HomeBusinessStartupArincare ชูธงปฏิรูปวงการเภสัชกรรม ยกระดับ Healthcare

Arincare ชูธงปฏิรูปวงการเภสัชกรรม ยกระดับ Healthcare

Arincare แพลตฟอร์มการบริการงานเภสัชกรรม มีเป้าหมายครอบคลุมระบบนิเวศทั้ง ร้านยา โรงพยาบาล บริษัทยา ระบบชำระเงินผ่านธนาคารออนไลน์ และให้ประชาชนสามารถรับยาใกล้บ้านได้ผ่านระบบ

เอ็ม-ธีระ กนกกาญจนรัตน์ ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อรินแคร์ จำกัด กล่าวว่า Healthcare หรือระบบดูแลสุขภาพเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย คนส่วนใหญ่เมื่อป่วยจะคิดถึงโรงพยาบาลเป็นอันดับแรก จึงเริ่มพัฒนาระบบ Arincare แพลตฟอร์มการบริการงานเภสัชกรรมในกลางปี 2016 ใช้ความรู้ที่เคยทำงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์เข้ามาอุดช่องว่างร้านยา โดยตั้งโจทย์ว่า “ถ้าตัวเองเป็นคนไข้ จะทำอย่างไร”

Arincare เริ่มต้นด้วยความคิดที่ต้องการปฏิรูปวงการเภสัชกรรม ยกระดับวงการ Healthcare โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาร้านขายยาที่ทำธุรกิจเหมือนร้านโชห่วย และใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่ามานานหลายสิบปีให้ทันสมัยขึ้น ต่อสู้กับทุกภาคส่วนจากการถูกมองเป็นคนนอกวงการ เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมร้านขายยาโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

- Advertisement -

“เอ็ม” นิยาม Arincare ว่าเป็นแพลตฟอร์มการบริการงานเภสัชกรรม คือการบริหารคลังยา จ่ายยา เก็บประวัติ เชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ ระหว่างคนไข้ โรงพยาบาล ผ่านระบบคลาวด์

จุดเด่นของ Arincare คือ การออกแบบระบบให้เชื่อมต่อผ่านคลาวด์ ปรับรูปให้ตรงกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเข้าถึงง่าย สามารถเชื่อมต่อระบบการเงินกับธนาคารได้ผ่าน QR Code เชื่อมต่อข้อมูลคนไข้ระหว่างร้านยากับโรงพยาบาล และยังเปิดช่องทางให้เภสัชกรทำการตลาดได้

“โปรแกรมร้านยาสมัยก่อนพัฒนามาเพื่อขาย แต่เราปิดช่องว่างสาธารณสุขร้านยาโดยการเชื่อมต่อร้านยา ให้สามารถแลกเปลี่ยนยาระหว่างร้านยาได้ สร้างชุมชนร้านยา และมีการจัดอบรมให้ทุกเดือน”

เป้าหมายหลัก Arincare “เข้าถึงยาง่ายและราคาถูก”

“เอ็ม” ตั้งเป้าให้คนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ในราคาที่เหมาะสม Arincare จึงเปิด Market Place ทำให้ลดต้นทุนการสั่งซื้อยาได้ทันทีถึง 65% ที่เกิดจากการจัดส่งและพนักงานขาย

มีโครงการรับยาใกล้บ้านผ่านแอปพลิเคชันของ Arincare นำร่องกับ 13 โรงพยาบาล ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2019 โดยโรงพยาบาลจะแจ้งคนไข้ว่าสามารถไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านร้านไหนได้

“เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลใน จ.ฉะเชิงเทรา ให้คนไข้รับยาใกล้บ้านมากกว่า 100 เคส จากเดือน พ.ย. 2019 มีแค่ 5 เคส โรงพยาบาลเริ่มเห็นว่าทำแบบนี้ลูกค้าพอใจกว่าและโรงพยาบาลไม่ต้องมียาทุกตัว”

Arincare ยังมีเป้าจะเข้าไปเชื่อมต่อระบบกับคลินิก องค์การเภสัชกรรมที่เป็นของภาครัฐ นำยาสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนเข้ามาอยู่ใน Market Place รวมถึงอุปกรณ์เวชภัณฑ์ที่คนไข้ต้องใช้

“Healthcare เป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆ ปฏิรูป เราพยายามเชื่อมต่อทีละจุด แต่สุดท้ายคือทำให้เข้าถึงยาง่ายและราคายาถูกลง ร้านยาทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล”

นำข้อมูลทำวิจัย คาดการณ์โรคระบาดล่วงหน้า

“เอ็ม” มองว่าข้อมูลเป็นสินทรัพย์สำคัญของ Arincare เพราะมีการจ่ายยาผ่านระบบมากถึง 5 แสนครั้ง ใน 1,500 ร้านยา คิดเป็นเงิน 900 ล้านบาท เทียบเท่ากับการจ่ายยาของ 14 โรงพยาบาลขนาดกลาง ที่มี 200-300 เตียง และคาดว่าปีนี้จะมียอดไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

