HomeBusinessStartupBuzzebees เผย 4 เทรนด์สั่นสะเทือนโลกธุรกิจ

Buzzebees เผย 4 เทรนด์สั่นสะเทือนโลกธุรกิจ

นายไมเคิล เชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เผยถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ในงาน “Buzzebees Digital Engagement Executive Forum” ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่อการเข้ามาพลิกโฉมในหลากหลายธุรกิจให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป ประกอบด้วย 4 เทรนด์ ได้แก่

Blockchain เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม หรือไม่ต้องผ่านคนกลาง ทำให้การทำธุรกิจออนไลน์ต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่มีความปลอดภัย โปร่งใส ช่วยลดต้นทุนและประหยัดระยะเวลาของขั้นตอนต่างๆ

IoT เป็น Game Changer ต่อจากนี้ไปอีก 50 ปีข้างหน้า และเมื่อ 5G กำลังเปิดให้บริการ ก็ยิ่งสร้างจุดเปลี่ยน เพราะทุกครั้งที่มีอัพเกรดเทคโนโลยียุคใหม่ ก็จะเกิดโอกาสใหม่ๆ ขึ้นอยู่เสมอ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในรูปแบบของ IoT สร้างปริมาณข้อมูลมหาศาล แน่นอนว่าย่อมเกิดโอกาสมากมายสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อยอดธุรกิจ

- Advertisement -

E-Sport ที่ไม่ใช่เป็นแค่กีฬาในออนไลน์ แต่จะเป็นช่องทางใหม่ของการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งจะเป็นช่องทางแห่งการสร้างโอกาสให้กับธุรกิจในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะจำนวนผู้ชม e-Sport จะเพิ่มมากกว่า 645 ล้านคน ซึ่งมากกว่าทุกมหกรรมกีฬายอดนิยมรวมกัน และผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะมีกำลังซื้อในอนาคต

AI และ Machine Learning แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันหลายปีแล้ว แต่ด้วยข้อมูลในปัจจุบัน ยังมีปริมาณจำกัดต่อการนำไปวิเคราะห์จึงทำให้ยังไม่มีบทบาทมากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคตอีกไม่นาน ทุกอย่างจะทำงานเองอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยีควอนตัมประกอบกับความฉลาดของ AI จะเข้ามาช่วยในเรื่องกระบวนการตัดสินใจแทนมนุษย์

-Techsauce เดินหน้าสู่ Knowledge Sharing Platform

“Buzzebees มองว่าเทรนด์ทั้ง 4 นี้ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นเราจึงนำเทรนด์ดังกล่าวทั้งหมด มาประยุกต์ไว้อยู่ในบริการของ Buzzebees เพื่อรองรับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าในอนาคต ด้วยการสร้างระบบธุรกรรมที่มีความปลอดภัยในต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี Blockchain

บุกเบิกการสื่อสารและการทำตลาดในช่องทางใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Audience กลุ่มใหญ่ที่อยู่ในทุกที่ทั่วโลก มีการเชื่อมโยงการทำงานในการเก็บข้อมูลและผลิตภัณฑ์ติดอุปกรณ์ IoT ที่ connected ได้ตลอดเวลา รวมถึงนำข้อมูลที่ Machine Learning วิเคราะห์มาช่วยทำให้เราตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น”

นายไมเคิล เชน กล่าวว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมการสื่อสารที่ Buzzebees นำมาประยุกต์ใช้ จะทำผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ การหลอมรวมธุรกิจ (Aggregate Business) การผสานธุรกิจจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O หรือ Online to Offline) และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง (D2C หรือ Direct to Customer)

ซึ่งปัจจุบัน Buzzebees ได้ให้บริการแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การนำแคมเปญแลกคะแนนสะสม จากช่องทางออนไลน์มาทำการตลาดเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายหน้าร้านหรือช่องทางออฟไลน์, สนับสนุนข้อมูล Big Data เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าในทุกแง่มุม แม้แต่การนำเสนอแคมเปญอย่างเหมาะสมตรงกับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ หรือการจัดหาสินค้าที่ถูกต้องในเวลาที่ใช่ ตลอดจนการทำ Omni – Sale Channel เป็นต้น

“หากแบรนด์ปราศจาก CRM Platform ก็นับเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจลูกค้า หรือเข้าถึงลูกค้า เพราะแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในอนาคตได้ จะต้องสร้างให้ลูกค้ามีลอยัลตี้ ฉะนั้น Big Data เสมือนกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตมาตลอด 8 ปี เพราะเรามีข้อมูลที่ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า และสิ่งสำคัญอีกประการที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ก็คือ ความกล้าที่จะเป็นผู้นำเพื่อสร้างจุดเลี่ยนให้กับธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในยุคดิสรัปชั่น”

