HomeBusinessStartupเทรนด์ e-Commerce ปี 2020 ​เข้าใจจีน เข้าใจโลก

เทรนด์ e-Commerce ปี 2020 ​เข้าใจจีน เข้าใจโลก

“ออนไลน์ช้อปปิ้ง” กระโดดขึ้นมาติดอันดับ 5 กิจกรรมที่คนไทยใช้เวลามากที่สุด ตามหลังแค่กิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวันของคนทั่วไปอย่าง เล่นโซเชียล หรือดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการอัดแคมเปญจากยักษ์ใหญ่ e-Commerce จากจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทย

-“Youpik” โซเชียลอีคอมเมิร์ซรูปแบบใหม่ ทั้งช้อปทั้งสร้างรายได้
-อีคอมเมิร์ซไทย ร่วมมือ หน่วยงานรัฐบาลจีน สนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสู่จีนกว่า 30%

ในงาน “e-Commerce Trend 2020” Insight China เข้าใจจีน เข้าใจโลก ได้พูดถึงข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของคนไทยกับการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ เทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และจะทำอย่างไรให้ขายสินค้าไทยไปจีนได้ รวมถึงพัฒนาการของ Digital Economy ในจีนที่อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

- Advertisement -

จากสถิติจะพบว่า ปัจจุบันคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 59 ล้านคน คิดเป็น 84% ของประเทศ และยังใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากถึง 5.13 ชั่วโมง/วัน ขณะที่ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.14 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งในจำนวนประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของไทย มีนักช็อปออนไลน์มากถึง 20 ล้านคน

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด กล่าวว่า ในปี 2018 มีสินค้าที่ขายผ่านโลกออนไลน์ในประเทศไทยแค่ 74 ล้านชิ้น แต่ข้ามมาแค่ปีเดียว สินค้าพุ่งขึ้นเป็น 174 ล้านชิ้น

“คิดกันง่าย ๆ ถ้าเทียบกับห้างที่มีร้านค้าอยู่ประมาณ 2,000 ร้าน 1 ร้านมีสินค้า 500 ชิ้น เท่ากับว่าห้างนี้มีสินค้าอยู่ 1 ล้านชิ้น ขณะที่โลกออนไลน์มีสินค้าเพิ่มขึ้น 100 ล้านชิ้น ใน 1 ปี เท่ากับเปิดห้างเพิ่มถึง 100 สาขา ใน 1 ปี”

ขายออนไลน์จะข้ามพรมแดน

จากสินค้า 174 ล้านชิ้น ในปี 2019 นั้น เป็นสินค้าที่มาจากพ่อค้าชาวจีนมากถึง 135 ล้านชิ้น หรือคิดเป็น 77% สินค้าที่เข้ามามากที่สุดคือ เสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ แต่ที่น่าตกใจกว่าคือ จากจำนวนสินค้าทั้งหมดมาจากร้านค้าเพียงแค่ 8.1 หมื่นรายเท่านั้น

จีนใช้แพลตฟอร์มอย่าง “ลาซาด้า” และ “ช้อปปี้” เป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพัฒนาเรื่องความเร็วในการจัดส่งจากที่ต้องรอนานถึง 12 วัน แต่ปัจจุุบันส่งได้เร็วขึ้นเท่าตัว และบริษัทจีนยังจ้างคนไทยเป็นแอดมินเพื่อตอบลูกค้า แก้ปัญหาคุยไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเขตการค้าเสรีที่ EEC จากรัฐบาลไทยอีกด้วย

“ทั้งนี้ คนไทยยังช็อปจากร้านค้าคนไทยถึง 86% และเฉลี่ยใช้เงินซื้อสินค้าจากคนไทยถึง 738 บาท ขณะที่จากจีนแค่ 350 บาท”

ธนาวัฒน์ กล่าวต่อว่า “ผู้ประกอบการไทยแข่งสินค้ากับจีนได้อย่างไร เมื่อเราต้องจ่ายภาษี ในขณะที่จีนไม่ต้องเสีย สิ่งที่ทำได้คือต้องปรับตัว สร้างเอกลักษณ์ให้สินค้า เพิ่มบริการที่ดึงดูดและขายผ่านทุกช่องทาง ยกตัวอย่าง J.I.B. ปรับบริการส่งสินค้าไอทีใน 3 ชั่วโมง และส่งตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ถ้าสั่งของตอนตี 1 จะได้รับสินค้าภายในตี 4”

พัฒนาการ Digital Economy ในจีน

ณัฐพร วุ่นกลิ่นหอม นายกสมาคมดิจิทัลไทย และผู้ร่วมก่อตั้ง TeC กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 1999 จีนเริ่มนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์มาช่วยส่งเสริมการทำตลาดไปต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด e-Commerce Park ใช้ e-Commerce Platform โดยมี Alibaba เป็นแกนนำ รวมกลุ่มกันผลิตสินค้าทำให้ผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองราคาทั้ง วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ แรงงาน และค่าขนส่งได้อย่างมาก

