HomeBusinessStartupMIST forum 2019 ดันสตาร์ทอัพท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

MIST forum 2019 ดันสตาร์ทอัพท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

ในงาน MIST forum 2019 (Mekong Innovation Startups in Tourism forum 2019) นอกจากจะเป็นเวทีประกาศผู้ชนะสตาร์ทอัพ แลัว ยังมีตัวอย่างจากสตาร์ทอัพไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดอาเซียน และการเสวนาแลกเปลี่ยนความความคิดด้านการพัฒนาสตาร์ทอัพไทย มีเป้าหมายสนับสนุนและช่วยเหลือสตาร์ทอัพ เพื่อการท่องเที่ยวจาก 6 ประเทศในกลุ่มแม่โขง

-3 ทีมสตาร์ทอัพ ไทย จีน สิงคโปร์ รับรางวัล RISE AI Demo Day 2019
-“สมคิด” มอง “สตาร์ทอัพ” อีกหนึ่งทางออกพัฒนาประเทศ

โดยในครั้งนี้มีผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 10 ทีม แบ่งเป็น Travel Tech Venture 5 ทีม และ Social Impact Ventures 5 ทีม

- Advertisement -

ซึ่ง Golf Digg แพลตฟอร์มด้านบริการจองสนามกอล์ฟ จากประเทศไทยคว้าตำแหน่งผู้ชนะไปในกลุ่ม Travel Tech Venture

และ Noir สปาที่มีผู้พิการทางสายตาเป็นผู้ให้บริการ เป็นผู้ชนะจากกลุ่ม Social Impact Venture

MIST forum 2019 ดันสตาร์ทอัพท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

ในช่วง Startup Stories มีสตาร์ทอัพอย่าง Take me Tour ขึ้นมาบรรยายถึงความสำเร็จในการบุกตลาดกลุ่มท่องเที่ยวแม่โขง โดยมี MIST เป็นผู้สนับสนุน

Take Me tour เป็นสตาร์ตอัพด้านการท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ปัจจุบันขยายไปถึง 65 เมือง ได้ 5 ประเทศ มี ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมีไกด์ท้องถิ่นในระบบมากกว่า 25,000 คน

พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว 70% ไม่ได้เที่ยวแค่ในประเทศไทย แต่จะไปต่อที่กัมพูชา และเวียดนาม ด้วย

ปัจจุบัน Take Me tour ช่วยให้คนท้องที่มีรายได้มากขึ้น เฉลี่ย 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน และมากสุดถึง 5,000 บาทดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

ด้านระบบรักษาความปลอดภัย ไกด์ทุกคนที่เข้าร่วม ต้องส่งประวัติให้ตรวจสอบทั้งบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ สถานะทางการเงิน และประวัติอาชญากรรม

นอกจากนี้ Take me Tour ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับสายการบิน โรงแรมที่พัก เครือข่ายโทรศัพท์

MIST forum 2019 ดันสตาร์ทอัพท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

ในงาน MIST forum 2019 มีการเสวนาในหัวข้อที่เกี่ยวกับสตาร์ทอัพสายท่องเที่ยว ทั้งเรื่องนวัตกรรม และกุญแจสู่ความสำเร็จ

โดยผู้อภิปรายมองโดยสรุปว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปมาก มีความชอบเฉพาะตัวมากขึ้น ถึงแม้หน่วยงานภาครัฐจะมีนวัตกรรมหลายอย่างที่เข้ามาช่วยเรื่องการท่องเที่ยว แต่ยังไม่มากพอ

ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวต้องการข้อมูลที่แชร์มาจากกลุ่มที่เชื่อถือได้ ซึ่งองค์กรจะต้องทำงานหนักมากเพื่อที่จะเข้าใจนักท่องเที่ยว เพราะ คนสมัยนี้เดินทางท่องเที่ยวเองได้ เทรนด์ที่จะเข้ามาในอนาคตคือการท่องเที่ยวแบบท้องถิ่น

มีการพูดถึงเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขนส่งคนจากสนามบิน เข้ามาในเมือง รวมถึงการเดินทางไปในจังหวัดที่ 2 และ 3 ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ประเทศไทยมีคนเดินทางเข้ามามาก สามารถจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมได้ง่าย แต่การเดินทางในประเทศยังเป็นปัญหา การที่สตาร์ทอัพเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องการเดินทางในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก

นอกจากนี้ยังมองว่าภาครัฐกับเอกชนจะต้องทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้นในเรื่องการลงทุนระบบขนส่ง และด้านอื่น ๆ เพื่อการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

ผู้อภิปรายมีการพูดถึงสิ่งที่จะทำให้สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จ โดยมองว่า การทำสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน โฟกัสไปที่จุดเดียว จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้

นอกจากนี้ยังมองว่าสตาร์ทอัพหน้าใหม่ ควรคิดวิธีการขายสินค้าซึ่งจะสร้างความยั่งยืนได้มากกว่าการขอระดมทุน

ต้องเตรียมตัวเจอกับสิ่งที่คาดหวังและไม่คาดหวัง การทำธุรกิจออนไลน์แบบผิดวิธีอาจจะถูกบล็อกจาก Google ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

ปิดท้ายผู้อภิปรายมีความฝันว่าเห็นยูนิคอนด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกิดขึ้นในประเทศไทย

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News