้น ที่สำคัญ นักลงทุนจะตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่า จะจัดการกับเงินอย่างไรเมื่อตลาดหุ้นตก

Jitta ยังได้ย้ำว่าผลตอบแทนที่แสดงให้ดูมาจากข้อมูลในอดีตที่ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ เพราะการแพร่ระบาดของ โควิด-19 นั้น ไม่เหมือนกับการแพร่ระบาดครั้งก่อนๆ แม้อัตราการเสียชีวิตจะต่ำกว่าโรคซาร์สและเมอร์ส แต่เชื้อไวรัสแพร่ระบาดได้ง่ายกว่า คนติดเชื้อเยอะกว่า ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกเป็นวงกว้าง อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าในอดีต วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือความผันผวนระยะสั้นแบบนี้ คือ โฟกัสที่การลงทุนระยะยาวในหุ้นดีราคาเหมาะสม กระจายความเสี่ยงในพอร์ตให้ดี และรักษาวินัยการลงทุน ไม่ตื่นตระหนกไปตามอารมณ์ขึ้นลงของตลาด

เมื่อคืนนี้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED ประกาศอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบธนาคาร พร้อมกับเพิ่มประเภทของหลักทรัพย์ในการซื้อพันธบัตรของเฟด 

ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB จัดการประชุมนโยบายการเงินมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% แต่ได้ประกาศเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีก 1.2 แสนล้านยูโรจนถึงสิ้นปีนี้เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องในระบบรองรับวิกฤต โควิด-19

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : ยังมีความหวัง?? สถิติบอกหลัง Circuit Breaker หุ้นไทย จะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 10.3%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News