HomeBusinessAutoจะดีแค่ไหนเดินทางได้ในราคากม.ละไม่ถึง 50 สตางค์ หรือจะไปต่อด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าดีกว่า?

จะดีแค่ไหนเดินทางได้ในราคากม.ละไม่ถึง 50 สตางค์ หรือจะไปต่อด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าดีกว่า?

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายๆ คนต้องการรถสมรรถนะดี แต่ต้องมีความประหยัดเชื้อเพลิงสูงควบคู่กันไปด้วย วันนี้เราไม่คุยกันเรื่องกินน้ำมันกี่กิโลเมตรต่อลิตรกันแล้ว เพราะรถยนต์ในปัจจุบันมีทั้งรถไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ถ้าจะคุยให้เข้าใจกันง่ายในทุกรูปแบบการขับเคลื่อน “บาท / กิโลเมตร” ดูจะเป็นตัวเลขที่ทำให้การขับขี่ทุกรูปแบบอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ลองมาดูง่ายๆ ถ้าเทียบรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เป็นเชื้อเพลิง คิดราคา ณ วันที่เขียนเรื่องที่ 30.30 บาทต่อลิตรจะได้เห็นภาพได้ง่าย เปรียบเทียบกับรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกันในตลาดก็คือ MG EP ด้วยราคาที่หลายคนจับจองเป็นเจ้าของได้ง่าย จากที่ได้ทดสอบมาระยะหนึ่งพอสรุปในเรื่องของค่าใช้จ่ายได้ดังนี้ เมื่อเทียบกันด้วยเงื่อนไข ใช้งานเดือนละ 5,000 กิโลเมตร และตัวเลขค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าจะมี 2 รูปแบบคือ “เฉลี่ยทั่วประเทศ” จะอยู่ที่ 3.96 บาท / หน่วย กับ “อัตรา TOU” คืออัตราการคิดค่าไฟฟ้าที่เก็บตามช่วงเวลาการใช้งาน ( Time of Use Tariff ) อย่างการใช้งานไฟฟ้าประเภท 1.3.1 แรงดัน 12-24 กิโลโวลต์ ในช่วง On Peak หน่วยละ 5.1135 บาท ช่วง Off Peak หน่วยละ 2.6037 บาท ลองมาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น หรือลองคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าง่ายๆ ได้ที่

www.mea.or.th/aboutelectric/116/280/form/13

- Advertisement -

www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg-ep/overview

               วันนี้การไฟฟ้าทั้งในส่วนของ “การไฟฟ้านครหลวง” และ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” มีการปรับเปลี่ยนขั้นตอน ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้งานรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นมากๆ แต่ทั้งสององค์กรมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องของรายละเอียดและวิธีการ ในตอนถัดๆ ไปจะมาเล่าให้ฟังโดยละเอียดว่ามันง่ายดายขนาดไหน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถไฟฟ้ายิ่งน่าใช้มากขึ้น

               ยิ่งกว่านั้นในช่วงก่อนสิ้นปีมีแนวนโยบายในการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้า ซึ่งถ้าผ่านการเห็นชอบสามารถเริ่มโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป ในเรื่องของมาตรการลดภาษีนำเข้าและสนับสนุนเงินช่วยเหลือเพื่อให้ราคาตัวรถไฟฟ้าถูกลง โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์ BEV ไว้ 300,000 คัน ภายใน 5 ปี โดยเฉพาะการปรับลดอัตราภาษีนำเข้า ให้เหลือ 0% ในกลุ่มรถนำเข้าจาก ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ส่วนรถที่นำเข้าจากยุโรปลดภาษีเหลือ 40% จาก 80% และลดภาษีสรรพสามิตรจาก 8% เหลือ 2% ที่น่าสนใจกว่านั้นคือในกลุ่มรถไฟฟ้าราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ภาครัฐจะสนับเงินสูงสุดถึง 150,000 บาท โดยพิจารณาจากความจุของแบตเตอรี่ ถ้าต่ำกว่า 30 kWh จะได้รับส่วนลด 70,000 บาท ถ้าสูงกว่านั้นจะได้รับเงินสนับสนุนถึง 150,000 บาท ซึ่งในต้นปีหน้าเราจะได้เห็นรถไฟฟ้าหรือ BEV บนโชว์รูมมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท

               เมื่อถึงจังหวะการเปิดตัวหรือจัดให้มีการทดสอบเราจะนำรายละเอียดที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังต่อไป รวมถึงการแบ่งประเภทของรถไฟฟ้า หัวชาร์จ สถานีชาร์จ และ รูปแบบของการของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายและชัดเจนขึ้น

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News