HomeCOVID-19'เดอะมอลล์ กรุ๊ป' ออก 100 มาตรการเตรียมเปิดห้างฯ

‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’ ออก 100 มาตรการเตรียมเปิดห้างฯ

นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ เอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป และกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ธุรกิจค้าปลีกเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จนถึงปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกมีการชะลอตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาที่มีการระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19  โดยสหภาพยุโรปคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปใน ปี 2563 จะติดลบที่ 1.1% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.4% ในขณะที่ ยอดค้าปลีกใน สหรัฐอเมริกา และจีน ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา ลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 20-25%

ทั้งนี้ สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยจากข้อมูลของศูนย์ ECONOMIC INTELLIGENCE CENTER (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ว่า ตลาดค้าปลีก 2563 จะหดตัวราว 14% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่หายไปราว 5 แสนล้านบาท จากมูลค่าตลาดค้าปลีกปี 2562 ที่อยู่ที่ราว 3.5 ล้านล้านบาท  โดยมีผลกระทบจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัวลง, กำลังซื้อที่ลดลง และสต๊อกสินค้าที่ขาดแคลน อาทิ สินค้านำเข้าจากจีน และกำลังการผลิตที่หดตัวลง เป็นต้น

นอกจากเรื่องของผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว การระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปหรือที่เรียกว่า NEW NORMAL  ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักถึง  ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น, การใส่หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิเป็นเรื่องปกติ, การเว้นระยะห่างทางสังคม กลายเป็นเรื่องที่ต้องปฎิบัติทุกคน, รวมถึง Digital life ดิจิทัลจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตของคนทุกคน, ระบบการจ่ายเงินแบบ TOUCHLESS PAYMENT มีผลกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการบริหาร ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในยุคใหม่ ต้องมองความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยของ ศูนย์การค้า ร้านค้า ผู้บริโภคและพนักงานเป็นอันดับแรกจึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้

- Advertisement -

ในส่วนศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ จากการปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเราได้รับผลกระทบมากพอสมควรในหลายๆด้าน อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีการให้บริการอยู่ ในบาง SEGMENT ที่สามารถเปิดบริการได้ โดยเฉพาะในส่วนของซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ยังมียอดขายอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ เดอะมอลล์ ยังได้ให้การสนับสนุนนโยบายภาครัฐในเพื่อลดกระแพร่กระจายของโรค โดยมีการจัดมาตราการ ป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าของเดอะมอลล์ กรุ๊ป อย่างเข้มข้นสูงสุด มีการจัดการภายในองค์กร โดยจัดระเบียบการทำงานให้มีระยะห่างทางสังคม เช่น การจัดโต๊ะทำงาน เป็นต้น รวมถึงการจัดสรรการทำงาน โดยส่วนใหญ่ ให้พนักงาน WORK FROM HOME ประชุมทางออนไลน์  โดยพนักงานที่เข้าปฎิบัติงาน จะเป็นพนักงานที่มีความจำเป็น และสลับสับเปลี่ยน วัน เวลา การทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยง การมีคนหมู่มากในที่ทำงาน เพื่อรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องยอมรับว่าได้เกิด “NEW NORMAL” หรือ ชีวิตวิถีใหม่ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยในการ เปิดห้าง ซึ่งนับเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องให้ความสำคัญเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและเพื่อให้เราสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งจะยังส่งผลให้สังคมและเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เดอะมอลล์ เองได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้เร่งเดินหน้าคิดค้นและพัฒนามาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับ NEW NORMAL ที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด เราจึงได้เตรียมความพร้อมแบบรัดกุมและรอบด้านเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาครัฐว่าห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา มีความสะอาดและปลอดภัยด้วยมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุกขั้นสูงสุด แบบครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก 34 มาตรการย่อย สำหรับลูกค้า และ 6 มาตรการเสริม 66 มาตรการย่อย สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ รวม 100 มาตรการ โดยกลยุทธ์หลักที่เราทุ่มเทและให้ความสำคัญคือมาตรการสร้าง TMG TOUCHLESS SOCIETY หรือสังคมไร้สัมผัส ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย ของ TOUCHLESS RETAIL โดยเราพร้อมดูแลความปลอดภัย ให้ลูกค้าได้มั่นใจ ไร้การสัมผัสตลอดการช้อปปิ้ง ด้วยมาตรการที่เข้มข้นตั้งแต่เข้าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ได้แก่

