Home Business Startup InnoSpace ตั้ง 3 กองทุน ลง Deep Tech ดัน ยูนิคอร์น

InnoSpace ตั้ง 3 กองทุน ลง Deep Tech ดัน ยูนิคอร์น

InnoSpace รับ 3 ผู้ลงทุนใหม่ เพิ่มทุนเป็น 735 ล้านบาท ตั้ง 3 กองทุนลงสตาร์ตอัพ Deep Tech ปั้นยูนิคอร์น

บอร์ดบริหารอินโนสเปซ ประเทศไทย (InnoSpace Thailand) มีมติเห็นชอบรับผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาอีก 3 ราย เพิ่มทุนจาก 515 ล้านบาทเป็น 735 ล้านบาท ประกาศแนวทางการลงทุนที่ชัดเจน แบ่งการลงทุนออกเป็น 3 กอง

-Innospace ทุ่ม 50 ล้านบาท ช่วยสตาร์ตอัพ

- Advertisement -

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ Business Today ว่า มีผู้ลงทุนใหม่เพิ่ม 3 ราย คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงทุน 70 ล้านบาท ธนาคารออมสิน ลงทุน 50 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการและอยู่ในกระบวนการที่จะเข้ามาใส่ทุนเข้ามา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ลงทุน 100 ล้านบาท ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการ แต่รัฐวิสาหกิจจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ก่อน ซึ่งอยู่ในช่วงความเห็นชอบจากทางภาครัฐ

หลังได้ผู้ลงทุนเพิ่มอีก 3 ราย อินโนสเปซจะมีวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 735 ล้านบาท (เพิ่มจากเดิม 515 ล้านบาท) ที่จะใช้ส่งเสริมลงทุนในสตาร์ตอัพ รวมถึงกิจกรรมที่เชื่อมโยงให้สตาร์ตอัพมีโอกาส พบกับภาคอุตสาหกรรม พันธมิตร ที่เป็นลูกค้าต่างประเทศ และสตาร์ตอัพต่างประเทศ ด้วย

“งานหลักของเรา คือการลงทุนในสตาร์ตอัพเป็นเรื่องสำคัญ อีกส่วนคือการสร้างระบบนิเวศในประเทศไทยให้เข้มแข็ง”

อินโนสเปซ มีแนวทางการลงทุนแบ่งออกเป็น 3 กอง ได้แก่

1.กอง Big Win มีเงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับลงทุนใน Deep Tech หรือ เทคโนโลยีที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศที่สำคัญ เช่น ไบโอเทคโนโลยี เทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งสตาร์ตอัพ Deep Tech ยังมีน้อย เพราะใช้เวลาพัฒนานาน และความเสี่ยงเยอะ เอกชนจะไม่ค่อยเข้ามาลงทุน InnoSpace จะเข้ามาช่วยปิดในช่องว่าง

2.กอง Quick Win มีวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ใช้สำหรับสนับสนุนสตาร์ตอัพที่มีความพร้อมจะเติบโตและก้าวหน้า มีตลาดมารองรับ เพื่อเป็นยูนิคอร์นให้กับประเทศไทย

และ 3.กอง InnoSpace Bridge Fund จัดตั้งขึ้นมาในช่วงภาวะวิกฤติ มีวงเงินตั้งต้น 50 ล้านบาท เพื่อช่วยสตาร์ตอัพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 มีเป้าหมายเข้าไปช่วยสตาร์ตอัพเรื่องกระแสเงินสด โดยให้ความสำคัญกับสตาร์ตอัพที่เข้ามาแก้สถานการณ์โควิด-19 ได้ หรือมีนวัตกรรมที่เข้าไปช่วยสังคมในช่วงนี้

“เราเห็นบทบาทสตาร์ตอัพเข้ามาช่วยในวิกฤติโควิด19 เพราะเขาถนัดเรื่องการแก้ไขปัญหา นำนวัตกรรมเข้ามาแก้ปัญหาได้”

