HomeCOVID-19ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 33 ราย เสียชีวิต 3

ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 33 ราย เสียชีวิต 3

ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 33 ราย รวมสะสม 2,551 ราย และ เสียชีวิต 3 ราย รวม 38 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศ พบผู้ป่วยใหม่ 33 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 2,551 ราย ใน 68 จังหวัด กลับบ้านได้แล้ว 1,218 ราย เป็นข่าวดีสำหรับเทศกาลปีใหม่ไทยที่จะได้เห็นตัวเลขค่อย ๆ ลดลง โดยผู้ป่วยรายใหม่กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ กลุ่มอายุที่มากที่สุดคือ 30-39 ปี

ยอดติดเชื้อโควิด

- Advertisement -

สำหรับผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ดังนี้

รายที่ 36 เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 74 ปี มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง มีประวัติไปสถานที่ชุมนุมชน ตลาดนัด รวมทั้งบุคคลในบ้านมีการรวมกลุ่มกัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยตั้งแต่ 1 เมษายน 63 ด้วยอาการไข้ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันที่ 7 เมษายน 63 ด้วยอาการไข้สูง 39.4 องศา ปวดเสียดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเนื่องจากมีเลือดออกในกระเพาะอาหารส่วนต้น  ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 วันที่ 8 เมษายน 63 ต่อมามีอาการแย่ลงและเสียชีวิต 11 เมษายน 63

รายที่ 37 เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ 65 ปี มีโรคอ้วนและไขมันในเลือดสูง ระหว่างวันที่ 20-26 มีนาคม 63 เดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดชุมพร 27-31 มีนาคม 63 เริ่มมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย เพลีย เมื่อ 2 เมษายน 63 มีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น ระดับความรู้สึกตัวลดลง แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งตรวจเชื้อโควิด-19 ผลตรวจออกมายืนยันการติดเชื้อ แล้วอาการแย่ลงเรื่อย ๆ เสียชีวิต 11 เมษายน 63

รายที่ 38 เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 44 ปี ตั้งแต่ 28 มีนาคม 63 ผู้ป่วยมีอาการหนักตั้งแต่แรก ทำการรักษาโดยใช้ยาหลายขนาน แต่ปรากฏว่าอวัยวะล้มเหลวหลายส่วนหลายระบบ ต้องล้างไตหลายครั้ง อาการไม่ดีขึ้น เสียชีวิตเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้  ขอแสดงความเสียใจกับญาติของทั้ง 3 ครอบครัวนี้ด้วย

โฆษก ศบค. กล่าวถึงการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง 33 รายว่า กลุ่มแรก ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ แบ่งเป็นผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 15 ราย เชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 7 ราย สถานบันเทิง 2 ราย กลุ่มที่ไม่เกี่ยวกับกลุ่มอื่น ๆ เลย

กลุ่มที่มีจำนวนมากคือกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าใน 7 รายนี้เชื่อมโยงกับทั้งการดูแลรักษาผู้ป่วยและการใช้ชีวิตประจำวัน มีการสัมผัสกับคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งจะได้หาวิธีการป้องกันกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคต  และกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องรอการสอบสวนโรคอีก 4 ราย และกลุ่มที่สอง คือ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine แล้ว  2 คน จึงกังวลกับคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

ตัวเลขการกระจายตัวของเคสผู้ป่วยยืนยันสะสมในแต่ละจังหวัด ดังนี้ กรุงเทพฯ 1,294 ราย ภูเก็ต 176 ราย นนทบุรี 148 ราย สมุทรปราการ 106 ราย ยะลา 82 ราย มี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีการรายงานผู้ป่วย ด้านอัตราการป่วยต่อประชากรแสนคน จังหวัดภูเก็ตยังเป็นอันดับ 1 คือ 42.57 รองลงมาคือกรุงเทพฯ ยะลา นนทบุรี ปัตตานี

จังหวัดที่เป็น State Quarantine จำเป็นที่จะต้องได้รับตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นด้วยในเชิงสถิติเพื่อป้องกันและรักษา ซึ่ง โฆษก ศบค. มีหน้าที่นำชุดข้อมูลเหล่านี้มารายงานต่อพี่น้องประชาชนที่จังหวัดนั้น ๆ ให้ได้ระมัดระวังตัว  พร้อมขอขอบคุณประชาชนที่มีความเข้าใจ และช่วยกันทำให้มีสถานที่ที่จะเป็น State Quarantine มากขึ้น เพราะยังมีพี่น้องประชาชนที่รอกลับมาจากต่างประเทศจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นคน