  • TOUCHLESS FACILITIES หรือบริการไร้การสัมผัส โดยเดอะมอลล์ พร้อมให้บริการ
    เพื่ออำนวยความสะดวกด้วยมิติใหม่ของบริการแบบไร้การสัมผัส อาทิ TOUCHLESS PARKING การสแกนเพื่อจอดรถผ่านแอพลิเคชั่นแบบไม่ต้องรับบัตร, WORRY-FREE
    WAITING AREAในห้างสรรพสินค้า, บริการกดลิฟท์ทุกตัวให้กับลูกค้าโดยลูกค้าไม่ต้องสัมผัสลิฟท์เอง, จัดพนักงานบริการเปิด – ปิดประตูศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ฯลฯ
  • บริการช้อปปิ้งแบบไร้เงินสด หรือ TOUCHLESS PAYMENT การสัมผัสธนบัตรเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่อาจมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิด โอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ โดยองค์การอนามัยโลกได้ออกประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการหยิบจับสัมผัสธนบัตรและเหรียญเพื่อใช้ซื้อสินค้าและบริการ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เนื่องจากธนบัตรและเหรียญถูกเปลี่ยนมือไปอย่างรวดเร็ว และอาจมีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียติดอยู่เป็นเวลานาน และในช่วงนี้ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงมีการรณรงค์ให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายแบบออนไลน์แทน TOUCHLESS PAYMENT จึงเป็น ระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัส เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในสภาวะที่ผู้คนนั้นมีความระมัดระวังมากขึ้นในการสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ  โดยการชำระเงินแบบไร้สัมผัสนี้จะใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายในพิกัดสั้นเพื่อทำการชำระเงินอย่างปลอดภัย ผ่านหลายช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ 1.จ่ายผ่าน APPLICATION ของธนาคาร ผ่าน PROMPTPAY หรือ QR-CODE, 2.จ่ายผ่าน TAP & GO ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกจ่ายผ่าน TAP & GO ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต รวมถึงมือถือบางแบรนด์ เช่น SAMSUNG มีบริการ SAMSUNG PAY, 3.บริการ E-WALLET หรือกระเป๋าเงินออนไลน์, 4.RABBIT LINE PAY โดยลูกค้าสามารถเติมเงิน (TOP UP) เข้ากระเป๋า E-WALLET ได้ด้วยวิธีการต่างๆ จากบัญชีธนาคาร เงินสด รวมทั้งบัตรเครดิต/เดบิตต่างๆที่ผูกบริการไว้ และ 5.บริการชำระผ่าน APPLICATION รองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน สามารถรับชำระเงิน ผ่าน ALIPAY , WECHAT PAY ,  UNIONPAY APPLICATION

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับมาตรการคัดกรองเข้มงวด (INTENSIVE SCREENING)  โดยการลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ลูกค้าทุกคนจะมีการ (CHECK IN-OUT) เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยทุกคนที่จะเข้าห้างฯ และ ศูนย์ฯ ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทั้งหมด ต้องลงทะเบียนและให้ข้อมูลส่วนตัวซึ่งเปรียบเสมือนประตูด่านแรกที่สำคัญในการคัดกรองในเบื้องต้นและสามารถติดตามได้ในกรณีที่มีความจำเป็น โดยลูกค้าผู้ลงทะเบียนมีทางเลือก 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.ผ่านแอปพลิเคชัน M CARD, 2.ผ่าน QR CODE หรือ LINE @THE MALL GROUP, 3.ลงทะเบียน ยื่นบัตรประชาชน พร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็นกับเจ้าหน้าที่

