Home COVID-19 อินเดีย อนุมัติ วัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซเนก้าแล้ว

อินเดีย อนุมัติ วัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซเนก้าแล้ว

อินเดียอนุมัติ วัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดร่วมกับบริษัทแอสตร้าเซเนก้า ปูทางไปสู่การเริ่มฉีดวัคซีนในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

วัคซีนดังกล่าวนับเป็นวัคซีนโควิด-19 ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นการฉุกเฉินในอินเดีย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ ที่จำนวนมากกว่า 10 ล้านคน โดยเมื่อวานนี้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม 19,078 คน

รัฐมนตรีข่าวสารอินเดีย เปิดเผยว่า มีวัคซีนอีกอย่างน้อย 3 ตัวที่กำลังรอการอนุมัติ หลังจากอนุมัติ ‘Covishield’ ซึ่งผลิตโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย อันเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดในโลก และได้ร่วมมือกับบริษัทแอสตร้าเซเนก้า ในการผลิตวัคซีน

- Advertisement -

รายงานข่าวระบุว่า สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียผลิตวัคซีน Covishield แล้วประมาณ 50 ล้านโดส และมีแผนเพิ่มกำลังผลิตเป็นเดือนละ 100 ล้านโดสภายในเดือนมี.ค.

อินเดียหวังจะฉีดวัคซีนให้ได้ 300 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 1,350 ล้านคน ในช่วง 6-8 เดือนแรกของปีนี้ เริ่มจากกลุ่มเสี่ยงที่มีจำนวน 30 ล้านคน ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ส่วนอีก 270 ล้านคนคนคือกลุ่มเปราะบาง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย โดยเมื่อวานนี้ได้มีการทดสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในทุกรัฐ ก่อนเริ่มฉีดจริง

อ่าน : จีน อนุมัติ วัคซีนโควิด ”ซิโนฟาร์ม” ผู้พัฒนาเคลมประสิทธิภาพ 79.34%

ในบรรดาวัคซีนที่กำลังรอการอนุมัติ รวมถึง Covaxin ที่พัฒนาโดยบริษัท Bharat Biotech ร่วมกับสภาวิจัยทางการแพทย์ของอินเดีย ส่วนบริษัทไฟเซอร์ อินเดียก็กำลังขออนุมัติใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉิน ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ร่วมกับไบออนเทค

ทั้งนี้ สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียเป็นธุรกิจในครอบครัวที่เริ่มต้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เพื่อผลิตวัคซีนในราคาย่อมเยาแก่คนทั่วไป ทางสถาบันตั้งเป้าผลิตวัคซีนโควิด-19 ไม่เพียงสำหรับอินเดียเท่านั้น แต่ยังหวังผลิตป้อนประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

อ่าน : อังกฤษอนุมัติ วัคซีนโควิด ตัวที่ 2 ของแอสตร้าเซเนก้า หลังยอดติดเชื้อพุ่ง 5 หมื่น

แผนการของอินเดีย ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก คือฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรจำนวนมาก เพื่อให้การระบาดบรรเทาลง โดยหลังจากฉีดวัคซีนเฟสแรกจำนวน 300 ล้านคนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถประเมินได้ดีขึ้นว่าไวรัสยังเป็นภัยคุกคามแค่ไหน แล้วจึงตัดสินใจว่าจะต้องฉีดวัคซีนให้คนอีกจำนวนเท่าไร

ผู้อำนวยการสภาวิจัยทางการแพทย์อินเดีย ระบุว่า การระบาดกำลังดำเนินอยู่และสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การรับมือจึงต้องคอยปรับให้เข้ากัน รวมถึงในกรณีของการตัดสินใจว่าควรฉีดวัคซีนให้คนจำนวนเท่าไรและดำเนินการในเวลารวดเร็วแค่ไหน มีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงไปอีก แต่เชื่อว่าประชากร 60-70% ต้องได้รับวัคซีน

 

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News