HomeBusinessAutoNext-Generation FORD Everest Life is Yours to Master การวางรุ่นย่อยและออปชั่นที่เย้ายวน

Next-Generation FORD Everest Life is Yours to Master การวางรุ่นย่อยและออปชั่นที่เย้ายวน

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

นับตั้งแต่เปิดราคาของ Next-Generation FORD Ranger ทำให้เห็นแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของค่ายฟอร์ดในบ้านเรา ด้วยการวางรุ่นย่อยและระดับราคาที่หลากหลายตรงใจกับความต้องการของลูกค้าชาวไทย และสิ่งสำคัญคือการวางออปชั่นย่อยในเรื่องของระบบความปลอดภัยที่ให้เลือกซื้อเพิ่มเติมได้ โดยพื้นฐานของตัวรถนั้นถือว่าระบบความปลอดภัยมีให้เพียงพอแล้ว แต่ถ้าอยากได้ระดับความปลอดภัยเช่นตัวท้อปก็สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ ทำให้ลูกค้าที่ต้องการความหลากหลายในการเลือกซื้อเลือกได้อย่างที่ตัวเองต้องการ

               คราวนี้มาถึง Next-Generation FORD Everest กันบ้าง ถ้าลองย้อนกลับไปถึงความรู้สึกตั้งแต่ Everest 3.2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยระดับราคาที่สูงเกินหน้าเกินตาคู่แข่งไปเยอะมากตอนนั้นยังมองว่าราคาจะไปไหน สำหรับตัวใหม่นี้เมื่อไล่ออปชั่นต่างๆ แล้วกลับกลายเป็นว่ามันคุ้มค่าเกินหน้าเกินตาคู่แข่งในระดับราคาเท่าๆ กัน การพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างตัวทั้งและแชสซีมีความเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ฟอร์ดเองนับว่าเป็นผู้นำในกลุ่มของเทคโนโลยีและความกล้าในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ก่อนใคร ถ้ายุคก่อนเทคโนโลยีจะมาพร้อมกับราคาที่ดุเดือด วันนี้ราคาต่างจากเดิมไม่มากนักและอุปกรณ์และเทคโนโลยีในตัวรถนั้นมันมากเกินกว่าที่ใครจะตามทัน

- Advertisement -

สำหรับมิดตัวรถนั้นจะเห็นตัวรถมีความบึกบึนและดูใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะมุมมองด้านท้าย ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 11 มม. กว้างกว่าเดิม 54 มม. และสูงขึ้น 5 มม. ความกว้างของตัวถังนั้นเห็นได้จากโป่งล้อหน้าและหลังที่โค้งนูนออกมาชัดเจนทำให้รถดูมีมิติใหญ่โตมากขึ้น ความยาวฐานล้อเพิ่มเป็น 2,900 มม. ยาวกว่าเดิม 50 มม. รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาจุดรองรับช่วงล่างหลายๆ จุดทำให้การทรงตัวและการยึดเกาะถนนทำได้ดีมากขึ้น

               วันนี้เราได้ทดสอบในรุ่น 2.0L BI-Turbo Titanium+ 4×4 ความแตกต่างจากรุ่น 2.0L BI-Turbo Titanium+ 4×2 สำหรับภายนอกที่เห็นชัดคือโคมไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมระบบปรับลำแสงอัตโนมัติและระบบป้องกันไม่ให้ลำแสงแยงตารถคันที่สวนมา ภายในห้องโดยสารให้ความหรูหราล้ำสมัย ด้วยระบบและเทคโนโลยีอันทันสมัย วัสดุบุภายในห้องโดยสารใช้วัสดุผิวสัมผัสคุณภาพสูง มือเปิดประตูย้ายมาไว้ในช่องมือจับตรงท้าวแขนใช้งานสะดวกกว่าเดิมมาก เพราะสามารถเปิดและดันประตูออกได้พร้อมๆ กันด้วยมือเดียว แต่ถ้าจะให้ดีควรจะต้องเปิดแบบ 2 จังหวะเหมือนที่ผ่านมาเพราะระหว่างขับขี่ถ้าเผลอไปบีบมือเปิดเข้าจะกลายเป็นเปิดประตูโดยไม่ได้ตั้งใจ การออกแบบคอนโซลหน้ามีความเรียบง่ายหรูหรากะทัดรัดกว่าเดิม ทำให้บริเวณที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหน้ามีมากขึ้น โปร่งสบายไม่อึดอัดแม้ว่าต้องเดินทางไกลๆ หน้าจอแสดงผลเป็นดิจิตอลขนาด 12.4 นิ้ว แสดงผลได้ครบถ้วน โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อหน้าจอนี้ช่วยได้มากในเรื่องการแสดงผลของออฟโร้ดมิเตอร์ ทั้งมุมเอียง มุมเงย รวมถึงองศาของล้อหน้า หน้าจอกลางขนาด 12 นิ้ว รวมเอาระบบอินโฟเทนเมนท์ต่างๆ ครบครัน ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่น FORD Pass สามารถเชื่อมต่อกับตัวรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อการสตาร์ทรถจากระยะไกล ปรับอุณภูมิรถก่อนเข้าสู่ห้องโดยสาร และแจ้งเตือนสถานภาพรถได้ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการเชื่อมต่อการสื่อสารได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะการสั่งงานด้วยเสียงเชื่อมต่อกับ SYNC 4A