อินโนสเปซ (InnoSpace) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาเพราะเห็นความสำคัญของสตาร์ตอัพที่จะเข้ามาเป็นกำลังพลของเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยอาศัยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เป็นฐานหลักเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ ใหม่ ๆ

ในต่างประเทศสตาร์ตอัพเริ่มจากองค์กรเล็ก ๆ ก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็นบริษัทที่ใหญ่ ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศและเศรษฐกิจโลก

เทวินทร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีคนที่มีความพร้อม มีศักยภาพ แต่การสนับสนุนสตาร์ตอัพยังกระจัดกระจายกันอยู่ ทำให้สตาร์ตอัพมีปัญหาเรื่องการขอสนับสนุนเงินทุน เทคโนโลยี การตลาด และการบริหารจัดการ

อินโนสเปซเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันที่ต้องการสนับสนุนสตาร์ตอัพ ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา และภาคงานวิจัย เข้ามาช่วยกัน

“เราจัดตั้งมาประมาณปีกว่า แต่เพิ่งลงตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ระดมทุนโดยภาคเอกชน 11 รายในช่วงเริ่มต้น มีทุนจดทะเบียนประมาณ 515 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และบริษัทมหาชน เข้ามาช่วยกัน”

InnoSpace ตั้ง 3 กองทุน ลง Deep Tech ดัน ยูนิคอร์น

เทวินทร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ผู้บริหารเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องการลงทุน และเรื่องสำนักงานให้เป็นรูปเป็นร่าง

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิม มีดังนี้

-ปตท. ลงทุน 100 ล้านบาท
-BDMS และ Bangkok Airways ลงทุน 70 ล้านบาท
-ธนาคารกรุงเทพ ลงทุน 50 ล้านบาท
-ธนาคารกรุงไทย ลงทุน 50 ล้านบาท
-ธนาคารกสิกรไทย ลงทุน 50 ล้านบาท
-ธนาคารไทยพาณิชย์ ลงทุน 50 ล้านบาท
-กลุ่ม CP และ ทรู ลงทุน 50 ล้านบาท
-ไทยเบฟเวอเรจ ลงทุน 30 ล้านบาท
-Thai Union ลงทุน 30 ล้านบาท
-สหพัฒน์ฯ ลงทุน 30 ล้านบาท
-SME Bank ลงทุน 5 ล้านบาท

รวมเงินลงทุนทั้งหมด 735 ล้านบาท

แผนการลงทุนของ InnoSpace:

โดยนำเงินลงทุนมาใช้ส่งเสริมการลงทุนในสตาร์ตอัพเป็นหลัก อีกส่วนคือการสร้างระบบนิเวศ รวมถึงกิจกรรมที่เชื่อมโยงสตาร์ตอัพให้มีโอกาสพบกับภาคอุตสาหกรรม พันธมิตร ที่เป็นลูกค้าต่างประเทศ และสตาร์ตอัพต่างประเทศด้วย

อินโนสเปซ มีแนวทางการลงทุนแบ่งออกเป็น 3 กอง มีงบลงทุนอยู่ที่ 550 ล้านบาท ดังนี้

Big Win มีเงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับลงทุนใน Deep Tech หรือ เทคโนโลยีที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศที่สำคัญ เช่น ไบโอเทคโนโลยี เทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งสตาร์ตอัพ Deep Tech ยังมีน้อย เพราะใช้เวลาพัฒนานาน และความเสี่ยงเยอะ เอกชนจะไม่ค่อยเข้ามาลงทุน InnoSpace จะเข้ามาช่วยปิดในช่องว่าง

Quick Win มีวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ใช้สำหรับสนับสนุนสตาร์ตอัพที่มีความพร้อมจะเติบโตและก้าวหน้า มีตลาดมารองรับ เพื่อเป็นยูนิคอร์นให้กับประเทศไทย