Arincare สามารถใช้ข้อมูลทำโครงการวิจัย เช่น ร้านยาเติบโตกี่เปอร์เซ็นต์ ภูมิภาคไหนใช้ยาอะไรมาก เป็นข้อมูลเชิงลึกให้กับเภสัชกร นอกจากนี้ ยังสามารถคาดการณ์โรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยดูจากยาที่ถูกจ่ายออกไปในแต่ละพื้นที่

“อนาคตน่าจะสร้างประโยชน์ได้มากกว่านี้ ถ้าเรามีร้านยาในระบบมากกว่านี้ เหตุการณ์อย่าง Covid-19 เราจะรู้ได้ทันทีว่าพื้นที่ไหนเป็นจุดเสี่ยง โดยดูจากจำนวนยาที่ถูกจ่ายออกไป เราอยากให้เห็นว่าการใช้ Arincare ได้มากกว่าโปรแกรม”

Arincare ชูธงปฏิรูปวงการเภสัชกรรม ยกระดับ Healthcare

ตั้งเป้าปี 2020 รายได้โต 2 เท่า ครอบคลุมร้านยา 40% ใน 3 ปี

รูปแบบธุรกิจของ Arincare คือให้ร้านยาใช้ระบบได้ฟรี โดยหารายได้จากการจัดอบรมให้เภสัชกรร้านยา และการจัดหาอุปกรณ์ให้ร้านยาเพื่อใช้เชื่อมต่อระบบกับ Arincare อีกส่วนคือรายได้จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่าน Market Place ระหว่างร้านยากับบริษัทขายยา

ปัจจุบัน Arincare มีร้านยาในระบบ 1,500 ร้าน มีรายการยาหมุนเวียนในระบบ 3,800 รายการ มี 13 บริษัทยาในระบบที่เป็นผู้ผลิตยาโดยตรง

ตั้งเป้าครอบคลุม 3,500 ร้านยา มีรายการยาหมุนเวียนในระบบ 6,000 รายการ ภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าครอบคลุมร้านยา 40% จาก 1.8 หมื่นร้านยา ภายในปี 2022

ปี 2019 Arincare มีรายได้ประมาณ 4 ล้านบาท เป็นรายได้ส่วนใหญ่จากการจัดอบรม ซึ่ง “เอ็ม” คาดว่าในปี 2020 จะมีรายได้เพิ่มมากกว่า 2 เท่า โดยรายได้มาจาก Market Place นอกจากนี้ ยังมองธุรกิจระบบการจัดส่งยาในอนาคตอีกด้วย

มีแผนระดมทุน แต่ยังไม่พร้อมบุกต่างประเทศ

Arincare มีแผนระดมทุนในรอบ Serie A ในปีนี้ เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเปิดรับทั้งกลุ่มทุน (VC) และ บริษัทร่วมทุน (CVC) ไทย ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรม Healthcare

“สิ่งที่ผมบอก VC บ่อยๆ คือร้านยามีศักยภาพที่สามารถขายยาได้ และยังขายสินค้าอย่างอื่นที่ร้านสะดวกซื้อขายได้”

“เอ็ม” กล่าวต่อว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดต่างประเทศ ถ้าจะไปต้องเพิ่มทุนอีกรอบ และอาจจะเป็น VC ต่างประเทศด้วย ตลาดต่างประเทศที่สเกลได้จะต้องมีโครงสร้างสาธารณสุขเหมือนไทย คือโรงพยาบาลจ่ายยาเอง คนไข้ซื้อยาได้เอง แต่ถ้าเป็นแบบสหรัฐจะไม่มีประโยชน์ ซึ่งกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) โมเดลคล้ายกับประเทศไทย เราสามารถเข้าไปได้หมด

ด้านอินโดนีเซียที่มีร้านยา 8 หมื่นร้าน อินเดียมี 8 แสนร้าน การไปเจาะตลาดประเทศเหล่านี้ตัวชี้วัดความสำเร็จจะต่างกัน สเกลธุรกิจต่างกัน อย่างอินเดียในแต่ละรัฐใช้ภาษาต่างกัน ประชากรต่างกัน Arincare อาจจะไม่ได้เข้าตลาดเหมือนประเทศไทย เพราะต้องตอบโจทย์นักลงทุนให้ได้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะขยายตลาดภายในปี 2022 หรือเมื่อพร้อม

Exit เข้าตลาดเป็นไปได้ สิ่งสำคัญคือธุรกิจต้องอยู่ได้

Arincare ยังไม่ปิดโอกาสเข้าตลาดหลักทรัพย์ ถึงแม้ว่าส่วนตัวยังไม่มีแผน “เอ็ม” เปิดเผยว่า จากการศึกษาธุรกิจ Healthcare ในต่างประเทศส่วนใหญ่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด เพื่อป้องกันธุรกิจให้อยู่ในประเทศ และป้องกันข้อมูลสุขภาพของคนไทยไม่ให้หลุดไปอยู่ในมือบริษัทต่างชาติ

“หลักการของเรา คือ ธุรกิจต้องยั่งยืน เราไม่ละอายหรือรอช้าที่จะคุยเรื่องธุรกิจ ถ้าทำเอากล่องอย่างเดียวบริษัทก็จะหายไป พรุ่งนี้คงจะไม่เห็น Arincare”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News