แน่นอนว่าทุกธุรกิจต้องเดินหน้าต่อไป การปฏิวัติทางธุรกิจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายองค์กรต่างหันมาพัฒนากระบวนการทำงานให้มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น และหลายองค์กรก็ได้เข้าสู่ Digital Transformation ในเฟสถัดไปบ้างแล้ว

ความเห็นจาก 4 ผู้บริหาร ไมโครซอฟท์, บีอีซี เวิลด์, KBTG และ LINE

Buzzebees เผย 4 เทรนด์สั่นสะเทือนโลกธุรกิจ

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ความเห็นไว้ว่า องค์กรจำเป็นต้องแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ด้วยการดิสรัปตัวเองก่อนที่จะโดนดีสรัป เหมือนอย่างที่ไมโครซอฟท์ เปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากบริษัทซอฟต์แวร์ เป็นบริษัทคลาวด์เต็มตัว พร้อมเปลี่ยนวิชั่นเป็น Digital Transformation Partner เพื่อเป็นแพลตฟอร์มและส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทุกองค์กร นอกจากนี้ ยังเปลี่ยน Mindset การทำธุรกิจใหม่ด้วยการใช้บริการจาก Open Source Provider หรือแม้กระทั่งคู่แข่ง เพราะโลกนี้ไม่มี Real Competitor อีกต่อไป

สอดคล้องกับ นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความเห็นว่าผู้ที่จะอยู่รอดในยุคดิสรัปชั่น จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ และใช้ Big Data เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจของตนเองให้แตกต่างไปจากตลาด หรือเพื่อให้เกิดโมเดลใหม่ ๆ ขึ้นมา สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน จำเป็นต้อง Spin-off หน่วยงานหรือตั้งบริษัทลูกขึ้นมาใหม่ทำให้บริษัทมีอิสระในการบริหารงานมากขึ้น รวมถึงต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดความเชื่อต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลง

ในด้าน นายสมคิด จิรานันตรัตน์ อดีตประธานบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ให้คำแนะนำว่าองค์กรต้องสร้าง Digital Mindset ให้กับคนในองค์กร โดยเทคโนโลยี AI และ Big Data เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าและช่วยนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าได้ตรงกับความต้องการ แต่เทคโนโลยีดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องพัฒนาเพียงลำพัง โดยอาจหาพาร์ทเนอร์เพื่อช่วยย่นระยะเวลาให้ถึงเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะที่ ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีทำให้ทุกคนทำงานได้เร็วขึ้น และสร้างโอกาสในการคิดค้นโปรดักส์ไปสู่ลูกค้าได้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น ในกรณีของ Big Data ที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจ pain point ของลูกค้ามากขึ้น ทำให้ลูกค้าได้รับมอบประสบการณ์ที่ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่ม User Experience ที่ดีให้กับแบรนด์ด้วยในเวลาเดียวกัน

นางสาวณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด กล่าวถึงจุดแข็งของบริษัทว่า Buzzebees มี Big Data เป็นของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานที่ active บนแพลตฟอร์ม กว่า 2 ล้านคนต่อวัน และมีปริมาณการแลกสิทธิประโยชน์สูงถึง 10 ล้านครั้งต่อเดือน

สร้างความได้เปรียบให้บริษัทมีปริมาณข้อมูลที่มากพอในการวิเคราะห์พฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นและลอยัลตี้โปรแกรมที่เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมายแต่ละคนได้

ประกอบกับการมีพันธมิตรองค์กรมากกว่า 100 แห่งในหลากหลายธุรกิจ และพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก กว่า 20,000 แห่ง ถือเป็น Eco-System ขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานกว่า 75 ล้านบัญชี ที่เอื้อให้องคืกาต่างๆ สามารถจับมือต่อยอดกันเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี จากการเก็บข้อมูลการทำ CRM Privilege ของ Buzzebees พบว่า กลุ่มลูกค้าหลักที่อยู่ในแพลตฟอร์ม ส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 25-44 ปี โดย 46% ชื่นชอบโปรโมชั่นชิงโชค และ 36% ชื่นชอบการแลกคะแนนสะสมสิทธิประโยชน์ และอีก 8% ชอบทั้งสองอย่าง

โดยในส่วนของการชิงโชคที่ดึงดูดและมีผู้ร่วมกิจกรรมมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ทองคำ รถยนต์ และสมาร์ทโฟน ตามลำดับ สำหรับสัดส่วนของการเข้าร่วมลอยัลตี้โปรแกรมของลูกค้าในช่องทาง Line Official มีสัดส่วน 20-50%, สะสมแต้ม มีสัดส่วน 30-70% และอัตราการแลกสิทธิประโยชน์ มีสัดส่วนอยู่ที่ 30-70%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News