HomeBusinessStartupสมรภูมิ"เรียกรถ"ตลาดเวียดนามเดือด

สมรภูมิ”เรียกรถ”ตลาดเวียดนามเดือด

บริการเรียกรถชื่อดัง Grab ตั้งเป้าเป็น ‘super app’ หรือแอปเอนกประสงค์สำหรับผู้บริโภคในเวียดนาม อันเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว มาลุ้นกันว่า Grab จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ หรือจะถูกคู่แข่งเตะสกัดเสียก่อน

            โลโกสีเขียวกับขาวของ Grab มีอยู่ทุกหนแห่งตามเมืองใหญ่ๆ ของเวียดนาม ตลาดที่มีประชากร 96 ล้านชีวิต ซึ่งบริษัทเรียกรถรายนี้เข้าไปบุกเบิกจนครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน หลังจากซื้อกิจการของอูเบอร์ในอาเซียนเมื่อปีที่แล้ว

            Grab มีฐานอยู่ในสิงคโปร์ และเป็นธุรกิจเรียกรถรายใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ให้บริการใน 8 ประเทศ 336 เมือง แต่บังลังก์ของ Grab กำลังเผชิญการท้าทายในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

            ผู้ที่มาท้าทาย Grab ก็คือบรรดาคู่แข่งเจ้าถิ่นนั่นเอง แถมบางรายยังฝันจะขยายธุรกิจออกไปในระดับภูมิภาคด้วย

- Advertisement -

            Go-Jek เป็นคู่แข่งตัวเอ้ของ Grab ที่เข้าไปให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างในเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว และกำลังมีแผนขยายบริการไปสู่รถแท๊กซี่

            ส่วนเจ้าถิ่นอย่าง FastGo ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเรียกรถสัญชาติเวียดนาม ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะขึ้นทะเบียนคนขับรถไว้ถึง 60,000 คน ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษอย่างค่าธรรมเนียมอัตราเดียว แทนที่จะเก็บค่าคอมมิชชันคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น สตาร์ทอัพรายนี้ยังเล็งเข้าไปให้บริการในอีก 6 ประเทศอาเซียนภายในสิ้นปีนี้ ประเดิมที่สิงคโปร์

            ผู้บริหารของ FastGo บอกว่าตอนที่อูเบอร์ถอนตัวออกไปจากเอเชียอาคเนย์ ทางบริษัทของเขาก็เล็งเห็นว่าเป็นโอกาสอันดี เป้าหมายของบริษัทคือขึ้นเป็น 1 ใน 3 บริษัทเรียกรถยอดนิยมของเอเชียอาคเนย์

            เจ้าถิ่นที่เข้ามาต่อกร ยังรวมถึง Be Group แอปเรียกรถสัญชาติเวียดนามอีกเจ้าหนึ่ง ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว และตั้งเป้าหาคนขับให้ได้กว่า 100,000 คนภายในสิ้นปีนี้

           สิ่งที่ Grab และบรรดาผู้ให้บริการเรียกรถรายต่างๆ พยายามไขว่คว้า ไม่ใช่แค่ตลาดสำหรับบริการเดินทางไปไหนมาไหนเท่านั้น แต่หวังจะเป็น “super-app” คือตอบโจทย์ทั้งสินค้าและบริการสำหรับลูกค้า เริ่มจากการเรียกรถ จากนั้นก็ขยับไปสั่งอาหาร แล้วก็เขยิบไปให้บริการ delivery ตบท้ายด้วยบริการชำระเงินผ่านมือถือ

            เทมาเส็กและกูเกิล ประเมินว่าเศรษฐกิจออนไลน์ของเวียดนาม รวมถึงบริการเรียกรถ มีมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 300,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวขึ้นถึง 33,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่าล้านล้านบาทภายในปี 2568 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า

            ในส่วนของ Grab เองนั้น รุกบริการต่างๆ อย่างหนัก เมื่อปีที่แล้วได้จับมือกับบริษัทรับชำระเงินทางดิจิทัลสัญชาติเวียดนาม ที่ชื่อว่า Moca แถมผู้บริหารประจำเวียดนามของ Grab ยังบอกว่าบริษัทมีนักลงทุนทางกลยุทธ์ระยะยาวอยู่มากมายที่พร้อมจะควักกระเป๋าส่งเสริมกลยุทธ์ super-app ของ Grab

            คำกล่าวนี้อาจไม่เกินเลย พิจารณาเงินทุนที่ Grab ระดมไปได้ 6,500 ล้านดอลลาร์หรือ 200,000 ล้านบาท ในปีนี้ เพื่อเป็นทุนในการขยายธุรกิจ

            ในส่วนของ Go-Jek คู่ท้าชิงจากอินโดนีเซีย ก็กำลังระดมทุนมาใช้ต่อกรเช่นกัน โดยรอบนี้ได้นักลงทุนรายใหญ่ๆ รวมถึงกูเกิล JD.com  และเทนเซนต์

ระหว่างที่บรรดาธุรกิจเรียกรถกำลังตั้งเป้าและวาดฝัน ทางการเวียดนามก็มีแผนการในใจเหมือนกัน และกำลังเล็งที่จะออกกฎระเบียบ เพื่อกำกับดูแลพลขับ Grab 175,000 ชีวิต รวมถึงบรรดาคนขับของธุรกิจเรียกรถอื่นๆ ให้อยู่ในกฎเกณฑ์เดียวกับคนขับรถแท็กซี่

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News