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยด้านอื่นๆ ด้วย ได้แก่

  • มาตรการลดความแออัด คือ ขั้นตอนการจัดการและจัดระเบียบพื้นที่ทั้งในห้างฯ, ศูนย์ฯ และร้านค้าทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด มีการเว้นระยะห่างทางสังคมในทุกพื้นที่ รวมถึง จัดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ หรือสตรีมีครรภ์ ให้ได้รับความสะดวกสบายและลดความเสี่ยงมากที่สุด
  • มาตรการสุขอนามัยเชิงรุก ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสุขอนามัยเชิงรุกในระดับสูงสุด โดยได้คิดค้นและพัฒนามาตรการแบบบูรณาการครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และทุกภาคส่วนอย่างดีที่สุด ประกอบด้วย 15 มาตรการย่อย โดยมาตรการที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ทุ่มเทดำเนินการเป็นพิเศษ คือ การจัดให้มีระบบถ่ายเทอากาศภายในอาคารมากกว่า 10 เท่าต่อชั่วโมง (10 ACH) และทำการอบฆ่าเชื้อระบบปรับอากาศส่วนกลางเป็นประจำทุกคืนด้วยรังสี UV ซึ่งนับเป็นมาตรการความปลอดภัยที่เข้มข้นไปอีกขั้นที่จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคและถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี
  • มาตรการเฝ้าระวังติดตาม รัดกุมยิ่งขึ้นด้วยขั้นตอนการเฝ้าระวังและติดตาม คือ พนักงานทุกคน รวมถึง พนักงานร้านค้า และพนักงานคู่ค้า ต้องมีบันทึกข้อมูลประวัติสุขภาพ รวมถึง ลูกค้าและผู้เข้ามาใช้บริการทุกคน ต้องลงทะเบียนและให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนเข้าห้างฯ และ ศูนย์ฯ ทุกครั้ง เพื่อจะสามารถ มีข้อมูลและติดตามได้ในกรณีที่มีความจำเป็น

นายณัฐพงศ์ กิจนิจชีวะ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า มาตรการและการเตรียมความพร้อมของห้างสรรพสินค้า ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป และการเตรียมความพร้อมก่อน เปิดห้าง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดอย่างแท้จริง โดยได้ออกมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุมมากที่สุดแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมาตรการที่ทางห้างสรรพสินค้าจัดเตรียมไว้ ได้แก่

1. STAFF POLICY มาตรการสำหรับพนักงานขาย PC/BA

  • พนักงาน PC/BA ทุกคน ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ก่อนกลับมาปฏิบัติงาน
  • พนักงาน PC/BA ทุกแบรนด์ สวมใส่หน้ากากอนามัย และ FACE SHIELD ขณะปฏิบัติงาน
  • พนักงาน PC/BA ทุกแบรนด์ สวมถุงมือผ้า, ถุงมือยางสีขาว ตามความเหมาะสมของประเภท  สินค้าทุกครั้งที่ให้บริการลูกค้า
  • พนักงาน PC/BA ทุกแบรนด์ ต้องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย 2 ครั้งต่อวัน

2. COUNTER BRAND & SHOP มาตรการสำหรับ COUNTER BRAND และ SHOP

– พนักงาน PC/BA ทำความสะอาดเคาน์เตอร์, ห้องลอง, ลูกบิด, มือจับ, ราวแขวนผ้า, เก้าอี้, ตะกร้าช้อปปิ้งและอุปกรณ์ในการบริการต่างๆ ด้วยน้ำยาแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ทุก 30 นาที และทุกครั้งหลังจากลูกค้าเข้าลองสินค้า

– SOCIAL DISTANCING กำหนดระยะห่างในการบริการลูกค้าอย่างน้อย 1.0-1.5 เมตร ในการให้บริการ โดยห้างฯจะจัดเตรียมสื่อเพื่อบอกระยะในจุดให้บริการต่างๆทั่วห้าง

  • แผนก BEAUTY HALL จำกัดจำนวนให้บริการลูกค้าไม่เกิน 2 ท่าน/เคาน์เตอร์
  • แผนก FASHION จำกัด 1 ท่าน/ราวเสื้อผ้า
  • งดกิจกรรม WORKSHOP หรือหากจำเป็นให้จัดที่นั่งห่างกันอย่างน้อย 1.0-1.5 เมตร
  • สินค้าอาหาร, เครื่องดื่ม งดให้บริการทดลอง และชิมสินค้าทุกประเภท