Innospace Bridge Fund จัดตั้งขึ้นมาในช่วงภาวะวิกฤติ มีวงเงินตั้งต้น 50 ล้านบาท เพื่อช่วยสตาร์ตอัพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 มีเป้าหมายเข้าไปช่วยสตาร์ตอัพเรื่องกระแสเงินสด โดยให้ความสำคัญกับสตาร์ตอัพที่เข้ามาแก้สถานการณ์โควิด-19 ได้ หรือมีนวัตกรรมที่เข้าไปช่วยสังคมในช่วงนี้

เทวินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากเงินลงทุนของอินโนสเปซแล้ว พันธมิตรของเรามีวงเงินลงทุนที่จะช่วยสตาร์ตอัพประมาณ 6,000 บาท มาจากตลาดหลักทรัพย์ depa NIA ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ยังไม่รวมกับ CVC กองใหญ่ที่ตั้งงบประมาณไว้ลงทุนกับสตาร์ตอัพที่สอดคล้องกับธุรกิจของแต่ละองค์กร

อินโนสเปซพิจารณาลงทุนในสตาร์ตอัพอยู่ มีความเป็นไปได้ประมาณ 5-6 ราย โดยอยู่ระหว่างเงินกองที่ 1 และ 2 ซึ่ง น่าจะเรียบร้อยหลังจากที่ผ่านช่วงวิกฤติรอบนี้ไปก่อน ขณะนี้ อินโนสเปซ อยู่ในกระบวนการสรรหาซีอีโอ ซึ่งจะประกาศหาเร็ว ๆ นี้

“เราอยากได้คนที่เข้าใจระบบนิเวศของนวัตกรรมที่ดีพอ เข้าใจวงจรของสตาร์ตอัพ ว่ามีกระบวนการอะไรบ้างกว่าจะประสบความสำเร็จ อีกส่วนหนึ่งคือต้องมีจิตสาธารณะ ซึ่งค่าตอบแทนอาจจะไม่สูงมาก เพราะเราเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร”

เงิน 2 กองแรก 500 ล้าน(Big Win และ Quick Win) อินโนสเปซ วางแผนใช้ใน 5 ปี ขณะเดียวกันถ้าสามารถกระตุ้นความตื่นตัว หรือค้นพบสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพมาก อินโนสเปซมีแผนระยะยาว โดยจะระดมทุนในรูปแบบกองทุน ทั้งนี้ต้องได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุนในกองทุนก่อน

ส่วนอีก 200 ล้านบาท จะใช้สำหรับสร้างระบบนิเวศ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้สตาร์ตอัพได้เข้ามาแลกเปลี่ยนแนวคิด เชิญภาคธุรกิจ มาตั้งโจทย์เป็น Hackathon ทางด้านธุรกิจ และอุตสาหกรรม ให้สตาร์ตอัพเข้ามาหาวิธีแก้ รวมถึงประสานงานจากพันธมิตรต่างประเทศ พาสตาร์ตอัพจากไทยไปนำเสนอในต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนกัน ไปหานักลงทุน พาร์ทเนอร์ และตลาดในต่างประเทศ

เข้าไปเสริมศักยภาพสตาร์ตอัพ Early Stage ที่มีภาครัฐอย่าง depa หรือ NIA สนุบสนุนอยู่ ทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงระบบนิเวศเพื่อให้สตาร์ตอัพใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

“อินโนสเปซจะนำผลตอบแทนที่ได้จากสตาร์ตอัพที่เข้าไปลงทุนมาขยายการลงทุนต่อไป ผู้ลงทุนที่เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้เข้าใจตั้งแต่ต้น ว่าการใส่ทุนเข้ามาตั้งแต่ต้นไม่ได้หวังผลกำไร ไม่ได้หวังผลตอบแทน หรือเงินปันผล”

เป้าหมายสร้างยูนิคอร์น

ต่อตระกูล วัฒนวรกิจกุล รักษาการ CEO บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การลงทุนใน Big Win อินโนสเปซดูไว้ประมาณ 10 สตาร์ตอัพ ที่อยู่ใน Early Stage ส่วน Quick Win น่าจะได้ 1 หรือ 2 สตาร์ตอัพ เพราะจะเน้นลงกับสตาร์ตอัพที่มีความพร้อมจริง ๆ ที่อยู่ในระดับ Series A ขึ้นไป