จีนพัฒนา Digital Economy โดยการสร้าง e-Industrial Park ที่มีตั้งแต่คนคิด วิจัย จนถึงผลิตออกมาเป็นสินค้า มีระบบนิเวศ 360 องศา ซึ่งทั้ง Huawei, Oppo, Vivo แบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดังที่คนไทยรู้จัก ต่างเคยอยู่ใน Park มาแล้ว

มีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของคนไทยล่วงหน้าได้ถึง 6 เดือน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทุเรียนจากประเทศต่างๆ ผ่านตลาดกวางสี และเห็นความต้องการล่วงหน้าถึง 12 เดือน

จีนเข้าไปซื้อ Search Engine ทั่วโลก เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ มีทีมงานที่หาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศต่างๆ ได้ และแปลภาษาได้หลายประเทศ ไม่เท่านั้นจีนยังรู้จัก e-Commerce ของทุกประเทศทั่วโลก และส่งสินค้าไปขายในทุกประเทศ

ทำไมจีนถึงสร้างของดีได้?

จีนผลิตของออกมาได้ดีเพราะ Park แต่ละที่ทำแค่เรื่องเดียว ใน 1 Park จะมีอยู่ประมาณ 200 บริษัท ทำเรื่องเดียวกันแต่คนละสไตล์ เช่น ซัวเถา เป็นแหล่งผลิต OEM ให้แบรนด์ใหญ่ในราคาถูกกว่าแบรนด์ Outlet หรือ หางโจว เป็นนิคมที่ทำเสื้อผ้าเพราะไหมคุณภาพดี นอกจากนี้ จีนยังมีหมู่บ้าน e-Commerce ที่ผสมผสานระหว่างคนขายและเทคโนโลยี จะเห็นคนทำไลฟ์ขายของผ่านโซเชียลมีเดียจีนกันมากมาย

“ถ้าเรารอให้ประเทศเราพร้อมแบบจีน 10 สมาคมก็ยังสู้ไม่ได้ เพราะจีนมี Park ที่สมบูรณ์แบบ คนที่อยู่ใน Park ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน และมีทุกอย่างพร้อมแล้ว ทั้งห้าง โรงหนัง บาร์” ณัฐพร กล่าว

จะขายของให้คนจีนอย่างไร

จุฬาลักษณ์ จันทกาศ Head of Marketing – China Market, King Power Click Co., Ltd. กล่าวว่า คนจีนก็มาเที่ยวไทยมากมาย เราสามารถเริ่มต้นขายในไทยก่อน ไปที่ที่คนจีนมาเดินช็อปปิ้ง ดูว่าเขาซื้ออะไรบ้างและเข้าไปแทรกซึม นำผลิตภัณฑ์ไปฝากขายตามร้านต่างๆ เพื่อลดต้นทุน เมื่อมีกำลังมากกว่านี้ให้ศึกษาเรื่องการตลาด เข้าไปที่แพลตฟอร์มของจีน เช่น แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว อาหาร เครื่องสำอาง ซึ่งคนจีนจะเข้าไปรีวิวอยู่ในนั้น คนจีนจะมาซื้อตาม ถ้ามีคนพูดถึงหรือใส่แฮชแท็กของสินค้าเราในนั้น แปลว่าเราประสบความสำเร็จ

ณัฐพร เสริมว่า คนจีนชอบอวดเพื่อนที่เมืองจีนโดยไปเจอกับคนดัง และถ่ายคลิปลงในโซเชียลมีเดียจีน ซึ่งบางคลิปอาจจะมีคนดูเป็นหลักล้านคน เราต้องสร้างตัวเองให้เด่นดัง รู้ว่าคนจีนชอบอะไร ให้ใช้จุดแข็งตรงนั้น ให้คนจีนรู้ว่ามาถึงร้านเราคือมาถึงสถานที่นั้นๆ เช่น แม่ค้าน้ำมะพร้าว ตลาดรถไฟแม่กลอง ไปดังอยู่ในแอปพลิเคชัน Douyin ที่มีผู้ใช้ต่อวันประมาณ 400 ล้านคน

ใช้ลีลาและการพูดภาษาจีนสั้น ๆ ว่า Tian Tian Tian, Bing Bing Bing (หวาน หวาน หวาน เย็น เย็น เย็น) และลงท้ายว่า 20! 20! 20! และถ้าไม่หวาน ไม่เย็น เธอก็ยินดีคืนเงิน เอาใจลูกค้าชาวจีนและแสดงถึงความจริงใจ ทำให้เป็นที่รักของนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นการพลิกธุรกิจที่ทำอยู่ให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นผ่านแอปพลิเคชันที่นักท่องเที่ยวใช้

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News