3.  PRODUCT CLEANING BEFORE & AFTER TESTING มาตรการสำหรับการดูแลความสะอาดสินค้า

  • พนักงาน PC/BA ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อสินค้า อุปกรณ์ และสินค้าทดลอง ทั้งก่อนและหลังที่ลูกค้าสัมผัสสินค้าทุกครั้ง STEAMING IRON สินค้าประเภทเสื้อผ้า เมื่อลูกค้าลองสวมตัวโชว์แล้ว พนักงานจะต้องนำเสื้อที่ลูกค้าทดลองแล้วมารีดอบไอน้ำอีกครั้ง เพื่อใช้ความร้อนฆ่าเชื้อโรคเบื้องต้น
  • UV-C STERILIZING CHAMBER นำสินค้าที่ลูกค้าลองสวมแล้วไปผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C STERILIZING ในห้องที่ทางห้างฯจัดเตรียมไว้ ซึ่งลูกค้ามั่นใจได้ในความปลอดภัยสูงของห้อง UV-C STERILIZING CHAMBER ไม่ต้องกังวลว่าลูกค้าจะโดนแสง UV-C               เพราะติดตั้ง motion censor ภายในห้องและมี limit switch ที่ประตูห้องเพื่อจับความเคลื่อนไหว หากมีการเคลื่อนไหวในห้อง วงจรไฟ UV-C จะถูกตัดทันที
  • ALCOHOL SPRAY & WIPE พนักงานขายเช็ดทำความสะอาด แล้วฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากลูกค้าทดลองสินค้าทุกครั้ง ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ไม่สามารถนำไปอบ UV-C ได้ เช่น LINGERIE, WATCH, BETREND, LIVING, POWER MALL เป็นต้น
  • การทดลองสินค้าที่มีการสัมผัสกับผิวโดยตรง พนักงานจะต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้ลูกค้าสวมก่อนทำการทดลองสินค้า และเมื่อลูกค้าลองเสร็จต้องเปลี่ยนทิ้งทุกครั้ง เช่น ถุงเท้า,  ถุงมือพลาสติก ยกเว้นอุปกรณ์ป้องกันบางชนิดที่ทางแบรนด์ต้องเตรียมมาเอง ผ้าคลุมหน้าบริการลูกค้าที่ลองเสื้อผ้า, กระดาษบางรองหมวก, คลุมผ้าสปันบอนด์บนสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์, เตียง, หมอน, เก้าอี้ แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • ภายในเคาน์เตอร์แบรนด์ มีแอลกอฮอล์เจล และแบบสเปรย์น้ำ โดยพนักงานจะต้องพกสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัวเพื่อฉีดให้ลูกค้าทุกครั้งก่อนให้บริการลูกค้า

4. SERVICES มาตรการสำหรับงานบริการ

  • WORRY-FREE WAITING AREA พนักงานขายช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าโดยไปชำระเงินและนำสินค้ามาให้ลูกค้าที่จุดนั่งรอรับบริการ WORRY-FREE WAITING AREA ที่ห้างฯ จัดเตรียมไว้ให้ทุกชั้น
  • งดบริการแต่งหน้านวดหน้า หากจำเป็นต้องให้บริการแต่งหน้าจะต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือจัดคิวเพื่อคุมปริมาณลูกค้าโดยให้บริการได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง งดสนทนาขณะให้บริการและต้องใช้อุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งพร้อมทำความสะอาดมือต่อหน้าลูกค้าและสวมถุงมือผ้าก่อนให้บริการทุกครั้ง
  • งดกิจกรรมในแผนกเด็กทั้งหมด เช่น โต๊ะบริการของเล่น, อุปกรณ์เสริมทักษะทุกประเภท, การทดลองสินค้า เป็นต้น กำหนดระยะห่างของเครื่องเล่นหยอดเหรียญไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร

“เพื่อความปลอดภัยแบบครอบคลุมทุกมิติในการ เปิดห้าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้เพิ่ม 6 มาตรการเสริม 66 มาตรการย่อย สำหรับ 5 กลุ่มธุรกิจ สำหรับร้านค้าและพนักงานในศูนย์การค้า ได้แก่ มาตรการสำหรับร้านค้าทุกประเภทและพนักงานทุกคนภายในศูนย์การค้า, มาตรการสำหรับร้านอาหาร, คลินิก, ร้านตัดผม, ร้านแฟชั่น, ร้านไลฟ์สไตล์ และธนาคาร เพื่อความมั่นใจของลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชง ศบค. ชี้ขาดเปิดห้างฯ-มาตรการผ่อนคลายระยะ 2 วันที่ 15 พ.ค. นี้

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News