กรุงเทพฯยังพบผู้ป่วยรายใหม่มากสุด

ด้านจังหวัดที่รับรักษาผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 33 ราย พบว่า มาจากกรุงเทพฯ 14 ราย ยะลา 5 ราย ภูเก็ต 4 ราย ปัตตานี 3 ราย นราธิวาส สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย เลย ชลบุรี นครศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 ราย เมื่อดูแผนภูมิจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ เปรียบเทียบพื้นที่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และต่างจังหวัด พบว่าลดลงในภาพรวม

ทั้งนี้ ในกลุ่มที่มาจากอินโดนีเซียและเข้า State Quarantine แล้ว พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 รายในวันนี้ รวมจำนวนผู้ติดเชื้อกลุ่มที่มาจากอินโดนีเซียและเข้า State Quarantine แล้ว เป็น 49 ราย และผู้ติดเชื้อที่มาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย

เมื่อดูแผนภูมิจำนวนผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มอายุ 20-29 ปี  30-39 ปี รวมถึง 40-49 ปี หากกลับไปภูมิลำเนา ต้องขอให้อยู่ห่างจากผู้สูงอายุอย่างน้อย 2 เมตรทุกวันในช่วงเวลาสงกรานต์ 7 วันอันตราย ให้กราบไหว้ในระยะ 2 เมตร ไม่มีการรดน้ำอวยพรเด็ดขาด

โฆษก ศบค. ยังกล่าวถึงจำนวนผู้ป่วยยืนยันตามปัจจัยเสี่ยงจำแนกรายสัปดาห์ ว่า ภาพรวมหลังจากสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 15 เมื่อวานนี้ เป็นตัวเลขที่ดีเยี่ยมมาก ๆ อยู่ที่ 383 นี่คือการทำงานร่วมกันทำให้ตัวเลขกดลงมาได้ แต่ขอย้ำว่า อย่างไรก็ตาม ต้องไม่การ์ดตก

สถานการณ์ระบาดในต่างประเทศยังหนัก

สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ของโลก พบผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 1,780,000 กว่าคน อาการหนัก 50,000 ราย หายแล้ว 400,000 กว่าราย เสียชีวิต 108,000 กว่าคน โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดอันดับ 1 คือสหรัฐอเมริกา 500,000 กว่าราย และเสียชีวิตมากที่สุด 20,577 ราย รวมทั้งสเปน อิตาลี และฝรั่งเศส ก็มีการเสียชีวิตเป็นหลักหมื่นทั้งสิ้น

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ อันดับ 47 ของโลก อย่างไรก็ตามต้องไม่ประมาท เนื่องจากตัวเลขของประเทศที่อยู่ใกล้กับไทย เช่น มาเลเซีย มีผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 184 ราย ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 233 ราย สิงคโปร์ 191 ราย และอินโดนีเซีย 330 ราย โดยมีตัวเลขผู้เสียชีวิตในอาเซียน สิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 8 ราย อินโดนีเซีย 327 ราย ฟิลิปปินส์ 247 ราย มาเลเซีย 73 ราย

ขณะนี้ทิศทางจึงยังไม่แน่นอน จึงเห็นได้ว่าผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาประเทศไทยด้วย จึงต้องมีมาตรการ State Quarantine เกิดขึ้น รวมทั้งประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐให้ถึง 90%

ทั้งนี้ ประเทศอินเดียและญี่ปุ่น พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งประชากรของทั้งสองประเทศนี้ก็มีจำนวนมากและมีการติดต่อพึ่งพาทางเศรษฐกิจและการเดินทางคมนาคมกับไทย

สำหรับภาพรวมตัวเลขผู้ป่วยสะสมในอาเซียนขณะนี้ ประเทศเกาหลีใต้ มีทิศทางเส้นกราฟเริ่มนิ่ง ซึ่งไทยก็มีแนวโน้มจะเป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกันกับเกาหลีใต้  แม้ไทยจะควบคุมการแพร่ระบาดผู้ติดเชื้อภายในประเทศได้ แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศต่าง ๆ รอบประเทศไทยยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น จึงต้องเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการเข้มงวดต่อไป

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News