Home COVID-19 TakeMeTour แตกไลน์ธุรกิจ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

TakeMeTour แตกไลน์ธุรกิจ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

TakeMeTour แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจได้รับผลกระทบค่อนข้างตรงและเร็วจากวิกฤติโควิด-19 หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้เกินทางเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อให้อยู่รอดได้ในสถานการณ์นี้

-Skooldio โตสวนวิกฤติโควิด-19 เหตุ EdTech สร้าง New Normal การเรียนรู้
-Credit OK ปรับแผน/เป้าหมาย ระวังหนี้เสีย รักษาสมดุลความเสี่ยง ก่อนไปต่อหลังโควิด-19

อมรเชษฐ์ จินดาอภิรักษ์ CEO & Co-Founder, TakeMeTour กล่าวกับ Business Today ว่า ผลกระทบรอบแรกเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียในเดือนมกราคม ก่อนจะตามมาด้วยนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาในเดือนกุมภาพันธ์

“ยอดการจองดิ่งเหวจากช่วงไฮซีซั่นที่มีเป็น 100,000 ราย จนกลายเป็นศูนย์อย่างรวดเร็ว และอีกกลุ่มเข้ามาขอยกเลิก เราต้องเข้าไปจัดการคืนเงิน”

- Advertisement -

บริษัทเริ่มแก้ปัญหาที่การลดค่าใช้จ่ายในหลาย ๆ ทาง ทั้งโครงเสร้างพื้นฐานและการโฆษณา รวมถึงขอลดเงินเดือนพนักงานบางส่วน

“เราคิดวิธีหารายได้เพิ่มพยายามให้ทุกคนช่วยกันคิดจากสิ่งที่บริษัทมีอยู่ ว่าจะสามารถนำไปหารายได้อย่างไร”

ปรับธุรกิจเพื่อให้อยู่รอด

TakeMeTour เริ่มต้นขายคูปอง (Voucher) ลดครึ่งราคา เช่น ซื้อเครดิตไป 100 เหรียญแต่จ่ายแค่ 50 เหรียญ และเก็บเครดิตได้ถึงสิ้นปีหน้า สามารถจะกลับมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ หลังจากเปิดมาก็มีลูกค้าซื้อเข้ามาบ้างแต่ เข้าใจว่าคนอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมที่จะจ่ายกับสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่

หลังจากนั้นจึงกลับมาคุยกับทีมอีกทีว่าสิ่งที่บริษัททำได้ดีคือเรื่องเทคโนโลยี บริษัทมีทีมงานที่แข็งแรงและสามารถสร้าง Marketplace ได้ครอบคลุมหลากหลาย เริ่มต้นจากเป็นคนพัฒนาระบบเหมือนเป็น Software House คือทำตามที่ลูกค้าต้องการ

แต่เมื่อเริ่มรับงานก็รู้สึกว่าบริษัททำได้มากกว่านี้ จึงเปลี่ยนมาเป็น Solution Provider คือ เข้ามาสนับสนุน ให้คำปรึกษา ธุรกิจที่ต้องการทำ Marketplace จับผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน และยังช่วยลูกค้าเรื่อง Time to market ได้

“การเป็น Solution Provider ทำให้ทีมงานเราทำงานได้ดีขึ้นจากการทำงานตามที่ลูกค้าต้องการ ขณะที่ลูกค้าก็ได้มืออาชีพเข้ามาให้คำปรึกษา”

อีกส่วนหนึ่งเรายังช่วย local expert ที่อยู่ในระบบของเราและได้ผลกระทบจากการที่ไม่มีคนเข้ามาเที่ยวโดย เปิดพื้นที่ให้นำสินค้าเข้ามาขาย ซึ่งบางคนมีสินค้าทางการเกษตรที่ขายในช่องทางของตัวเองอยู่แล้วแต่ก็สามารถมาขายในช่องทางของเราได้อีกด้วย

Take Me Tour แตกไลน์ธุรกิจ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

Easy PDPA ตอบโจทย์กระแสปัจจุบัน

อมรเชษฐ์ กล่าวว่า Easy PDPA เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ทำขึ้นมา เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังไม่ได้เตรียมตัว ขณะที่เจ้าของธุรกิจก็ยังไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร

ซึ่งธุรกิจเราได้ปรับตัวมาตั้วมาตั้งแต่สหภาพยุโรป (EU) บังคับใช้ฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป (GDPR) เมื่อ 2 ปีก่อน เพราะ TakeMeTour มีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามา มีการศึกษากฎหมายของยุโรป ขณะที่ของไทยมีความคล้ายคลึงแต่ไม่เหมือนกัน

ไอเดีย คือ นำเทมเพลตที่ศึกษามากระจายให้กับคนอื่นได้ใช้ด้วย เพราะเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีการเก็บข้อมูลลูกค้าไม่แตกต่างกันจึงพยายามทำแบบฟอร์มให้เข้าใจง่าย ให้เจ้าของธุรกิจนำไปใช้ได้

มีทั้งเวอร์ชั่นที่ใช้ (Compile) ได้กับกฎหมายของไทยและของทางยุโรป โดยมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,499 บาท สำหรับภาษาไทยอย่างเดียว และสำหรับ 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษ จ่ายเพิ่มอีก 900 บาท และมีครอบคลุมไปถึงกฎหมายของสิงคโปร์ และยุโรป

หลังจากเปิดมาได้ 2-3 วัน มีผลตอบรับค่อนข้างดีและมีคนเริ่มเข้ามาใช้บริการ แต่ยังมีส่วนที่จะต้องพัฒนาคือในการอธิบายให้คนเข้ามาใช้บริการเข้าใจง่ายขึ้น เช่น นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ต่างจาก ข้อกำหนดและเงื่อนไข (Terms and Conditions) อย่างไร

“เรามองว่าเป็นประโยชน์กับธุรกิจ เราคาดหวังว่าจะมีคนเข้ามาใช้บริการเราเยอะ ๆ เพราะตลาดนี้ค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่ได้คาดหวังกับรายได้มาก”

ปรับรูปแบบแพลตฟอร์มรองรับการท่องเที่ยวกลับมาปกติ

อมรเชษฐ์ กล่าวว่า อีกส่วนคือพยายามปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์ม ที่ขายแต่ทัวร์ ให้ขายผลิตภัณฑ์อย่างอื่นด้วย โดยเน้นไปที่กลุ่มเกษตร เช่น ผลไม้จากชาวสวน และเชื่อมต่อกับปลายทางได้ เป็นตัวกลางโดยตรงที่ไม่คิดค่า GP เพราะต้องการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ และในเฟสถัดไปอาจจะเริ่มเข้ามาจัดหาเรื่องการจัดส่งสินค้า

“เรามองว่าหลังจากการท่องเที่ยวกลับมาปกตินักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย อาจจะสั่งผลไม้ส่งตรงไปที่โรงแรมได้เลย”

การท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติในอันดับท้าย ๆ ขอธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังมีความหวัง เพราะประเทศจีนหลังจากยกเลิกล็อคดาวน์ คนก็ออกมาเที่ยวกันค่อนข้างมาก

แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่คิดมากขึ้น เวลาจะต้องไปเที่ยวในสถานที่ที่มีคนมาก ภาพที่เห็นคนไปเบียดเสียดกันตามสถานที่ต่าง ๆ อาจจะลดลง ขณะที่จะทำให้การท่องเที่ยวชุมชนเติบโตได้มากขึ้น เช่น เมืองรองต่าง ๆ ที่คนไม่หนาแน่น

อีกส่วนคือเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ก็จะต้องให้ความรู้คนในตลาดให้มากขึ้น เพราะบางคนอาจจะกลัวว่านักท่องเที่ยวนำเชื้อโรคเข้ามาหรือไม่ จะต้องให้ความรู้ว่าจะสามารถทำให้ปลอดภัยได้อย่างไร อาจจะต้องมีการเตรียมเจลล้างมือหรือสเปรย์ทำความสะอาดกันมากขึ้น

“TakeMeTour เตรียมความพร้อมด้วยการทำวีดีโอเพื่อให้ความรู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการให้ความมั่นใจลูกค้าเมื่อจองทัวร์ผ่านทางแพลตฟอร์มของเรา”

สุดท้ายยังหวังว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาได้ในปลายปีนี้

อศินา พรวศิน – สัมภาษณ์
ทรงกลด แซ่โง้ว – เรียบเรียง

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News