HomeEditor's Pick“ทุนนิยมแบบไม่มีข้อจำกัด” บทเรียน WeWork-Juul

“ทุนนิยมแบบไม่มีข้อจำกัด” บทเรียน WeWork-Juul

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซีอีโอของสตาร์ทอัพสุดร้อนแรงแห่งสหรัฐ มีอันต้องลาออกทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น We Co. ซึ่งเป็นบริษัทจากนิวยอร์กที่ให้เช่าพื้นที่ทำงาน และ Juul Labs Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า

ทั้ง We Co. และ Juul Labs Inc. เป็นสตาร์ทอัพที่มุ่งมั่นจะมา disrupt อุตสาหกรรมในปัจจุบันและมีการเติบโตที่ร้อนแรง

แต่ Kevin Burns ซีอีโอของ Juul ก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อผู้ดูแลกฎระเบียบของสหรัฐ มีแผนดึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ออกจากตลาด เพราะวิตกที่วัยรุ่นใช้กันมากขึ้น

ส่วน  Adam Neumann ผู้ร่วมก่อตั้ง WeWork ลาออกจากตำแหน่งซีอีโอบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว หลังจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการบริหารของเขา และการขาดทุนที่พอกพูนขึ้น จนกระทบต่อแผนการนำหุ้นออกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

- Advertisement -

ที่ผ่านมา บรรดาสตาร์ทอัพ รวมถึง Uber Technologies สามารถระดมทุนได้หลายพันล้านดอลลาร์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน การสูบบุหรี่ และการเดินทางไปไหนมาไหน

สตาร์ทอัพเหล่านี้พยายามรุกเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งตลาดภายในเวลาอันรวดเร็ว และแสดงให้บรรดานักลงทุนเห็นว่าสามารถครองตลาด niche ที่พวกเขาสร้างขึ้นมา ท่ามกลางการแข่งขันจากบรรดาคู่แข่งทุนหนาซึ่งมีไอเดียคล้ายๆ กัน แต่ระหว่างทาง สตาร์ทอัพบางแห่งก็เจอเข้ากับผู้ดูแลกฎระเบียบ และสร้างความประหลาดใจให้แก่นักลงทุนด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ก่อให้เกิดคำถาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนว่าสูตรของการ “ลงมือทำอย่างรวดเร็วและตะลุยไปข้างหน้าอย่างเดียว” น่าจะไม่ใช่สูตรที่นำไปสู่ความสำเร็จระยะยาวอย่างที่เคยคิดกัน

เงินทุนที่หลั่งไหลเข้ามา ช่วยหนุนนำแนวคิดของ “การลงมือทำอย่างรวดเร็วและตะลุยไปข้างหน้า”  หลังจากมูลค่าของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ๆ ทะยานลิ่ว ทำให้นักลงทุนหอบเงินไปลงทุนในย่านซิลิคอนวัลเลย์กันขนานใหญ่

อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ประกอบกับความสำเร็จของสตาร์ทอัพรุ่นบุกเบิกอย่างเฟซบุ๊คและแอมะซอน ทำให้เงินทุนหลั่งไหลเข้าหาสตาร์ทอัพทั้งหลายแหล่มากเป็นประวัติการณ์ถึง 137,000 ล้านดอลลาร์ (กว่า 4 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ก็คาดว่าจะไม่น้อยหน้ากัน

ในกรณีของ Juul นั้นระดมทุนไปได้กว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่จากนักลงทุนภายนอกซิลิคอนวัลเลย์ บริษัทไม่ใช่รายแรกที่เข้าตลาดบุหรี่ไฟฟ้า แต่หวังไกลว่าจะครองอุตสาหกรรม ด้วยการออกรสหวานและผลไม้ ทั้งยังทำการตลาดว่าเป็นแบรนด์ที่ “คูล”

ขณะที่การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ We Co. และรูปแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่น ช่วยให้บริษัทยืนอยู่ได้เหนือบรรดาคู่แข่ง และ WeWork ก็กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุด ด้วยมูลค่า 47,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1 ล้านล้านบาท โดย Neumann นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเซลส์แมนผู้ชาญฉลาด เพราะสามารถโน้มน้าวนักลงทุนให้เชื่อมั่นว่าเขากำลังปั้นบริษัทเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนโลกและเปลี่ยนนิยามการทำงานของผู้คน ทั้งที่ We Co. ขาดทุนหนัก แถมการบริหารของเขายังก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ “ผลประโยชน์ทับซ้อน”

นักวิชาการมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ชี้ว่า Juul กับ We เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการมีพฤติกรรม”สุด” เกินไป พร้อมเสริมว่าเมื่อมีเงินทุนไหลทะลักเข้ามามากๆ คนที่ถือเงินหรือได้เงิน จะตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง และนี่เป็นผลลัพธ์ของทุนนิยมแบบไม่มีข้อจำกัด

อย่างไรก็ตาม WeWork พยายามแก้ปัญหาและตัดสินใจแต่งตั้งซีอีโอ 2 คนใหม่ หลังจากบอร์ดกดดันให้ Neumann ก้าวลงจากตำแหน่ง อันเป็นการเคลื่อนไหวที่มุ่งสร้างความน่าเชื่อถือและหวังที่จะสานต่อ เพราะดึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกับลูกหม้อที่ทำงานกับบริษัทมานาน

Sebastian Gunningham กับ  Artie Minson ได้เข้ามาเป็นซีอีโอแทน Neumann ซึ่งยังทำหน้าที่ประธาน แต่ไม่มีบทบาทด้านการบริหาร โดย Gunningham เข้าร่วมงานกับ WeWork เมื่อปีที่แล้วหลังจากเคยฝากผลงานไว้กับ  Amazon และ Oracle Corp ส่วน Minson ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายการเงินของ WeWork มานาน

          

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News