“เราก็มองไว้ว่าใน 5 ปี การลงทุนใน Quick Win จะสร้างยูนิคอร์นของไทยได้ โดยเราจะเข้าไปช่วยบริหารจัดการให้สตาร์ตอัพสามารถ Scale up ขึ้นมาเป็นบริษัทขนาดใหญ่”

อศินา พรวศิน – สัมภาษณ์
ทรงกลด แซ่โง้ว – เรียบเรียง

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

มิลเลนเนียมฯ ผุดโชว์รูม ‘พัฒนาการ-ศรีนครินทร์’ ยึดหัวหาดกรุงเทพฯตะวันออก

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดศูนย์จำหน่ายและบริการ บนถนนพัฒนาการ-ศรีนครินทร์ นำเสนอ 3 ประสบการณ์พิเศษ ได้แก่ การจัดแสดงยนตรกรรมที่หลากหลาย, การส่งมอบรถใหม่ และบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ผสมผสานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ โชว์รูมตกแต่งให้มีบรรยากาศคล้ายพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ แทรกชั้นลอยสร้างความเชื่อมโยงด้านการมองเห็น และการเข้าถึงที่สะดวกยิ่งขึ้น ผสานกับเพดานแบบสกายไลท์และการใช้กระจกในโชว์รูม ส่งผลให้เกิดแสงสว่างตามธรรมชาติ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

หุ้นไทย ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค ปิดบวก 17.84 จุด

หุ้นไทย SET Index บวกต่อ 17.84 จุด หรือ 1.26% มาปิดที่ 1,433.56 จุด นักวิเคราะห์ชี้มาตรการดูแลค่าเงินบาทแบงก์ชาติเป็น ‘ไม้อ่อน’ ต่างชาติไม่กังวล ฟันด์โฟลว์ยังแห่เข้าเก็งกำไรตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 พ.ย.63 ว่า...

ซูบารุ ปรับลดสต๊อก-ร่วมลงทุน อุ้มดีลเลอร์รอดโควิด

นายตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย (Country Manager) บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ของบริษัท 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ของปี 2563 อยู่ที่ 2,400 คัน โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะสามารถปิดตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 3,000 คัน ซึ่งลดลงราว 10%...

KKP Research ปรับจีดีพีไทยดีขึ้น จี้รัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

KKP Research เกียรตินาคินภัทร ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทย(จีดีพี)ดีขึ้นจากเดิมคาดติดลบ 9% เหลือติดลบ 6.7% ในปีนี้ จากแรงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกสองเรื่องหลัก คือ1. การประกาศความสำเร็จของการทดลองวัคซีนโควิด-19 ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ระดับหนึ่ง และ 2. เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ที่ฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้โดยการฟื้นตัวจะมีไปอย่างช้า ๆ ตามการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับมา ทำให้คาดจีดีพีปี 64 จะเติบโตที่...

Related News

เปิด 13 กองทุนเทคโนโลยี อีกทางเลือกโลกยุคหลังโควิด-19

ตั้งแต่ยุคฟองสบู่ดอทคอมเมื่อ 10 ปีก่อน ธุรกิจกลุ่มเทคโนโลยีล้มหายตายจากไปก็มาก แต่ที่ผงาดขึ้นมาเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในยุคนี้กลับแข็งแกร่งขึ้น พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจของโลก ธุรกิจเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกไม่จำกัดเฉพาะในอเมริกา แต่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีจากจีนได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในยุคโควิด-19 แทนที่ธุรกิจเทคโนโลยีจะสะดุดลงเหมือนธุรกิจอื่น แต่กลับขยายตัวมากยิ่งขึ้น ดังที่  “แจ็ค หม่า” แห่งอาณาจักรอาลีบาบา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเร่งกระบวนการดิจิทัลให้เร็วยิ่งขึ้นทั่วโลก จากกระแสเทคโนโลยีทำให้มีเม็ดเงินเข้าไปลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก และหากดูจากการลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่บรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) พากันออกกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก มีผลตอบแทนพุ่งทะยานในรอบปี WealthMagik ได้จัดอันดับกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีรวม 13...