ในส่วนที่มองไม่เห็นของความแตกต่างระหว่างรุ่น Titanium+ 4×4 และ Titanium+ 4×2 ก็คือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ, Terrain Management System, Electronic Locking Rear Differential, ระบบควบความเร็วขณะลงทางลาดชัน, ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ และ ระบบ Matrix LED การเพิ่มส่วนต่างอีก 150,000 บาท จากรุ่น Titanium+ 4×2 เป็น Titanium+ 4×4 มันก็ดูสมเหตุสมผลมากขึ้น การตอบสนองในการขับขี่แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมาชัดเจนโดยเฉพาะในเรื่องของการทรงตัว

เครื่องยนต์ในรุ่น Titanium+ เป็นเครื่องยนต์แบบ Bi-Turbo 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มีตัวเลือกทั้งแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลัง 210 PS ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที แรงม้าลดลงจากเดิม 3 แรงม้าเป็นผลในเรื่องของการปรับจูนในเรื่องของมลพิษ แต่บอกเลยไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างในเรื่องของสมรรถนะ ในรุ่น Trend และ Sport มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว 2.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลัง 170 PS ที่ 3,500 รอบต่อนาทีและแรงบิด 405 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ถูกแก้ไขปัญหาเรื่องซีลเรื่องปัญหาต่างๆ แล้ว ในส่วนของเกียร์นั้นเปลี่ยนทอร์คคอนเวอร์เตอร์ใหม่ และขยายการรับประกันเป็น 5 ปี 150,000 กม.

การตอบสนองของเครื่องยนต์สัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือเสียงการทำงานเงียบมากขึ้นชัดเจน แม้กระทั่งยืนอยู่ด้านหน้าของตัวรถเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าเสียงแตกต่างกันชัดเจน การตอบสนองของอัตราเร่งช่วงออกตัวกระฉับกระเฉงขึ้นพอรู้สึกได้  การตอบสนองของช่วงล่างในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลางนุ่มนวลขึ้นพอรู้สึกได้ มาจากการพัฒนาโครงสร้างใหม่ เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นจังหวะเข้าโค้งยิ่งรู้สึกได้ถึงการยึดเกาะที่นุ่มหนึบ ให้การบังคับควบคุมมั่นคงมากยิ่งขึ้น ระบบเบรกมีการปรับปรุงใหม่ด้วยการย้ายตำแหน่งแม่ปั๊ม ABS เพื่อลดเสียงที่จะเข้าสู่ห้องโดยสาร ปรับจูนการตอบสนองที่นุ่มนวลสั่งได้ตามใจ รวมถึงส่งผลให้การทำงานของระบบช่วยเหลือต่างๆ ทำได้รวดเร็วแม่นยำมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อย่างระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Adaptive Cruise Control with Stop-and-Go and Lane Centering) ที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การทำงานของระบบช่วยต่างๆ มีการทำงานที่ละเอียด มีการเตือนไม่พร่ำเพื่อจนน่ารำคาญ

ในรุ่น Titanium+ 4×4 มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบระบบขับเคลื่อนจากเดิมที่เป็น Full Time 4WD ถือว่าเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ คราวนี้เป็นมาเป็น Part Time 4WD แทน อาจจะดูเหมือนการลดต้นทุนเพราะมีการเอาชิ้นส่วนสำคัญออกไป แต่ในความเป็นจริงแล้วระบบขับเคลื่อนแบบ Full Time 4WD นั้นเหมาะกับภูมิประเทศเมืองหนาวมีหิมะมีน้ำแข็งมากกว่า การใช้งานบนถนนเมืองไทยนั้นจะทำให้เปลืองน้ำมันมากกว่า การเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ Part Time 4WD สามารถใช้โหมด 2H ได้ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อีกหลายโหมดมาช่วยเสริมด้านความปลอดภัยก็ถือว่าชดเชยกันได้ มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้นเพียงแค่มองให้ออกว่าเส้นทางด้านหน้าเป็นอย่างไร แล้วเลือกโหมดให้เหมาะสมตัวรถจะทำการปรับทั้งการส่งกำลัง ตำแหน่งเกียร์ หรือ แม้แต่ระบบช่วยเหลือต่างๆ ให้ทำงานอย่างเหมาะสมในโหมดนั้นๆ

Next-Generation FORD Everest

  • Trend                                    ราคา        1,334,000 บาท
  • Sport                                    ราคา        1,464,000 บาท
  • Titanium+ 4×2                     ราคา        1,704,000 บาท
  • Titanium+ 4×4                     ราคา        1,854,000 บาท
Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News