ส่องภารกิจแม่ทัพบลจ.กรุงไทย รับมือตลาดกองทุนหดตัว

อุตสาหกรรมกองทุนเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เผชิญความท้าทายในปีนี้เช่นกัน ทั้งจากการที่ภาครัฐไม่ต่ออายุกองทุนลดหย่อนภาษี LTF ซึ่งกองทุน SSF ที่เข้ามาแทนที่ก็ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ซ้ำยังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่ออารมณ์ของนักลงทุน รวมถึงเม็ดเงินใหม่ที่เข้ามาในอุตสาหกรรม โดยปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั้งสิ้น ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ “บิสเนสทูเดย์” มีโอกาสพูดคุยกับ “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ที่จะมาฉายภาพอุตสาหกรรมกองทุน...

ก.ล.ต.ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนแบงก์กรุงเทพ ยักยอกเงินซื้อกองทุน

ก.ล.ต. ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนรายนายณัฐพงศ์ แซ่ลี้ ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยไม่ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินโดยนำเงินค่าซื้อกองทุนของลูกค้าจำนวน 8 ราย ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 449,500 บาท สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานร้องเรียนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างเดือนมีนาคม...

จีนแซงสหรัฐ ครองแชมป์สตาร์ทอัพยักษ์ใหญ่ของโลก

จีนแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศที่มีบริษัทสตาร์ทอัพยูนิคอร์น หรือ บริษัทที่มีมูลค่าธุรกิจมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจำนวน 4 ใน 5 ราย สถาบันวิจัยฮูรุน (Hurun Research Institute) ของจีนระบุว่าสหรัฐอเมริกาและจีนมีบริษัทสตาร์ทอัพยูนิคอร์นคิดเป็น 79% ของจำนวนบริษัทสตาร์ทอัพยูนิคอร์นที่เป็นที่รู้จักจำนวน 586 บริษัททั่วโลก โดยมีมูลค่าธุรกิจรวมกันทั้งหมดคิดเป็น 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ บริษัทสตาร์ทอัพยูนิคอร์นสี่อันดับแรกที่มีมูลค่าธุรกิจสูงที่สุดของโลกตามรายงานของฮูรุนล้วนเป็นบริษัทสัญชาติจีนทั้งหมด อันดับที่หนึ่ง คือ บริษัทแอนท์กรุ๊ป (Ant...

จีนกำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกองทุนใหญ่ที่สุดในโลก

ไฟแนนเชียล ไทมส์ (Financial Times)รายงานว่าจีนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านกองทุนรายใหญ่ที่สุดของโลกแม้เผชิญวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และเรียกจีนว่าเป็น “แสงแห่งความหวังท่ามกลางความผันผวนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการลงทุน” รายงานระบุอีกว่ากองทุนจีนมีส่วนแบ่งในตลาดการลงทุนโลกเพิ่มขึ้นมากในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2020 “ภาคการลงทุนที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนักของจีนยังคงเติบโตแบบพุ่งพรวด แม้ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” “ความเปลี่ยนแปลงนี้ ย้ำให้เห็นว่าสถานะใหม่ของตลาดกองทุนจีนเป็นแสงสว่างที่หาได้ยากท่ามกลางความวุ่นวายครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการลงทุน ซึ่งกำลังซวนเซเนื่องจากผู้ลงทุนจำนวนมากหลั่งไหลออกจากอุตสาหกรรม ราคาสินทรัพย์ดิ่งลงต่ำหลังมีการขายทิ้งจำนวนมากในเดือนมีนาคม และยังต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนในอนาคต เนื่องจากวิกฤตโรคโควิด-19 ยังไม่จบสิ้น” รายงานดังกล่าวยังเสริมด้วยว่า “การแข่งขันระหว่างบริษัทบริหารจัดการกองทุนระดับโลกเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดในประเทศจีนเข้มข้นขึ้นทุกขณะ”